5 ส.ค. 2023 เวลา 07:30 • ประวัติศาสตร์

ฤดูร้อนกับเรื่องขนลุก กระตุกต่อมความกลัวกับสามวิญญาณแค้นแดนปลาดิบ (ตอนที่ 1)

สิงหาคม – เดือนระอุแห่งปีของญี่ปุ่น ความร้อนแรงของแสงแดดและอุณหภูมิคงไม่ต่างจากไทยในเดือนเมษายน นอกจากของกินที่หลากหลายตั้งแต่บะหมี่เย็นยันน้ำแข็งไส ยังเป็นช่วงเดียวของปีที่คนญี่ปุ่นจะมีโอกาสกระโดดลงทะเลหรือแม่น้ำเพื่อคลายร้อน เพราะฤดูกาลอื่นน้ำจะเย็นจัดจนไม่สามารถเล่นกิจกรรมทางน้ำได้นั่นเอง
นอกจากกิจกรรมคล้ายร้อนทั้งหลายแล้ว กิจกรรมกระตุ้นการเต้นของหัวใจอย่างบ้านผีสิงในเทศกาลหน้าร้อน หรือภาพยนตร์ระทึกขวัญสั่นประสาทก็มักทะยอยเข้าโรงกันในช่วงเวลานี้เช่นกัน รายการพิเศษทางโทรทัศน์เกี่ยวกับวิญญาณและความหลอนก็มีให้ดูกันตั้งแต่หัวค่ำเรื่อยไปจนดึกดื่น ดูกันฉ่ำ ๆ ชนิดที่ทำให้คืนนั้นไม่กล้าลุกไปเข้าห้องน้ำคนเดียวก็มี
วัดใจกันในโอบาเคะยาชิขิ - บ้านผีสิงสไตล์ญี่ปุ่น เครดิตภาพ : https://www.jalan.net/news/article/187718/
【หน้าร้อนต้องเล่าเรื่องผี】
นี่คือเอกลักษณ์ของฤดูร้อนญี่ปุ่น ที่มีบ่อเกิดมาจากวัฒนธรรมในวันสำคัญ นั่นคือ “เทศกาลโอบ้ง” ช่วงเวลากลางเดือนสิงหาคมที่เหล่าคนเป็นและผู้วายชนม์จะกลับมารวมตัวกัน คนที่ออกไปเรียนหนังสือหรือทำงานต่างถิ่นจะพากันกลับมาเพื่อทำความสะอาดสุสานของตระกูล ตกแต่งหิ้งบูชาบรรพบุรุษ เผาไฟนำทางไว้หน้าบ้าน เพื่อต้อนรับเหล่าดวงวิญญาณของปู่ย่าตายายผู้ล่วงลับที่จะกลับมาจากปรโลกได้ชั่วคราว
1
นอกจากวิญญาณของคนที่เรารักจะกลับคืนมาแล้ว เชื่อกันว่ายังมีบรรดาภูต ผี ปิศาจ ที่ยังมีจิตอาฆาตแค้นไม่สามารถไปผุดไปเกิดในภพภูมิใหม่ พลอยได้รับอานิสงค์ปลดเปลื้องพันธนาการชั่วขณะ กลับมายังดินแดนที่เคยจากไปอีกด้วย
ภาพร้อยเรื่องชวนขนลุกโดยศิลปินเอก Hokusai เครดิตภาพ : https://en.wikipedia.org/wiki/Hyakumonogatari_Kaidankai#/media/File:One_Hundred_Ghost_Stories_in_a_Haunted_House.jpg
ยิ่งเป็นคืนเดือนดับในช่วงโอบ้งด้วยแล้วจะมีการนั่งล้อมวงจุดเทียนร้อยเล่ม ผลัดกันเล่าเรื่องราวน่ากลัวสยองขวัญอย่าง “ร้อยเรื่องชวนขนลุก – 百物語” เมื่อเล่าจบหนึ่งเรื่องก็ดับเทียนหนึ่งเล่ม ซึ่งหากเล่าเรื่องที่ร้อยจบแล้วแสงเทียนดับลง ว่ากันว่าจะมีปิศาจปรากฎกายขึ้นให้เห็น เป็นกิจกรรมวัดใจกันเลยทีเดียวว่าใครจะขวัญอ่อนกว่ากัน
1
จากวิถีบอกเล่าความเชื่อสู่ละครคาบูกิที่แสดงกันในช่วงโอบ้งเรียกว่า บงเคียวเก็น (盆狂言) ซึ่งเป็นความบันเทิงเพียงอย่างเดียวสำหรับชาวบ้านธรรมดาในอดีต อากาศร้อนอบอ้าวในหน้าร้อนส่งผลให้ผู้คนไม่มีอารมณ์ออกจากบ้านมาดูละคร โรงละครต่าง ๆ จึงต้องคิดบทละครแนวใหม่อย่างเรื่องที่ทำให้เกิดความรู้สึกเย็นวาบเสียวสันหลังเรียกกันว่า ซูซูมิชิไบ (涼み芝居) มาชูโรงเรียกคนดู อีกทั้งยังเป็นละครที่นักแสดงละครคาบูกิโนเนมจะได้โอกาสแจ้งเกิดอีกด้วย
ใบปลิวภาพวาดโฆษณาละครคาบุกิเรื่อง The Story of Oiwa and Tamiya Iemon เครดิตภาพ : https://ja.wikipedia.org/wiki/%E5%9B%9B%E8%B0%B7%E6%80%AA%E8%AB%87#/media/%E3%83%95%E3%82%A1%E3%82%A4%E3%83%AB:Kuniyoshi_The_Ghost_in_the_Lantern.jpg
ละครพื้นบ้านสยองขวัญระดับตำนานที่อยู่คู่ฤดูร้อนของญี่ปุ่นคือ The Story of Oiwa and Tamiya Iemon (東海道四谷怪談) เรื่องราวเกี่ยวกับโออิวะลูกสาวเสนาบดีที่ไปหลงรักกับซามูไรพเนจรผู้เข้ามาอาศัยใบบุญพ่อของตัวเองนามว่า “อิเอม่อน” ด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงอยากแต่งงานกับโออิวะ เขาจึงออกอุบายลอบฆ่าบิดาของหญิงอันเป็นที่รัก
หลังกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจและได้ครอบครองโออิวะ อิเอมอนได้เผยธาตุแท้ออกมาทั้งเป็นคนเกียจคร้าน ทำร้ายโออิวะ ยิ่งหลังจากโออิวะคลอดลูกแล้วป่วยกระเสาะกระแสะ รูปร่างไม่กลับมาสวยงามดังเดิมก็ยิ่งแสดงทีท่ารังเกียจ ประกอบกับได้ไปติดพันหลานสาวหมอปรุงยาข้างบ้านคนสวย “อุเมะ” อิเอม่อนจึงนำยาพิษมาให้โออิวะดื่มแสร้งว่าเป็นยาบำรุง แล้วว่าจ้างบ่าวรับใช้คนสนิทให้เข้าไปข่มขืนเมียตัวเองไว้เป็นหลักฐานว่าโออิวะคบชู้เพื่อขอหย่าขาด
ทว่าเมื่อบ่าวคนสนิทแอบเข้าไปในห้องโออิวะแล้วเห็นใบหน้าอัปลักษณ์ซึ่งเกิดจากยาพิษจึงตกใจกลัวสารภาพความจริงทุกอย่าง ทำให้โออุเมะรู้สึกเสียใจและเคียดแค้นอิเอม่อนคนรักเป็นที่สุด ตัดสินใจใช้ลิ่มเหล็กแกะสลักจ่อคอวิ่งชนฝาผนังจนลิ่มเหล็กแทงทะลุคอ ก่อนตายได้กล่าววาจาสาปแช่งคนรักทั้งที่ยังกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมอก หลังจากที่อิเอม่อนตบรางวัลแก่บ่าวรับใช้ที่ตนว่าจ้างด้วยการสังหารจนตาย เขากลับไปดูร่างโออิวะแต่ต้องตกใจกับสภาพที่น่ากลัวของอดีตคนเคยรัก จึงนำร่างนางตอกเข้ากับฝาประตูแล้วนำไปลอยทิ้งแม่น้ำ
ความเหี้ยมโหดของชายคนรักที่นำร่างไร้วิญญาณของโออิวะตอกกับบานประตูไปลอยทิ้งแม่น้ำ เครดิตภาพ : https://www2.ntj.jac.go.jp/unesco/kabuki/jp/play/play17.html
เมื่อไร้อุปสรรคในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ อิเอม่อนได้แต่งงานเข้าบ้านอุเมะ คืนส่งตัวเขาเห็นภาพหลอนใบหน้าของอุเมะกลายเป็นโออิวะที่มีสภาพสยดสยอง ด้วยความตกใจอิเอม่อนใช้ดาบตัวเองฟันคอเจ้าสาวตายคาห้องหอ แล้ววิ่งไปขอความช่วยเหลือที่ห้องนอนหมอปรุงยา ทว่าเมื่อประตูเปิดออกเขากลับเห็นหน้าหมอปรุงยาเป็นบ่าวรับใช้หน้าตาน่ากลัวชุ่มโชกไปด้วยเลือด จึงชักดาบออกมาแทงจนตายคามือ
หลังจากสติเตลิดเขาไล่ฆ่าบ่าวไพร่ในเรือนอุเมะคนรักใหม่ไปอีกนับไม่ถ้วน ก่อนวิ่งหนีไปที่ริมแม่น้ำ อิเอม่อนพบกับวิญญาณโออิวะที่ตามอาฆาตแค้นเขา โออิวะกล่าวกับเขาว่าทำไมถึงทำกับตนเช่นนี้ ไหนว่าจะรักกันจนตาย อิเอม่อนได้ฟังดังนั้นเขาได้สติกลับมาเสียใจต่อการกระทำของตัวเองแล้วสิ้นใจตายริ่มฝั่งแม่น้ำที่ซึ่งเขาลอยศพโออิวะนั่นเอง
สึรุยะนัมโบคุที่ 4 นักเขียนบทละครคาบูกิที่มีผลงานสร้างชื่อมากมาย เครดิตภาพ : https://ja.wikipedia.org/wiki/%E9%B6%B4%E5%B1%8B%E5%8D%97%E5%8C%97_(4%E4%BB%A3%E7%9B%AE)#/media/%E3%83%95%E3%82%A1%E3%82%A4%E3%83%AB:Nanboku_Tsutaya_IV.jpg
ความนิยมของละครคาบูกิเรื่อง The Story of Oiwa and Tamiya Iemon ทำให้มีการหยิบยกเนื้อหามาทำเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ละครเวที อนิเมชั่น และนิยายอีกนับไม่ถ้วน โดยผู้ที่ให้กำเนิดตัวละครเรื่องดังกล่าวคือ สึรุยะนัมโบคุที่ 4 (四代目鶴屋南北) นักเขียนบทละครคาบุกิที่มีช่วงชีวิตอยู่ในปลายยุคเอโดะ
ศาลโออิวะอินาริทามิยะ ย่านชินจูกุ เครดิตภาพ : https://www.jinjyagoshuin.com/entry/oiwainari
แท้จริงแล้วโออิวะและอิเอม่อน เป็นคู่สามีภรรยาที่มีตัวตนอยู่จริง
แม้ว่าเรื่องราวในละครจะดูโหดร้าย น่ากลัว ทว่าโออิวะในความเป็นจริงเป็นลูกสาวขุนนางที่ได้พบรักกับอิเอม่อน บุตรชายชาตินักรบผู้เป็นที่นับหน้าถือตาของตระกูลทามิยะ ทั้งคู่มีชีวิตอยู่ในเอโดะตอนต้น ศตวรรษที่ 17 โออิวะเป็นยอดกุลสตรีที่มีความเฉลียวฉลาดทำหน้าที่แม่และศรีภรรยาได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อสิ้นชีวิตลงตระกูลทามิยะจึงสร้างศาลขึ้นเพื่อบูชาความดีงามของโออิวะ ปัจจุบันศาลโออิวะอินาริทามิยะ (於岩稲荷田宮神社) ตั้งอยู่ในพื้นที่ซาม่อนโจ เขตชินจูกุ
บ่อน้ำโออิวะในเขตวัดโยอุนจิ ตรงข้ามศาลโออิวะอินาริทามิยะ เครดิตภาพ : https://www.instagram.com/p/CvHUmaePEdq/
นอกจากศาลโออิวะอินาริทามิยะแล้ว ฝั่งตรงข้ามยังมีศาลโออิวะวัดโยอุนจิ (於岩稲荷陽運寺) วัดพุทธนิกายนิชิเร็น เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำโออิวะ ศาลทั้งสองแห่งเป็นที่นิยมสักการะบูชาของผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการตัดใจจากความสัมพันธ์จะนิยมมาขอพรเป็นอย่างมาก รวมทั้งนักแสดงคาบูกิเองก็นิยมมาขอพรก่อนขึ้นแสดงอีกด้วย
ขนาดละครยังสยองได้ขนาดนี้ ตอนต่อไปญี่ปุ่น 5 นาทีจะพาไปพบกับความโหด ความสะพรึง และความน่ากลัวของวิญญาณระดับตำนานที่แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่มีใครกล้าลองของ แล้วเราจะก้าวผ่านหน้าร้อนในญี่ปุ่นไปด้วยกัน ว่าแต่...อ่านจบแล้วอย่าลืมเล่าให้คนที่นั่งข้างหลังคุณฟังด้วยนะ หรือว่า...คุณ...มองไม่เห็นเขา?
เครดิตภาพหน้าปก : https://unsplash.com/ja/%E5%86%99%E7%9C%9F/NMk1Vggt2hg
โฆษณา