21 มิ.ย. 2023 เวลา 09:56 • ข่าวรอบโลก

เรือดำน้ำสำรวจ Titanic หายไป

CEO และผู้ก่อตั้ง OceanGate Stockton Rush,​ มหาเศรษฐีนักสำรวจ Hamish Harding,​ นักดำน้ำดัง Paul-Henri Nargeolet, นักธุรกิจชาวปากีสถาน Shahzada Dawood และลูกชายวัย 19 ปี Suleman Dawood ได้ลงเรือดำน้ำ Titan ของบริษัท OceanGate เพื่อทำการสำรวจเรือ Titanic ที่จมลงใกล้ชายฝั่งประเทศแคนาดา โดยออกเดินทางเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมกับเรือสนับสนุน Polar Prince
แต่หลังจากออกเดินทางได้เพียง 1 ชั่วโมง 45 นาที เรือ Titan ก็ขาดการติดต่อกับเรือ Polar Prince แต่เรือดังกล่าวมีออกซิเจนเพียงพอสำหรับการดำประมาณ 4 วันเท่านั้น และนี่ก็เป็นเวลาเกือบ 4 วันแล้วที่เรือลำดังกล่าวหายไป
OceanGate ได้นำเสนอโครงการดำน้ำสำรวจซากเรือ Titanic ที่อยู่ภายใต้ความลึก 3,800 เมตร เป็นเวลา 8 วัน ในราคา 250,000 เหรียญสหรัฐต่อคน แต่ความน่าสนใจคือ CEO ของบริษัทให้สัมภาษณ์แล้ว ดูเหมือนว่า เขาเป็น MacGyver ที่สร้างเรือดำน้ำลำดังกล่าวจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่หาได้ตามท้องตลาด จนมันไม่น่าจะดำน้ำได้ลึกขนาดนั้น แถมยังกล้าที่จะบอกว่า
At some point, safety just is pure waste. If you just want to be safe, don’t get out of bed
CEO OceanGate
บริษัทได้ระบุว่า เรือดำน้ำลำนี้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 5 คน มีน้ำหนัก 10 ตัน ผนังเรือทำจาก Carbon Fiber หนา 13 ซม. และมีฝาปิดที่ทำมาจากไทเทเนี่ยม และสามารถดำน้ำได้ลึกกว่า 4,000 เมตร เมื่อเทียบกับเรือดำน้ำ USS Dolphin ของกองทัพสหรัฐที่สามารถดำน้ำลึกแบบปลอดภัยได้สูงสุดเพียงแค่ระดับความลึก 900 เมตรเท่านั้น
และที่พีคกว่านั้นคือ David Lochridge พนักงานคนหนึ่งของ OceanGate ถูกไล่ออกในปี 2018 หลังจากเตือนด้วยวาจา และส่งจดหมายแจ้งเป็นทางการว่า เรือลำดังกล่าวมีปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง
ซึ่ง David Lochridge ได้บอกว่า เรือที่โครงสร้างถูกสร้างขึ้นจาก Carbon Fiber นั้นสามารถทนระดับน้ำลึกได้เพียงประมาณ 1,300 เมตร แต่เจ้าของต้องการที่จะให้มันดำน้ำลงไปถึงระยะ 4,000 เมตร เขาในฐานะผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้จึงได้แสดงความเห็นว่ามันเสี่ยงเกินไป และควรที่จะมีการทดสอบมากกว่านี้
บริษัทอ้างว่า บริษัทมีแผนในการติดตั้งระบบเฝ้าระวังผ่านการตรวจจับเสียง (Acoustic monitoring system) ที่ชื่อว่า Real Time Hull Health Monitoring (RTM) เพื่อเตือนในกรณีที่โครงสร้างของเรือกำลังมีปัญหา แต่ David Lochridge เตือนว่าในกรณีที่มีปัญหา เรือจะถูกแรงดันน้ำอัดจนเรือดำน้ำพังได้ภายในเวลาไม่ถึงวินาที จึงไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ทันแน่ ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เรือดำน้ำลำนี้ยังไม่มีเรือกู้ชีพ หรืออุปกรณ์ช่วยชีวิต ในกรณีที่เกิดปัญหาอีกด้วย ประกอบกับอากาศที่ใช้ในการหายใจก็กำลังร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ถึงแม้จะมีการพยายามระดมกำลังเจ้าหน้าที่ในการช่วยค้นหาเรือลำดังกล่าว แต่ความหวังก็ดูจะริบหรี่ลงเรื่อย ๆ
จุดจบของเรือลำนี้จะเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครทราบในตอนนี้ แต่เรือ Titanic ออกเดินทางเพียงครั้งแรกก็ได้จมลง หลังจากชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งในปี 1912 ส่วนเรือดำน้ำ Titan ที่จะเดินทางไปสำรวจเรือ Titanic ก็ออกเดินทางเป็นครั้งแรกเช่นกัน และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะไปประสบชะตาเดียวกัน ที่เดียวกันในที่สุด
อ้างอิง :
โฆษณา