5 ก.ค. 2023 เวลา 04:08 • ประวัติศาสตร์

“คู่รักแห่งวัลดาโร (Lovers of Valdaro)” โครงกระดูกคู่รักอายุ 6,000 ปี

ในปีค.ศ.2007 (พ.ศ.2550) ทีมนักโบราณคดีได้ขุดพบหลุมศพแห่งหนึ่งในอิตาลี
ภายในหลุมศพ คือโครงกระดูกสองร่างนอนหันหน้าเข้าหากัน ร่างประสานเข้าหากันราวกับคู่รัก
ในไม่ช้า ภาพถ่ายโครงกระดูกนี้ก็ได้รับการเผยแพร่ออกสู่โลกออนไลน์ และก็เป็นที่รู้จักในนามของ “คู่รักแห่งวัลดาโร (Lovers of Valdaro)”
จากการตรวจสอบ พบว่าเจ้าของโครงกระดูกคู่นี้เสียชีวิตเมื่อราว 6,000 ปีก่อน ในช่วงยุคหินใหม่ และในยุคนั้น การฝังศพคู่ก็ไม่ใช่้เรื่องที่พบเห็นได้ง่าย
ชายหญิงคู่นี้ในขณะที่เสียชีวิตมีอายุประมาณ 20 ปี และเป็นไปได้ว่ามีการนำร่างของทั้งคู่มาจัดฝังในท่าทางนี้
1
คู่รักแห่งวัลดาโร (Lovers of Valdaro)
มีการคาดเดาถึงเรื่องราวของคู่รักแห่งวัลดาโร และจากการตรวจสอบก็พบว่าโครงกระดูกทางด้านซ้ายนั้นเป็นเพศชาย และน่าจะถูกสังหาร ส่วนโครงกระดูกของหญิงสาวก็เป็นไปได้ว่าเธอถูกสังหารเช่นกัน โดยอาจจะเพื่อให้วิญญาณตามไปรับใช้ชายหนุ่ม
โครงกระดูกของชายหนุ่มพบลูกธนูหินปักอยู่ที่คอ ส่วนโครงกระดูกหญิงสาวพบดาบหินที่ขาอ่อน และมีดที่ทำจากหินปักอยู่ใต้กระดูกเชิงกราน
ชายหญิงคู่นี้อายุประมาณ 20 ปีขณะที่เสียชีวิต และมีส่วนสูงประมาณ 5 ฟุต 2 นิ้ว (ประมาณ 158เซนติเมตร) หากแต่เรื่องราวหลายๆ อย่างก็ยังคงไม่พบคำตอบ อีกทั้งนักประวัติศาสตร์ก็ยังไม่พบหลักฐานว่ามีการตั้งถิ่นฐานในยุคหินใหม่ในบริเวณนี้
คำถามต่อมาก็คือ “จะเกิดอะไรขึ้นกับโครงกระดูกคู่รักนี้หลังจากที่ค้นพบ?”
ที่ผ่านมา เมื่อมีการขุดพบโครงกระดูกโบราณ ก็จะมีการนำโครงกระดูกที่พบส่งไปตรวจสอบยังห้องแล็บ
หากแต่ในกรณีของคู่รักแห่งวัลดาโรนั้นเป็นกรณีพิเศษ ทั้งคู่นอนกอดกันเช่นนี้มาเป็นเวลานานกว่า 6,000 ปีแล้ว หลายคนจึงไม่อยากจะแยกทั้งคู่ออกจากกัน
ทางออกก็คือ แทนที่จะแยกทั้งคู่ออกจากกัน ก็มีการขุดพื้นดินบริเวณรอบๆ ทั้งคู่ และส่งไปยังห้องแล็บทั้งอย่างนั้นเลย ก็คือยกทั้งพื้นดินไปเลย ไม่ต้องแยกทั้งคู่จากกัน
ปัจจุบัน ทั้งคู่ถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ “National Archaeological Museum of Mantua” ที่อิตาลี คอยต้อนรับเหล่าผู้มาเยือนพิพิธภัณฑ์
โฆษณา