9 ต.ค. 2023 เวลา 02:26 • ความคิดเห็น
จิตแต่ละดวงเกิดมาอาศัย ..ได้กายพ่อแม่เป็มนุษย์ บ้างก็ได้กายพ่อแม่เป็นสัตว์ ..ต่างวนเวียนเกิดตายไปตามกรรม ที่ธาตุทั้งสี่ที่ตนเองสะสมกรรมไว้ นำพาไปประกอบกับธาตุทั้งสองของพ่อแม่ ที่เรียกว่า ธาตุนะโม ประกอบขึ้นมาให้มากาย มีกายเป็นมนุษย์ครบอาการสามสิบสอง หรือไม่ครบ พรั่งพร้อมด้วยสติปัญญา จิตแต่ละดวง ที่เกิดมามีกายเป็นมนุษย์ ก็สะสมนิสัยสันดานติดมากับธาตุทั้งสี่ที่ประกอบขึ้นมา ไม่เหมือนกัน มีแหล่งที่มาของจิตไม่เหมือนกัน มาจากอบายภูมิ มาจากเปรต อสุรกาย ..ที่มาจากเทพยดาอินทร์พรหมนั้นมีน้อยมากๆ
นิสัยสันดานที่ที่เคยสะสมมาไม่เหมือนกัน บ้างมุ่งมั่นหาลาภยศ บ้างหาสิ่งบันเทิงเริงรมย์ บ้างแสวงหาสิ่งมึนเมา เสเพลอันธพาล บ้างเสาะแสวงหา .ชื่อเสียงเกียรติยศ มันมีอะไรมากมายที่คนเข้ามุ่งมั่น วกวนจมอยู่กับอารมณ์ที่ใช้ .ไม่สามารถทบทวน .หรือ หยุดยั้ง อารมณ์นึกคิดที่สั่งให้จิต นำพากาย ไปยืน ไปเดิน ไปนั่ง ไปนอน ยืนเดินนั่งนอน..ก็เป็นอารมณ์กรรมไปเสียทั้งหมด ..เดินไปด่าไปว่า ไปเบียดเบียนนินทา นั่งก็คิดเรื่องนั่นเรื่องนี้ ..แม้กิริยาจะนอน..ก็เอาเรื่องนั่นเรื่องนี้มาคิด ..คิดอย่างนั่นอย่างนี้ .ไม่เคยหยุดคิด
ทำอย่างไรหนอ..จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ..ไม่มีอารมณ์นึกคิด ..พักกายพักจิตเสียบ้าง ความเป็นอมตะ..ไม่ได้อยู่ที่อารมณ์นึกคิดที่ อุปโลกน์..ให้ .. จิตที่พ้นวิสัยของอารมณ์กรรม หยุดยั้งอารมณ์ที่เป็นกรรมได้ ..ชำระสะสางกายให้มีอารมณ์ปรุงแต่งให้น้อยลงไป กรรมน้อยลงไป ..กายก็เป็นสุขจิตก็เป็นสุขใจ มีสติสัมปชัญญะ รักษากายรักษาจิตเป็นปกติ ไม่มีอารมณ์ปรุงแต่งให้วุ่นวาย ..ทั้งกายและใจก็เป็นสุข จะนั่งจะยืนจะเดินจะนอน ก็เป็นสุขสงบ..ไม่วุ่นวาย
โฆษณา