ทรัมป์ vs ไบเดน รอบสอง?

ครั้งสุดท้ายที่คู่ท้าชิงทำเนียบขาวได้มาแข่งกันซ้ำเป็นครั้งที่สอง คือปี ค.ศ. 1956 เมื่อนายดไวต์ ไอเซนฮาวร์ (Dwight Eisenhower) จากพรรครีพับลิกัน ต้องเผชิญกับนายแอดไล สตีเวนสัน (Adlai Stevenson) เป็นคนครั้งที่สอง หลังจากนั้น ไม่มีการเลือกตั้งไหนอีกเลยที่ทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตนำเสนอตัวแทนจากการเลือกตั้งครั้งก่อนมาพร้อมกันอีกครั้ง
แต่ปีหน้า ดูมีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะได้เห็นการ ‘รีแมชต์’ เกิดขึ้น เพราะมีแนวโน้มว่าทั้งประธานาธิบดีโจ ไบเดน และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะได้เป็นตัวแทนของทั้งสองพรรคใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
โพลล่าสุดของหนังสือพิมพ์ New York Times พบว่า จากการสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นรีพับลิกัน ทรัมป์ได้รับการสนับสนุนจาก 54 เปอร์เซนต์ ของฐานเสียงรีพับลิกัน ระหว่างที่มีแค่ 17 เปอร์เซนต์อยากเห็นนายรอน เดอซานติส (Ron DeSantis) ผู้ว่าฯ รัฐฟลอริดาที่เป็นคู่ต่อสู้หลักของทรัมป์ เป็นตัวแทนพรรค
เรียกได้ว่าทรัมป์นำเดอแซนติสอย่างไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าทรัมป์จะกำลังเผชิญคดีความมากมายในระยะหลัง แต่ฐานเสียงของทรัมป์ก็ยังเหนียวแน่น ยากที่จะมีใครมาเจาะได้สำเร็จ นายเดอแซนติสพยายามเลียนแบบแม้กระทั่งท่าทางการพูดของทรัมป์ และชูประเด็นต่าง ๆ ที่รีพับลิกันสนใจ แต่ก็ไม่สามารถดึงคะแนนจากทรัมป์มาได้
ยิ่งคู่ต่อสู้อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นนายไมค์ เพนซ์ (Mike Pence) อดีตรองประธานาธิบดีที่ฐานเสียงทรัมป์ยังแค้นเพราะไม่ยอมคัดค้านผลเลือกตั้งในปี 2020 หรือนายคริส คริสตี (Chris Christie) อดีตผู้ว่าฯ รัฐนิวเจอร์ซีย์ที่วิจารณ์ทรัมป์อย่างต่อเนื่อง แทบจะไม่ได้รับแรงสนับสนุนในโพลเลย
ทรัมป์เองเคยพูดว่าถึงเขาเดินออกไปยิงคนตายกลางถนน Fifth Avenue ที่เมืองนิวยอร์ค เขาก็คงไม่เสียคนที่สนับสนุนเขาแม้แต่คนเดียว ดูแล้วก็อาจจะไม่เกินจริงไปเท่าไหร่!
ในขณะเดียวกัน พรรคเดโมแครตก็พร้อมที่จะให้ไบเดนได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง
ในพรรคเดโมแครตเองก็มีเสียงที่แสดงออกถึงความไม่สบายใจในอายุของไบเดน ซึ่งในวัย 80 ปีเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุสูงสุดในประวัติศาสตร์อเมริกา และจะต้องเป็นประธานาธิบดีไปจนถึงอายุ 86 หากชนะเลือกตั้งปีหน้า
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เหล่าผู้ใหญ่ในพรรคเดโมแครตก็ได้ยืนยันที่จะสนับสนุนไบเดน เพราะคนในพรรคก็กลัวว่า หากมีใครพยายามลงแข่งในไพรมารี่เพื่อสะกัดไม่ให้ไบเดนเป็นตัวแทนพรรคอีกรอบ ก็จะทำให้เกิดความแตกแยกภายในพรรคและจะทำให้แคมเปญของไบเดนอ่อนแอลงเอง คล้าย ๆ กับที่เคยเกิดขึ้นสมัยที่ประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ ลงแข่งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สองและต้องมาบอบช้ำจากการแข่งภายในพรรคกับนายเท็ด เคนเนดี และแพ้เลือกตั้งให้กับนายโรนัลด์ เรแกน ตัวแทนของพรรครีพับลิกันในเวลาต่อมา
ที่น่าสนใจคือ นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ หลานของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี เป็นหนึ่งในเดโมแครตเพียงไม่กี่คนในขณะนี้ที่ได้ประกาศแข่งกับไบเดนเพื่อเป็นตัวแทนพรรค แต่โอกาสที่เขาจะชนะมีน้อยมาก เพราะเขามีความเชื่อหลาย ๆ อย่างที่ไม่สอดคล้องกับฐานเสียงเดโมแครต โดยเฉพาะการต่อต้านการฉีดวัคซีน
ดังนั้น หากสุขภาพของทั้งไบเดนและทรัมป์ยังดีอยู่ในปีหน้า (ทรัมป์เองก็อายุ 77 แล้วในปีนี้) ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเราจะได้เห็นการรีแมชต์ระหว่างประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และอดีตประธานาธิบดีคนก่อน
[ติดตามเรื่องราวรอบโลกได้ที่เพจ: https://www.blockdit.com/kenlwrites]
  • 2
โฆษณา