18 ต.ค. 2023 เวลา 04:19 • ประวัติศาสตร์

“ยูเอฟโอที่โรงเรียนเอเรียล (Ariel School UFO Incident)” เมื่อกลุ่มนักเรียนพบกับ “มนุษย์ต่างดาว”

ในเดือนกันยายน ค.ศ.1994 (พ.ศ.2537) ได้มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นที่เมืองรูวา ประเทศซิมบับเว
ได้เกิดเหตุการณ์ที่นักเรียนกว่า 62 คนที่โรงเรียนเอเรียล (Ariel School) ในประเทศซิมบับเวได้พบกับวัตถุประหลาดที่บินบนท้องฟ้า และลงจอดในผืนนาข้างๆ โรงเรียน
จากปากคำของเหล่านักเรียน ได้กล่าวว่ามีสิ่งมีชีวิตลึกลับลงมาจากวัตถุลึกลับ และได้พูดคุยกับเหล่านักเรียน
สิ่งมีชีวิตตนนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีผิวมันลื่นคล้ายขี้ผึ้ง และมีดวงตาที่โต
และที่แปลกไปกว่านั้นก็คือสิ่งมีชีวิตตนนั้นไม่ได้สื่อสารกับเด็กนักเรียนผ่านการพูดคุย ตรงกันข้าม สิ่งมีชีวิตตนนั้นไม่ได้ขยับปากเลย หากแต่เป็นการสื่อสารทาง “โทรจิต” โดยสิ่งมีชีวิตนั้นได้กล่าวให้เด็กๆ รักษาสิ่งแวดล้อมบนโลกไว้
ในไม่ช้า ผู้คนก็ให้ความสนใจในเหตุการณ์นี้และลงมาสืบสวน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านยูเอฟโออย่าง “ซินเทีย ฮินด์ (Cynthia Hind)” ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด “จอห์น อี. แม็ก (John E. Mack)” และสำนักข่าวบีบีซี
เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร เราลองมาย้อนอดีตกันครับ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ.1994 (พ.ศ.2537) ที่เมืองรูวา ประเทศซิมบับเว ในชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ก่อนหน้าวันเกิดเหตุก็ได้มีรายงานการพบเห็นยูเอฟโอในบริเวณใกล้เคียง หากแต่เหตุการณ์ที่เกิดที่โรงเรียนเอเรียลกลับเป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุด
ในเวลาประมาณ 10:00 น. ของวันเกิดเหตุ เด็กนักเรียนของโรงเรียนเอเรียลได้ออกไปพักเบรค เดินเล่นบริเวณสวนของโรงเรียน ก่อนที่จะพบเห็นกับบางอย่างที่แปลกประหลาด
จากปากคำของเด็กนักเรียน สิ่งนั้นมีลักษณะคล้ายกับแผ่นซีดี มีลักษณะแบน กลม สีเงิน
ในเวลานั้น ผู้ใหญ่ทั้งหมดซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่และครูอาจารย์กำลังประชุมอยู่ในตึก กว่าจะประชุมเสร็จ เหตุการณ์นี้ก็ได้จบลงแล้ว
เหล่าเด็กนักเรียนได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ครูอาจารย์ฟัง ซึ่งทีแรก เหล่าครูอาจารย์ก็ยังไม่เชื่อซักเท่าไร แต่เมื่อนักเรียนทั้งหมดเอาเรื่องนี้กลับไปเล่าให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่บ้านฟัง ก็ได้จุดประกายให้เรื่องนี้ไม่จบลงง่ายๆ
เด็กนักเรียนบางคนกล่าวว่าสิ่งที่ตนพบเจอนั้นคือ “มนุษย์ต่างดาว” ส่วนบางคนก็คิดว่าสิ่งที่เด็กๆ พบเจอคือปีศาจตามตำนานท้องถิ่น ส่วนเหล่าผู้ปกครองที่จ่ายค่าเทอมที่แพงลิบลิ่วแก่โรงเรียน ก็ต้องการจะทราบคำตอบจากโรงเรียนว่าลูกๆ ของตนนั้นพบเจอกับอะไร
ในไม่ช้า เหตุการณ์ “ยูเอฟโอที่โรงเรียนเอเรียล (Ariel School UFO Incident)” ก็ได้ดังไปทั่ว และหนึ่งในผู้ที่สนใจก็คือผู้เชี่ยวชาญด้านยูเอฟโอที่ชื่อ “ซินเทีย ฮินด์ (Cynthia Hind)”
ที่ผ่านมา ฮินด์นั้นได้จับตามองถึงการพบเจอวัตถุบินได้ลึกลับที่มีการพบเจอในแอฟริกาใต้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนเอเรียลก็ทำให้ฮินด์สนใจเป็นอย่างมาก
ฮินด์ได้เดินทางไปที่โรงเรียนเอเรียลและได้สัมภาษณ์กลุ่มนักเรียน ซึ่งกลุ่มนักเรียนก็ได้บอกเล่าถึงสิ่งที่ตนพบเห็น
ซินเทีย ฮินด์ (Cynthia Hind)
โดยรวมแล้ว จากปากคำของนักเรียนนั้น บุคคลปริศนานั้นมีรูปร่างเล็ก สูงเพียงแค่ประมาณหนึ่งเมตรเท่านั้น แต่งตัวในชุดสูทสีดำเงา มีผมสีดำยาวและมีดวงตากลมโต
ฮินด์เชื่อในปากคำของเด็กๆ เนื่องจากพวกเขานั้นอาศัยและเติบโตในแถบชนบทห่างไกล จึงไม่น่าจะเห็นภาพของยูเอฟโอหรือมนุษย์ต่างดาวจากสื่อต่างๆ ได้ง่ายๆ และฮินด์ก็ได้ติดต่อหาศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ชื่อ “จอห์น อี. แม็ก (John E. Mack)” ให้มาช่วยในการสืบหาความจริงเรื่องนี้
1
แม็กนั้นเป็นศาสตราจารย์จิตเวชจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมีผลงานเขียนที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ อีกทั้งยังเป็นนักเขียนที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับการลักพาตัวคนโดยมนุษย์ต่างดาวอีกด้วย
แม็กได้ลงมาพูดคุยกับเด็กๆ ซึ่งเด็กๆ ก็ได้เผยว่ามนุษย์ต่างดาวที่พวกตนได้เจอนั้นสื่อสารกับพวกตนผ่านทางโทรจิต และบอกให้พวกตนดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมบนโลก
1
จอห์น อี. แม็ก (John E. Mack)
ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแต่เหล่านักเรียนในเหตุการณ์ก็ยืนยันว่าตนนั้นไม่ได้โกหก สิ่งที่เล่านั้นเป็นเรื่องจริง หากแต่หลายคนก็คิดว่าเรื่องนี้มีคำอธิบายได้
เริ่มแรก ได้มีบันทึกว่าวันก่อนวันเกิดเหตุก็มีรายงานว่ามีผู้พบเห็นยูเอฟโอ หากแต่เมื่อตรวจดูแล้ว สิ่งนั้นเป็นเพียงแสงที่มาจากการปล่อยดาวเทียม
และข้อที่ฮินด์บอกว่าเด็กนักเรียนเหล่านี้อาศัยอยู่ในแถบชนบทห่างไกล ไม่น่าจะเข้าถึงสื่อต่างๆ ทำให้ไม่มีภาพจำของมนุษย์ต่างดาว เรื่องนี้ก็ไม่จริง
เมืองรูวาที่เกิดเหตุนั้นถึงแม้จะเป็นชุมชนเล็กๆ แต่ก็อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงอย่างฮาราเร อีกอย่าง เด็กนักเรียนเหล่านี้ก็มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ดังนั้นการเข้าถึงสื่อต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องยาก
เป็นไปได้ว่าเด็กนักเรียนอาจจะเคยเห็นภาพยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาวจากสื่อต่างๆ และเมื่อเห็นเพื่อนตนให้สัมภาษณ์ ตนเองก็เกิดอุปทานหมู่ ก็พูดตามเพื่อนต่อกันไปเรื่อยๆ
2
นอกจากนั้น แม็กนั้นก็เป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และที่เด็กนักเรียนบอกว่ามนุษย์ต่างดาวบอกให้ตนรักษาสิ่งแวดล้อมนั้น ก็เป็นหลังจากที่แม็กมาพูดคุยด้วยแล้ว ก่อนหน้าที่แม็กจะมาถึง เด็กนักเรียนกลุ่มนี้ไม่ได้พูดเรื่องนี้แก่ฮินด์
ด้วยข้อสังเกตเหล่านี้ทำให้เรื่องนี้เป็นที่สงสัยและหลายคนคิดว่าเป็นเพียงอุปทานหมู่เท่านั้น
1
และจนถึงทุกวันนี้ คำถามที่ว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่ ก็ยังคงอยู่ต่อไป เฝ้ารอวันที่จะได้คำตอบ
แล้วคุณล่ะครับ? เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่? และคิดว่าเหตุการณ์ที่โรงเรียนเอเรียลเป็นเรื่องจริงหรือเพียงอุปทานหมู่?
โฆษณา