Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
AOMSAP Journey
•
ติดตาม
11 ต.ค. 2023 เวลา 03:22 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ทำไมการที่ Bond Yield "พุ่งสูงขึ้น" ถึง "ไม่ใช่เรื่องดี" สำหรับตลาดหุ้น
ตลาดการเงินโลกมีความซับซ้อน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลกับตลาดหุ้น
เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดแนวโน้มพฤติกรรมของนักลงทุนและสุขภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม
แต่เหตุใดเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น จึงไม่เป็นผลดีต่อตลาดหุ้น ครั้งนี้จะมาบอกเล่าให้เพื่อนๆและนักลงทุนหน้าใหม่ได้เข้าใจกันมากขึ้น
ก่อนอื่นเราลองนึกภาพตามกันก่อนว่า สถานการณ์ไหนที่สามารถทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นได้บ้างอัตราดอกเบี้ยกู้
คำตอบ คือ เมื่อมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือนักลงทุนมีการถือครองพันธบัตรรัฐบาลประเทศนั้นน้อยลงนั่นเอง
แล้วเมื่อใดกันที่มักเกิดสองเหตุการณ์นี้ขึ้น คำตอบ คือ เมื่ออัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นนั่นเอง
เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสะกัดเงินเฟ้อให้สงบลง
แต่สัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจากธนาคารกลาง มักทำให้ราคาของพันธบัตรรัฐบาลลดลง จากการเทขายพันธบัตรรัฐบาลชุดเก่าๆ ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ
เพื่อป้องกันความเสี่ยง และรอซื้อพันธบัตรรัฐบาลชุดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย
แล้วอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น มันไปกดดันราคาหุ้นในทางอ้อมได้อย่างไร?
ตัวอย่างแรก
เมื่อมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายหรือนักลงทุนมีการถือครองพันธบัตรรัฐบาลน้อยลง
ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น พันธบัตรเหล่านี้จะดึงดูดนักลงทุนแนวอนุรักษ์นิยมที่ต้องการผลตอบแทนคงที่และปลอดภัย
เพราะราคาของพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลง จากการเทขายเพื่อป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน บวกกับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น
และด้วยความที่เป็นพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาล ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหรือมูลค่าของมันกลายเป็นศูนย์ จึงแทบจะไม่มีเลย ซึ่งทำให้มันดูมีความปลอคภัยมากกว่าหุ้น
ยิ่งในช่วงที่ดอกเบี้ยนโยบายสูงด้วยยิ่งแล้วใหญ่ เพราะในช่วงนั้นหุ้นจะมีความผันผวนสูง เพราะโดนกดดันด้วยดอกเบี้ยนโยบาย จึงทำให้อาจเกิดดการโยกเงินจากหุ้นมาที่พันธบัตรรัฐบาลได้
ตัวอย่างที่สอง
เมื่อมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือนักลงทุนมีการถือครองพันธบัตรรัฐบาลน้อยลง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น
สื่งนี้ยังสามารถกดดันให้มีการเทขายหุ้นกู้ชุดเก่าของบริษัทต่างๆ
เพราะหุ้นกู้ชุดเก่าๆเหล่านั้น มักให้ผลตอบแทนต่ำกว่าพันธบัตรรัฐบาลในปัจจุบันนั่นเอง
และหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น ก็อาจขัดขวางการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ของบริษัทต่างๆ ทำให้แผนการเงินของพวกเขาผิดพลาดแล้วในบางกรณีจะนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทนั้นๆนั่นเอง
ลองนึกภาพหากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ที่ 5.00% แต่หุ้นกู้ของบริษัทเอกชนให้ผลตอบแทนน้อยกว่าที่ 3.50% จะเกิดอะไรขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้น คือ นักลงทุนจะไม่มีแรงจงใจให้ซื้อหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน เพราะพันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนสูงกว่า อาจส่งผลทำให้หุ้นกู้ของบริษัทเอกชนชุดนั้นขายไม่ได้หรือขายไม่หมดตามเป้าหมายนั่นเอง
ตัวอย่างที่สาม
เมื่อมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือนักลงทุนมีการถือครองพันธบัตรรัฐบาลน้อยลง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น
ในบางอุตสาหกรรมอย่างธนาคาร บริษัทประกัน หรือบริษัทใดๆก็ตามที่มีการถือครองพันธบัตรรัฐบาลที่เยอะ
พวกเขาอาจประสบปัญหาการขาดทุนทางบัญชีชั่วคราวได้ หากพวกเขาไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนและถือพันธบัตรรัฐบาลนั่นไว้เฉยๆ
ซึ่งการขาดทุนทางบัญชีก็จะไปสะท้อนในผลประกอบการประจำไตรมาส ทำให้นักลงทุน อาจมีการเทขายหุ้นตัวนั้น เนื่องจากเห็นผลประกอบการที่ออกมาไม่ดีนั่นเอง
หรือในบางกรณีอย่างธนาคาร หากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก
เพื่อนๆคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็จะทำให้บุคคลทั่วไปหรือนักลงทุน ไม่มีแรงจูงใจที่จะฝากเงิน เพราะหากพวกเขาซื้อพันธบัตรรัฐบาล พวกเขาก็จะได้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินนั่นเอง
สิ่งนี้อาจทำให้ธนาคารขาดสภาพคล่อง และอาจกลายเป็นปัญหาสำหรับธนาคารที่ไม่ได้มีการดูแลจัดการที่ดี
ตัวอย่างที่สี่
เมื่อมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือนักลงทุนมีการถือครองพันธบัตรรัฐบาลน้อยลง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น
จะทำให้เงื่อนไขด้านการเงินยากขึ้นด้วย เพราะไม่เพียงแต่ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นแล้วจะกู้เงินยากขึ้น
แต่ในผู้ปล่อยกู้บางราย พวกเขาจะใช้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เป็นตัวกำหนดดอกเบี้ยเริ่มต้น หากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูง ดอกเบี้ยกู้เงินของผู้ปล่อยกู้รายนั้นก็จะสูงตามไปด้วย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่มักนิยมใช้อ้างอิง ก็คือตัว 3ปี 5ปี และ 10ปี
ตัวอย่างเช่น หากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปี อยู่ที่ 4.87%
ผู้ปล่อยกู้บางรายจะเปรียบเทียบว่า หากเขาปล่อยกู้ให้ผู้กู้ในระยะเวลา 3 ปีเท่ากัน เขาควรจะปล่อยกู้ที่ดอกเบี้ยกู้เท่าไหร่ถึงจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าสำหรับเขา
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปีเลยจะถูกนำมาอ้างอิง เพราะว่าการปล่อยกู้ก็ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง หากปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยกู้ที่ต่ำกว่าสินทรัพย์ที่มีความปลอคภัยสูงอย่างพันธบัตรรัฐบาล จะถือว่าผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง
ผู้กู้บางรายเลยใช้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปี ที่ 4.87% เป็นอัตราดอกเบี้ยกู้ขั้นต่ำนั่นเอง
ในขณะเดียวกัน หากบริษัทใดมีปัญหาทางการเงินและไม่สามารถกู้เงิน เพื่อนำมาบริหารจัดการหรือรีไฟแนนซ์ได้ เนื่องจากเงื่อนไขทางการเงินยากขึ้น บริษัทก็อาจประสบปัญหาภายใน และนำไปสู่ราคาหุ้นที่ร่วงลงได้
ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น จะเห็นได้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลนั้นมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นในหลากหลายมิติ
การศึกษาความสัมพันธ์ของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล กับสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็นและพึ่งกระทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อการลงทุนของเรา
และไม่เพียงแต่ที่ยกตัวอย่างเท่านั้น ยังมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่าที่กล่าวไว้อีกมากมาย ครั้งนี้แค่ยกตัวอย่างแบบง่ายๆเท่านั้น
เพื่อนๆหรือนักลงทุนที่สนใจ สามารถศึกษาเพิ่มเติมโดยละเอียด และประเมินความเสี่ยงได้ด้วยตัวเอง
References:
https://fortune.com/2023/03/23/banks-unrealized-losses-nearly-2-trillion-treasuries-mortgage-backed-securities/
https://www.reuters.com/markets/us/fed-paper-financial-conditions-tightest-since-crisis-over-decade-ago-2023-06-30/
https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?release=y&ref=M&id=ZFRmTHhacUtsUFE9
ข่าวรอบโลก
เศรษฐกิจ
การลงทุน
2 บันทึก
3
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
INVESTING NEWS AND ECONOMY SERIES by AOMSAP Journey
2
3
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย