การเมืองในสายตานักการเมือง

ในขณะที่เราในฐานะประชาชนธรรมดา ที่บ้างเรียกร้องให้การเมืองเดินไปตามเสียงที่ได้ลงคะแนนไป บ้างอยากเห็นการเมืองผ่านขั้นตอนการเลือกนายกไปซะที เพื่อได้มีรัฐบาล มุมมองของสองฝ่ายกำลังเสียดสีกันในโซเชียลกันอย่างไม่ยอมกัน
ในมุมของนักการเมืองที่มีส่วนได้เสียกับการตั้งรัฐบาล ก็ดุเดือดไม่ใช่ย่อย การที่มีบางส่วนทำตัวเงียบๆ ก็เพราะรอจังหวะในการออกตัว แต่ส่วนที่กำลังเดินเรื่องโดยตรง กลับเพิ่มความดุดันไปเรื่อยๆ
ธรรมชาติไม่ได้สร้างให้คนเรามีความชอบหรือไม่ชอบ ต้องการหรือไม่ต้องการ ซื่อสัตย์ หรือไม่ซื่อสัตย์เท่าๆกัน พูดให้สั้นๆคือไม่ได้มีมาตรฐานเท่ากันในทุกเรื่อง
เราจะเห็นหลายๆคนทำตัวเงียบๆ ไม่แสดงตัวให้กระโตกกระตาก ที่จะเข้ามาแสดงความคิดเห็นอะไรเลย ปล่อยให้ฝ่ายที่จับมือ MOU กันตะลุมบอนกันไป
1
ทางตันที่เกิดจาก MOU ที่ได้เซ็นไว้ทีแรก เริ่มมีปฏิกิริยากับบางคน มีที่แสดงความเห็นว่าประชาธิปไตยคือการไม่ยอมข้ามขั้วไปจัดตั้งกับฝ่ายรัฐบาลเดิม แต่ก็มีที่
อ้างหาทางออกจากเด็ดล็อค คุยกับนอกกลุ่ม MOU ทำให้เกิดวลีกราดเกรี้ยว สู้กับคนหน้าด้านต้องด้านกว่า, ไม่ต้องไปเสือกอะไรกับเขา,
เหตุการณ์ที่เข้าสู่จุดพีคต่างๆ ทำให้เราเห็นตัวตนแท้จริงของนักการเมืองได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น เราจะเห็นคนที่เผยตัวตนแบบคนซื่อๆ พูดจากใจจริง ไม่มีกั๊กหรือซ่อนเร้นวาระ ตรงไปตรงมาไม่ต้องอ้อมค้อม จากคำว่า "สู้กับคนหน้าด้านต้องหน้าด้านกว่า" "ไม่ต้องไปเสือกอะไรกับเขา"
แต่กับอีกพวกซึ่งน่ากลัวกว่า หรือจะเรียกว่าเกฺ๋าเกมกว่า ทำตัวเงียบๆ รอเวลาผลไม้ให้สุกงอมแล้วหล่นเข้าปาก ทั้งๆที่จะเสนอแคนดิเดตมาแข่งพร้อมกันก็ชนะแล้ว แต่ไม่ทำ เพราะการรอของพวกเขา มันคุ้มค่ากว่่่าการปะทะกันตรงๆ
เครดิตภาพแสดงในรูปแล้ว
โฆษณา