22 ก.ค. 2023 เวลา 13:20 • ท่องเที่ยว
เกษร ทาวเวอร์

สัมผัสความสบายใจกลางกรุงเทพฯ! รีวิวออนเซ็นสุดชิลล์ในวันหยุดที่ห้ามพลาด 😍🏞️

PAÑPURI WELLNESS ออนเซ็นสุดหรูที่ตั้งอยู่ชั้น 12 ของอาคารเกษร วิลเลจ ใครที่กำลังมองหาที่พักผ่อนที่ไปง่ายและอยู่ใจกลางกรุงเทพแนะนำที่นี่เลยค่ะ ที่นี่จะมีจุดเด่นเรื่องการให้บริการที่เอาใจใส่ลูกค้า และความหรูหราแต่แฝงความเรียบง่ายเอาไว้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา
เมื่อกดขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 12 ก็จะถึงที่ร้านทันที จะมีพนักงานเข้ามาสอบถามและพาเราไปที่ล็อกเกอร์เปลี่ยนรองเท้า เมื่อเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ ก็นำกุญแจไปเช็กอินที่เคาน์เตอร์ที่อยู่ด้านหน้าแล้วแจ้งว่าต้องการมาใช้บริการออนเซ็นได้เลยค่ะ ในส่วนนี้ถ้าใครมาใช้บริการเป็นครั้งแรก พนักงานก็จะให้เราลงทะเบียนสมาชิกในระบบก่อนค่ะ จริง ๆ แล้วที่นี่มีบริการนวดหรือห้อง Private Onsen อยู่ด้วย ใครที่ต้องการอะไรเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งพนักงานได้ตรงนี้เช่นกันค่ะ
เมื่อจ่ายเงินเสร็จพนักงานก็จะให้ริสแบนด์เรามา เดินผ่านเข้าไปก็จะมีเคาน์เตอร์ให้เรารับชุดจินเบย์ ในถุงที่ได้มาจะมีทั้งชุดและผ้าขนหนูสองผืน ผืนใหญ่แล้วก็ผืนเล็ก ที่นี่ออนเซ็นจะแยกฝั่งชาย-หญิงนะคะ เดินลึกเข้าไปอีกก็จะเจอทางเข้าห้องล็อกเกอร์คุณผู้ชาย สำหรับคุณผู้หญิงให้เดินตรงมาอีกนะคะเลี้ยวขวาก็จะเจอทางเข้าค่ะ หลังจากนี้เนื่องจากความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการท่านอื่น ๆ และนโยบายของทางร้านจึงไม่สามารถถ่ายรูปมาได้ค่ะ
เดินเข้ามาในห้องล็อกเกอร์ก็จะมีชั้นให้ถอดรองเท้าแตะไว้ด้านหน้า เดินไปหาเลขล็อกเกอร์ตามริสแบนด์ที่ได้มา ก็เลือกได้เลยว่าจะเปลี่ยนเป็นชุดจินเบย์แล้วออกไปนั่งพักผ่อนด้านนอก ตามจุดต่าง ๆ หรือจะถอดเสื้อผ้าและไปแช่น้ำร้อนเลย ในส่วนของฝั่งผู้หญิงจะได้รับตาข่ายสีดำลักษณะคล้ายชุดชั้นในเพื่อใส่เข้าไปแช่ออนเซ็นนะคะ และในส่วนของฝั่งผู้ชายจะต้องเปลือยทั้งหมดแต่สามารถพกผ้าขนหนูผืนเล็กเข้าไปได้ ใครที่มาออนเซ็นครั้งแรกก็อาจจะรู้สึกเขินอายกันบ้าง แต่รับรองว่าเขินแป๊บเดียวค่ะที่เหลือจะรู้สึกสบายอย่างเดียว
ที่นี่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั้งหมดจะเป็นของ PAÑPURI นะคะซึ่งถือว่าเป็นของที่มีราคาประมาณนึงเลย คุณภาพดีค่ะ จะเน้นความออแกร์นิกหน่อย ๆ มีให้ใช้ทั้ง Lotion, Toner, Cleaning Oil และอีกเพียบเลยค่ะ ที่สำคัญถ้าใครลองอ่านป้ายดี ๆ จะมีบางอย่างที่สามารถขอจากพนักงานได้ฟรีด้วย ยกตัวอย่างเช่น ชุดโกนหนวดของคุณผู้ชายค่ะ
สำหรับคุณผู้หญิงจะมี Cleansing Emulsion คลีนซิ่งล้างหน้าเนื้อครีมสูตรอ่อนโยน สาวๆอย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดก่อนลงออนเซ็นนะคะ, Toner ปลอบประโลมและปรับสมดุลให้ผิวมีความพร้อมสู่การบำรุงขั้นต่อไป ทุกครั้งเราจะพกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวส่วนตัวมาด้วย เพราะกลัวแพ้ หากใครมีผิวแพ้ง่ายก็สามารถนำมาได้เลยนะคะ, Mouthwash ใช้แล้วให้ความรู้สึกออแกร์นิกมาก ไม่แสบปากแถมยังหอมสุดๆ, Deodorant มีความหอมสดชื่น ยังมีไดร์เป่าผมและเครื่องหนีบผม แต่ถ้าใครยังไม่อยากสระผมก็สามารถใช้ถุงคลุมผมหรือหนังยางมัดผมไปแช่ออนเซ็นได้เลยค่ะ
1
ไปที่โซนออนเซ็น เดินมาสุดทางในห้องล็อกเกอร์ก็จะเจอเลยค่ะ ตรงนี้ก็จะมี Infused water ให้เราดื่มได้ฟรีอีกด้วย ส่วนตัววันที่ไปเจอเป็นน้ำกลิ่นแตงกว่าค่ะ แอบเหม็นเขียวไปนิด แต่ก่อนหน้านี้ที่เคยมาเป็นน้ำกลิ่นแตงโม ดื่มแล้วสดชื่นมาก อันนี้ต้องลุ้นหน่อยนะคะว่าในแต่ละวันพนักงานจะนำน้ำอะไรมาตั้งเอาไว้ และใครที่ไม่เคยมาก่อนจะเข้าไปในโซนออนเซ็นให้สังเกตดี ๆ นะคะว่าจะมีปุ่มให้กดเปิดประตูอยู่ด้านบนใกล้ๆประตู ตอนไปครั้งแรกเราก็แอบงงอยู่พักนึงเลยค่ะว่าทำไมเราเดินเข้าไปไม่ได้😂
อย่างแรกที่ต้องทำก่อนลงบ่อก็คือการอาบน้ำล้างตัวให้สะอาด ที่นี่จะแบ่งที่นั่งอาบน้ำเป็นล็อก ๆ กั้นไว้ค่ะ ก็จะมีทั้งสบู่ แชมพู ครีมนวดทั้งหมดก็เป็นของ PAÑPURI ทั้งหมดเช่นกันค่ะ ชำระล้างร่างกายเสร็จก็เดินไปเลือกบ่อที่ต้องการแช่ได้เลย ที่นี่ก็จะมีบ่อให้แช่ตัวทั้งหมด 5 บ่อด้วยกันคือ
- Atami ความร้อนประมาณ 41-42 องศา
- Kukatsu Onsen ความร้อนประมาณ 40 องศา
- Soda Bath ความร้อนประมาณ 37.5-39 องศา
- Vitality Pool ความร้อนประมาณ 39 องศา มากับน้ำวน jets ที่ช่วยนวดและทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี
- Cold Plunge Pool ความเย็นประมาณ 17-18 องศา
และยังมี ห้อง Himalayan salt sauna ที่ช่วยให้ทางเดินหายใจของเราทำงานได้ดีขึ้น และกลิ่ยหอมของเกลือหิมาลายันก็ชวนให้รู้สึกดีสุด ๆ กับห้อง Steam room ที่ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และยังทำให้ผิวดูอิ่มน้ำชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย
ออนเซ็นที่นี่วิวดีมากค่ะมองออกไปเห็นด้านนอกตึกเป็นวิวใจกลางกรุงเทพ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแอบมองเรานะคะ ด้านนอกเขาทำทึบแสงไว้ให้ค่ะ ส่วนถ้าใครมาตอนเย็นหรือค่ำ ๆ จะมีพนักงานมาเดินปิดม่านให้ และที่สำคัญเลยคือที่นี่จะมีพนักงานเดินตรวจเช็กความสะอาดกับคุณภาพของน้ำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เรามั่นใจได้เลยค่ะว่าน้ำที่เราแช่อยู่เป็นน้ำที่ได้คุณภาพ
Relaxation room
แช่น้ำเสร็จก็มาแวะนอนกันสักหน่อยที่ห้อง Relaxation room ห้องนี้ก็จะมีเตียงอยู่ทั้งหมด 9 ตัวสามารถมองเห็นวิวของ central world ได้ ใครที่มาห้องนี้ก็จะต้องเงียบและงดใช้เสียงกันหน่อยนะคะ จะมีผ้าห่มให้เดินไปหยิบได้และที่แต่ละเตียงจะมีที่ชาร์จแบตอยู่ มีเจลล้างมือและน้ำดื่ม Infused water ให้บริการด้วย อยู่ได้ยาว ๆ เลยค่ะห้องนี้ ส่วนตัวเรานี่มาห้องนี้ทีไรก็ขอหลับสักงีบ
อยู่นาน ๆ ก็เริ่มหิว เดินออกมาด้านหน้าก็จะมีห้องอาหารอยู่ ที่นี่ก็จะเน้นอาหารออร์แกนิกเพื่อสุขภาพ แต่รสชาติอร่อยใช้ได้เลยค่ะต้องมาลอง
Wellness Studio
จริง ๆ แล้วที่นี่จะมีห้อง Wellness studio ด้วย แต่ในวันที่เราไปเขากำลังปิดปรับปรุง เลยขอนำภาพเก่าที่เคยไปใช้บริการห้องนี้มาฝาก คร่าว ๆ ห้องนี้จะเป็นที่มีกระจกบานใหญ่อยู่ด้านข้าง มีที่นอนเล็ก ๆ ให้พักผ่อนเยอะมาก และก็จะมีรูปปั้นงานศิลปะตั้งอยู่กลางห้อง เป็นรูปปั้นจากศิลปินชาวไทยที่มีชื่อในวงการว่า Gongkan มีเอกลักษณ์และสวยงามมาก
การตกแต่งของที่นี่จะเน้นเป็นกระจกซะส่วนใหญ่เพื่อให้ดูโปร่งและไม่อึดอัด เนื่องจากพื้นที่มีค่อนข้างจำกัดแต่ก็ทำออกมาได้ดี ภาพรวมของการใช้บริการคือรู้สึกดีและผ่อนคลายมากจริง ๆ ค่ะ พนักงานแต่ละคนก็น่ารัก บริการดีมาก ๆ จนบางทีก็ทำให้เราแอบรู้สึกอึดอัดไปเลยเพราะไม่ค่อยชิน
ก่อนกลับใครที่ติดใจผลิตภัณฑ์ของ PAÑPURI ก็สามารถมาเดินเลือกซื้อได้ที่ด้านหน้า เรียกได้ว่าที่นี่ที่เดียวมีครบวงจร จ่ายเงินครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน แนะนำเลยว่าใครมาไม่มีผิดหวังค่ะ
📍PAÑPURI WELLNESS : open 10.00 - 22.00
🚙https://goo.gl/maps/JnAHUBPAKkncNta57
📞022538899
#เดินทางกับตัวแม่ #ออนเซ็น
โฆษณา