การแดกดันก็คือไม่รับฟัง + เย้ยหยัน = ดูถูกว่าด้อยค่า

น่าเสียใจที่การเมืองวันนี้มาถึงจุดที่ต่างฝ่ายต่อกรกันด้วยสาระพัดยุทธวิธี
ฝั่งนึงใช้กฏหมาย แถมตุกติกเอาระเบียบการประชุมมาอยู่เหนือข้อบังคับรัฐธรรมนูญ
ซึ่งอันที่จริงประธานสามารถใช้สิทธวินิจฉัยได้
ผมไม่เชื่อว่าประธานไม่รู้ว่า อันใหนมีความถูกต้องกว่ากัน และ สส. สว.ส่วนใหญ่ก็รู้ว่าตามหลักการแล้ว อันใหนถูกรึผิด แต่ประธานก็ไม่วินิจฉัยให้เด็ดขาดไป ปล่อยถกเถียงกันตั้งแต่เช้า แล้วให้ลงมติเอา ซึ่งผลจะออกย้งไงใครๆก็รู้ ไม่อยากพูดว่ามีวาระอะไรรึเปล่า
เล่นทุกเม็ดสาระพัดฟ้อง ปัดแข้งปัดขาสกัดทุกทาง ไม่อายโลก
อีกฝ่ายก็ไม่เบา เดินเกมล็อคคอเบอร์สอง ตั้งแต่รู้ผลเลือกตั้ง ประกาศจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่ทันให้ตั้งตัว จริงอยู่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิไตยด้วยกัน การลักไก่ด้วยการรีบประกาศแบบขี่คอเพราะถือสิทธว่าเป็นเบอร์หนึ่ง มันสร้างรอยหมางใจลึกๆที่เขาไม่อาจมาประกาศตรงๆได้ การเดินสายขอบคุณทุกแห่งที่ชนะเลือกตั้ง ก็แฝงด้วยการกระตุ้นกระแสร์ เพื่อหนุนหลังทางสภา ขู่แล้วขู่อีกว่าหากไม่ได้เป็นนายก แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วต้องการให้เป็นอย่างนั้นรึเปล่า
2
น่าเสียดายที่ เราไม่มีผู้ใหญ่ที่มีคนให้ความเครพพอ มาเป็นตัวกลางเจรจาทั้งสองฝ่าย หาทางออกให้ก่อนที่เรื่องอาจเลยเถิดไปไกล
เราคนไทยด้วยกัน อย่าปล่อยให้ไปถึงจุดที่กู่ไม่กลับเลย
เครดิตภาพจากไทยรัฐ
โฆษณา