23 ส.ค. 2023 เวลา 05:35 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 6 อุบัติเหตุ

"พ่อเลี้ยงเป็นอะไรบ้างหรือครับ?" คนขับรถถามอนันต์ด้วยความเป็นห่วง เพราะตะกี้เขาเบรกรถกระทันหัน
“ฉันปลอดภัยดีพล นายล่ะเป็นไงบ้าง?”
“ไม่เป็นไรครับพ่อเลี้ยง ดีนะครับที่รถของเราขับมาไม่เร็วมาก ไม่อย่างนั้นแล้วต้องได้ชนท้ายเขาแน่ ๆ”
“ไป เราลงไปดูเขาหน่อยดีกว่า” อนันต์บอกกับพลคนขับรถประจำตัวให้ลงไปดูรถยนต์คันที่จอดนิ่งอยู่ข้างทาง
“เป็นไงกันบ้างครับ พวกคุณมีอะไรให้ผมช่วยไหม?” อนันต์ถามชายหนุ่มทั้ง 2 คนที่เพิ่งออกมาจากรถยนต์ที่ยางเพิ่งจะระเบิดไปเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
“ไม่เป็นไรมากครับคุณน้า ดีที่รถขับมาไม่เร็วมาก นายเป็นไงบ้างนพ” ชายหนุ่มตอบคำถามของอนันต์แล้วหันมาถามเพื่อนที่เป็นคนขับ
“ไม่เป็นไรมากเพื่อน แค่ใจเสียนิดหน่อย คิดว่าจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เสียแล้ว”
“พวกคุณมาจากกรุงเทพ ฯ กันเหรอ” อนันต์ถามชายหนุ่มทั้ง 2 คนเพราะเขาเห็นป้ายทะเบียน ณ 991 กรุงเทพมหานคร
“พวกเราขับรถมาจากโรงพยาบาลจะพากันเข้าไปทำธุระในตัวจังหวัดครับ” วันนี้เป็นวันอาทิตย์ตรวจคนไข้ตอนช่วงเช้าเสร็จแล้วชายหนุ่มทั้ง 2 คนตั้งใจจะพากันไปทำธุระในตัวจังหวัดจนได้มาเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่นี่ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลประมาณ 5 กิโลเมตร
“พวกคุณเป็นคุณหมอเหรอครับ”
“ครับคุณน้า พวกเรา 2 คนเพิ่งย้ายมาประจำอยู่ที่โรงพยาบาลของอำเภอนี้ครับ” หนึ่งในนั้นเป็นคนตอบคำถามของอนันต์
“งั้นเดี๋ยวพลโทรเรียกช่างมาจัดการให้คุณหมอเขาหน่อย เดี๋ยวพวกคุณไปนั่งกินอะไรเย็น ๆ ในร้านของผมก่อนดีกว่าครับ ทางนี้พลเขาจัดการให้เองไม่ต้องเป็นห่วง นี่ครับนามบัตรของผม” อนันต์ยื่นนามบัตรให้กับชายหนุ่ม
“ขอบคุณมากครับคุณน้า ขอบคุณพี่ด้วยนะครับ นี่ครับกุญแจ” ชายหนุ่มรับนามบัตรจากอนันต์แล้วยื่นกุญแจรถให้กับพล
“คุณหมอไม่ต้องเป็นห่วงนะครับเดี๋ยวเสร็จเรียบร้อยแล้วผมจะขับตามไปให้ครับ นี่กุญแจครับพ่อเลี้ยง” พลรับกุญแจรถจากชายหนุ่มแล้วยื่นกุญแจรถยนต์กระบะโฟร์วิล 4 ประตูให้กับอนันต์
“พวกเราไปกันเลยดีกว่าครับ” อนันต์รับกุญแจมาจากพลแล้วเดินนำชายหนุ่มทั้ง 2 คนไปที่รถของเขา
“ครับคุณน้า”
“ครับคุณน้า”
รับคำแล้วชายหนุ่มทั้ง 2 คนก็พากันเดินตามอนันต์ไปขึ้นรถที่มีสติ๊กเกอร์นัสรินฟลาวเวอร์ฟาร์มติดอยู่ที่กระจกด้านหลัง
“พวกคุณเพิ่งเรียนจบกันเหรอครับ?” อนันต์ถามเพราะเห็นหน้าตาท่าทางของชายหนุ่มทั้ง 2 คนแล้วเขาคิดว่าอายุคงจะไล่เลี่ยกันกับนัสรินบุตรสาวของเขา
“ครับ พวกเราเพิ่งจะเรียนจบกันครับคุณน้า” คราวนี้ชายหนุ่มที่นิ่งเงียบมานานจากอาการที่ยังไม่คลายความตระหนกตกใจจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาเป็นคนตอบคำถาม
“ถนนหนทางแถวนี้ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ เวลาขับรถพวกคุณต้องระมัดระวังให้มาก ๆ เลยนะครับ” อนันต์เตือนชายหนุ่มทั้ง 2 คนเพราะเขามีความรู้สึกห่วงใยในความปลอดภัยของการใช้รถใช้ถนนที่มีสภาพแตกต่างจากเมืองใหญ่
“ใกล้จะถึงฟาร์มแล้วครับ พวกคุณเคยขับรถผ่านมาเส้นนี้บ้างแล้วยังครับ?” อนันต์ถามชายหนุ่มทั้ง 2 คน
“ยังไม่เคยครับคุณน้า ย้ายมาก็อยู่กันแต่ในโรงพยาบาล นาน ๆ ทีถึงจะเข้าไปในตัวจังหวัดครับ” ครั้งนี้ชายหนุ่มที่เป็นคนตอบคำถามคำแรกของอนันต์เป็นคนตอบ
“ถึงแล้วครับ เชิญพวกคุณลงมาดื่มน้ำเย็น ๆ ในคาเฟ่กันก่อนครับ”
“ครับ ขอบคุณครับคุณน้า”
“ครับคุณน้า ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มทั้ง 2 คนตอบรับคำเชิญของอนันต์แล้วพากันลงมาจากรถ
“อ้าวคุณ ไหนบอกจะไปเยี่ยมลูกไร่ล่ะค่ะ ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ?” เมื่อเห็นสามีของเธอเดินเข้ามาในคาเฟ่นฤมลก็ลุกจากเก้าอี้หลังเคาน์เตอร์เดินตรงเข้ามาถาม
“เชิญนั่งกันก่อนครับคุณหมอ” อนันต์บอกให้ชายหนุ่มทั้ง 2 คนนั่งที่โต๊ะสำหรับลูกค้านั่งกินอาหาร
“สวัสดีครับคุณน้า”
“สวัสดีครับคุณน้า” ชายหนุ่มทั้ง 2 คนยกมือไหว้นฤมลเมื่อเห็นนฤมลพูดคุยกับอนันต์
“อ้าว สวัสดีค่ะ มาด้วยกันเหรอคะเนี่ย” นฤมลถามด้วยความสงสัย
“รถคุณหมอเขามีปัญหานิดหน่อยครับคุณ พลเขากำลังจัดการให้อยู่ ผมเลยพาคุณหมอเขามาหาน้ำเย็น ๆ ดื่มก่อนครับ”
“อ่อ เหรอคะ ว่าแต่คุณหมอจะดื่มน้ำอะไรกันบ้างคะ สุดา สุดามานี่หน่อยจ้ะ”
นฤมลเรียกสุดาให้มาจดรับรายการน้ำดื่มของชายหนุ่มทั้ง 2 คน
"พวกคุณดื่มน้ำเย็น ๆ กันก่อนนะครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปทำธุระสักครู่ครับ" อนันต์บอกกับชายหนุ่มทั้ง 2 คนหลังจากที่รับโทรศัพท์
“ครับคุณน้า”
“ครับคุณน้า” ชายหนุ่มทั้ง 2 คนตอบรับคำของอนันต์
"เดี๋ยวผมเข้าไปในโรงผลิตชาก่อนนะครับคุณ พอดีคนงานเขาโทรมาบอกว่าเครื่องจักรมีปัญหานิดหน่อยครับ"
"ค่ะคุณ"
อนันต์บอกกับนฤมลก่อนที่จะเดินออกไปจากคาเฟ่  นฤมลรับคำสามีของเธอแล้วก็เดินเข้ามาหาชายหนุ่มทั้ง 2 คน
"ขอบคุณครับ"
"ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มทั้ง 2 คนขอบคุณเมื่อสุดาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ
"นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว กว่ารถจะเสร็จก็คงจะเที่ยง คุณหมอจะกินอาหารจานเดียวร้อน ๆ รองท้องไปก่อนไหมคะ?" นฤมลถามด้วยมีความรู้สึกห่วงใยชายหนุ่มทั้ง 2 คนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบุตรสาวของเธอ
"ก็ดีเหมือนกันครับคุณน้า งั้นเดี๋ยวผมขอเป็นข้าวผัดกุ้งนะครับ"
"ของผมขอเป็นข้าวกะเพรากุ้งกับไข่ดาวครับคุณน้า"
"สุดาจดแล้วใช่ไหมจ๊ะ งั้นน้าขอตัวก่อนนะคะ พอดีที่นี่จะมีกรุ๊ปทัวร์มาลงทานอาหารตอนมื้อเที่ยงเป็นประจำทุกวัน ในคาเฟ่ช่วงเวลานี้ก็จะวุ่น ๆ มากสักหน่อยค่ะ"
"รอสักครู่นะคะ" สุดาจดรับรายการอาหารแล้วเดินตามนฤมลเข้าไปในโรงครัว
ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาอาหารมื้อเที่ยงแล้วพนักงานในคาเฟ่ต่างพากันจัดเตรียมจานชามบนโต๊ะอาหารสำหรับใช้ในการรับรองแขกที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ที่กำลังจะมาถึงภายในครึ่งชั่วโมงข้างหน้า
"รถเสร็จเรียบร้อยแล้วครับคุณหมอ นี่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดครับ" หลังจากที่ชายหนุ่มทั้ง 2 คนกินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว พลก็เดินเข้ามายื่นกุญแจรถพร้อมกับรายการค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางให้กับพวกเขาที่โต๊ะอาหาร
"ครับพี่ ขอบคุณพี่มากนะครับ ถ้าไม่ได้พี่มาช่วยตอนนี้พวกผมคงยังต้องนั่งกันอยู่ที่ริมถนนแน่ ๆ เลยครับ" ชายหนุ่มพูดกับพลพร้อมกับรับกุญแจรถและใบเสร็จค่าใช้จ่าย
"ฝากพี่ขอบคุณคุณน้าทั้ง 2 คนด้วยนะครับ นี่เป็นค่าอาหารกับค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยาง และนี่เป็นนามบัตรของผม ผมฝากไว้ให้กับคุณน้าทั้ง 2 ด้วยนะครับ แล้ววันหลังพวกผมจะพากันมาขอบคุณคุณน้าทั้ง 2 ด้วยตัวเองอีกครั้งนะครับ" ชายหนุ่มยื่นเงินค่าอาหารและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางพร้อมกับนามบัตรให้ไว้กับพลที่เป็นคนขับรถประจำตัวของอนันต์
"พวกเรากลับกันก่อนนะครับ ไปกันเพื่อน" คราวนี้ชายหนุ่มที่เพิ่งจะคลายความตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ไม่นานนักบอกกับพลแล้วหันมาชวนเพื่อนของเขา
"ครับ ครับคุณหมอ เดี๋ยวผมเดินออกไปส่งที่รถนะครับ เชิญครับ" พลตอบรับด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่มีสัมมาคารวะแล้วเดินนำชายหนุ่มทั้ง 2 คนออกมาจากคาเฟ่
ชายหนุ่มทั้ง 2 คนพากันรีบเดินตามหลังพลออกมาจากคาเฟ่เมื่อเห็นคนจำนวนมากทยอยกันลงมาจากรถบัสทั้ง 2 คันที่เพิ่งวิ่งเข้ามาจอดได้ไม่นาน
👉🏻 ตามกันต่อในบทที่ 7 นะคะ
โฆษณา