พลบค่ำคืนหนึ่งใน พ.ศ. 2535

ผมนั่งอยู่หน้าตึกกลาง ซึ่งปกติจะมีนศ.นั่งเล่นผ่อนคลายกันอยู่หนาตา
…แต่วันนี้ไม่มีใคร มีแต่ผมนั่งใช่ความคิดอยู่อย่างเดียวดาย… “ทำไมยังไม่กลับบ้าน?” เสียงหนึ่งทำลายความเงียบ ผมสะดุ้งแล้วหันกลับไปที่ต้นเสียง ยกมือไหว้แล้วตอบออกไป ”เดี๋ยวกลับแล้วครับ ‘จารย์” สิ้นเสียงก็ลุกขึ้น คิดจะเดินออกมาแต่มีมือมารั้งหัวไหล่เอาไว้ “เดี๋ยวก่อน! นี่เมาหรือเปล่านี่?” คำถามถูกยิงออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเนิบ ไม่มีอาการโกรธเกรี้ยวใดๆ…
“เปล่าครับ ‘จารย์ ไม่ได้เมาครับ” ผมตอบออกไป ในใจคิดอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เร็วๆ “เรียนคณะอะไรเนี่ย? ทำไมยังไม่กลับบ้าน?” คำถามเนิบเย็นยังคงมีมาต่อเนื่อง ผมก้มหน้าแล้วตอบคำถาม “เรียนออกแบบครับ ผมว่ารอให้รถโล่งๆแล้วค่อยกลับครับ”
…แล้วอีกคำถามตามออกมา “กินข้าวหรือยัง?” ทีนี้ไม่รอให้ผมตอบประโยคคำสั่งออกมาติดๆ “ตามมานี่ มาด้วยกัน”
…แล้วเจ้าของเสียงเนิบเย็นก็เดินพาผมไปกินข้าว ตลอดการนั่งกินข้าวยังคงมีคำถามอยู่ประปรายด้วยน้ำเสียงเนิบเย็นเหมือนเดิม หลังจากอิ่มกันแล้วผมเดินตามท่านกลับมาที่โรงเรียน
แล้วคำถามก็ดังเนิบออกมา “อ้าว ทำไมยังไม่กลับบ้าน? อย่ามานอนนี่นะ เค้าห้ามนศ.นอนที่โรงเรียน รู้ใช้มั้ย?” ผมเงียบสักพักก่อนตัดสิ้นใจตอบออกไป “ผมขอนอนคืนนึงได้มั้ยครับ ‘จารย์…คือผมไม่มีตังค์กลับบ้านครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เรียนเสร็จผมค่อยกลับพร้อมเพื่อนครับ”
คราวนี้ไม่มีคำถาม เจ้าของเสียงเนิบล้วงเปิดกระเป๋าเงิน หยิบแบงค์ยี่สิบยื่นมาให้ ”ค่ารถบ้านผม 5บาทก็พอครับ ‘จารย์” ผมไม่กล้ารับแบงค์ยี่สิบใบนั้นมา แล้วน้ำเสียงเนิบเย็นก็บอกว่า “สิบบาทเป็นค่าข้าวเช้า และอีก 5บาท เป็นค่ารถมาเรียนพรุ่งนี้” ท่านเอาแบงค์ยี่สิบยัดใส่มือแล้วเดินหายไปในตึกเรียน
…นี่คือเรื่องที่เราจะเจอใน โรงเรียนเพาะช่าง
๗๔ ปี
ศาสตรเมธี ปัญญา เพ็ชรชู
๒๖ ๙ ๒๕๖๖
บูชาครู อยู่ตรงไหน ก็วาดรูป
เส้นปากกาบนหลังตั๋วรถเมล์
  • 2
โฆษณา