7 ต.ค. 2023 เวลา 13:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

5 เหตุผล ทำไมสิงคโปร์ถึงมีแต่คนเก่ง ไทยควรเรียนรู้อะไรจากสิงคโปร์

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศที่ขาดทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีแม้กระทั่งน้ำจืดอย่าง ‘สิงคโปร์’ พัฒนาอย่างรวดเร็ว จนได้รับการรับรองว่าเป็น 1 ใน 4 เสือแห่งเอเชีย
1
‘คน’ คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้
4
นอกจากการพัฒนาคนในประเทศผ่านระบบโรงเรียนรัฐบาลที่ยอดเยี่ยมแล้ว สิงคโปร์ยังสามารถดึงดูดคนเก่งจากทั่วทุกมุมโลกเข้าสู่ตลาดแรงงานในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจโลกใจกลางเอเชีย
3
ตามปาฐกถาของ ลีเซียนลุง นายกรัฐมนตรีของประเทศสิงคโปร์ ที่เคยกล่าวไว้ว่า “Singapore must build a world-class talent pool because this is an age where talent makes all the difference to a nation’s success” (สิงคโปร์จะต้องสร้างแหล่งรวมผู้มีความสามารถระดับโลก เพราะนี่คือยุคที่คนมีความสามารถจะสร้างความแตกต่างให้แก่ความสำเร็จของประเทศ)
21
คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญ และตอกย้ำความต้องการบุคลากรศักยภาพสูงจากทั่วทุกมุมโลกของประเทศสิงคโปร์ได้อย่างชัดเจน
2
นอกจากนี้ตามรายงาน ‘ขีดความสามารถในการแข่งขันโลกในปี 2023’ (The Global Competitiveness Report 2023) รายงานที่กลุ่มผู้กำหนดนโยบายภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมทั่วโลกต่างจับตามองทุกปี เปรียบเสมือนตัวชี้วัดที่จะบอกเราว่า ประเทศอื่นๆ ทำภารกิจต่างๆ ได้ดีแค่ไหน ภารกิจเหล่านั้นอาจหมายถึงประเทศนั้นๆ ทำเงินได้มากน้อยแค่ไหน มีกฎหมายภายในประเทศที่ยุติธรรมและครอบคลุมเพียงใด และผู้คนในประเทศมีงานทำหรือไม่
3
หากประเทศใดอยู่ในอันดับต้นๆ ของรายงานนี้ นั่นหมายความว่า ผู้คนในประเทศนั้นมักจะมีงานที่ดี มีรายได้สูง และมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี รวมทั้งเป็นประเทศที่กำลังไปได้สวย เศรษฐกิจแข็งแกร่ง ประสบความสำเร็จ และเป็นประเทศที่ดีสำหรับการอยู่อาศัยและการทำงาน ซึ่งในปี 2023 สิงคโปร์ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก ตามรายงานนี้
5
อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนเก่งๆ ถึงอยากมาที่สิงคโปร์ และรัฐบาลสิงคโปร์มีกลยุทธ์อะไรในการดึงดูดคนเหล่านั้น? THE STANDARD ชวนไล่เลียงดูไปทีละประเด็น
2
1. เงินเดือนจูงใจ-ภาษีเอาใจ
ตามข้อมูลของ Payscale เผยว่า ปี 2023 เงินเดือนโดยเฉลี่ยของคนสิงคโปร์อยู่ที่ 58,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี ซึ่งตีเป็นเงินไทยได้เท่ากับประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อปี
7
ในขณะที่การจ่ายภาษี ชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยอยู่ในสิงคโปร์ติดต่อกันรวม 183 วันหรือมากกว่า จะเสียภาษีในอัตราระหว่าง 0-20% ขึ้นอยู่กับจำนวนรายรับ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ในหลายประเทศ หรือแม้กระทั่งในไทยเอง ผู้มีรายได้สูงต่อปีจะต้องเสียภาษีตามขั้นบันไดไปได้สูงสุดถึง 35%
1
2. ระบบเอื้อต่อการทำธุรกิจ
2
จากรายงานของธนาคารโลก สิงคโปร์ถูกจัดให้เป็นประเทศที่ง่ายต่อการเริ่มทำธุรกิจที่สุดในโลกติดต่อกัน 7 ปีซ้อน ด้วยระบบการลงทะเบียนจัดตั้งธุรกิจที่สะดวกสบาย สามารถทำผ่านช่องทางออนไลน์และเสร็จสิ้นภายในเพียงไม่กี่ชั่วโมง
1
มากไปกว่านั้นยังมีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือในการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในประเทศสิงคโปร์อย่าง ACRA (Accounting and Corporate Regulatory Authority) ที่คอยให้คำแนะนำในการเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร
4
3. คุณภาพชีวิตที่ลงตัว
สิงคโปร์ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง สิ่งก่อสร้าง และระบบขนส่งสาธารณะที่ดี นอกจากนี้ยังมีอัตราการก่ออาชญากรรมที่ต่ำจนทำให้สิงคโปร์ถูกจัดให้เป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดเป็นอันดับที่ 9 ของโลก ตามรายงานของ Global Peace Index (GPI) ปี 2021 นำหน้าประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ในอันดับที่ 10 ในขณะที่ไทยเองอยู่อันดับที่ 103
6
ข้อแลกเปลี่ยนอันแสนหอมหวานเหล่านี้ถูกหยิบยื่นให้ทาเลนต์ชาวต่างชาติจากทั่วโลก เพื่อดึงดูดแรงงานหัวกะทิเข้าสู่ประเทศผ่านนโยบายทางด้านแรงงานต่างๆ
1
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้ชาวต่างชาติได้สมัครวีซ่าที่ชื่อว่า ‘Tech Pass’ เมื่อต้นปี 2021 วีซ่าที่เปิดโอกาสให้บริษัทเทคโนโลยีในสิงคโปร์สามารถจ้างแรงงานต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาทำงานในประเทศได้ เช่น ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AI และนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) หรือแม้แต่ชาวต่างชาติที่เป็นผู้ประกอบการทางด้านธุรกิจเทคโนโลยี ที่ก็สามารถเข้ามาประกอบกิจการในสิงคโปร์ได้
7
4. วีซ่าตอบโจทย์แรงงาน
1
หนึ่งในนโยบายด้านแรงงานที่เห็นได้ชัดก็คือ การออกวีซ่าที่ชื่อว่า ‘ONE PASS’ หรือ Overseas Networks & Expertise วีซ่าที่จะเปิดให้บุคลากรชาวต่างชาติที่มีศักยภาพหลากหลายแวดวงจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแวดวงธุรกิจ ศิลปะ กีฬา หรือเทคโนโลยี สามารถเข้ามาทำงานและมาอาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์ได้เป็นเวลา 5 ปี และสามารถต่ออายุได้ครั้งละ 5 ปี โดยสามารถพาครอบครัวมาอาศัยและขอใบอนุญาตเพื่อการทำงานในประเทศสิงคโปร์ด้วยกันได้
7
5. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ
1
ถึงแม้สิงคโปร์จะเปิดประตูอ้าแขนรับทาเลนต์ชาวต่างชาติมากแค่ไหน แต่สิงคโปร์ก็ไม่ได้เมินเฉยต่อบุคลากรในประเทศแต่อย่างใด รัฐบาลสิงคโปร์ได้ริเริ่มโครงการหลากหลายโครงการ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในประเทศเช่นกัน
1
หนึ่งในโครงการนั้นคือ ‘SkillsFuture’ ที่เปิดโอกาสให้ชาวสิงคโปร์ได้พัฒนาทักษะและความรู้ตลอดชีวิต เพื่อช่วยให้แรงงานในประเทศรักษาความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ โดยรัฐจะช่วยอุดหนุนเงินสำหรับหลักสูตรการฝึกอบรม และจัดให้มีการฝึกภาคปฏิบัติจริงแก่นักศึกษาจบใหม่ในสาขาอาชีพที่มีความต้องการสูง
1
จากทุกปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะด้วยสภาพแวดล้อมทางสังคมหรือเศรษฐกิจที่น่าดึงดูด ผนวกกับนโยบายแรงงานที่เปิดรับทาเลนต์จากต่างประเทศ รวมไปถึงการพัฒนาคนในประเทศผ่านระบบการศึกษาที่ยอดเยี่ยม จึงทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยบุคลากรที่มีศักยภาพสูง
2
หันกลับมามองที่ประเทศไทย สถานการณ์ในไทยตอนนี้เป็นอย่างไร เมื่อโลกเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยและขาดแคลนแรงงาน ทักษะอะไรเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนมากที่สุดที่แรงงานไทยจะต้องเร่งพัฒนาหากไม่อยากถูกแย่งงาน?
4
📌 ร่วมฟังแนวทางและล้วงอินไซต์จาก ดร.สันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์ภาคเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการพัฒนาทักษะแรงงานของประเทศสิงคโปร์ ที่งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2023
📌 กดบัตร Early Bird ได้แล้วที่ https://thestandard.co/zipeventapp/e/Economic-Forum-2023/075
1
โฆษณา