19 ต.ค. 2023 เวลา 05:30 • ประวัติศาสตร์

“เอ็ดมันด์ ฮิลลารี (Edmund Hillary)” ชายผู้พิชิต “ยอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest)”

“ยอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest)” เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลกเหนือระดับน้ำทะเล และนักปีนเขาหลายรายต่างก็หมายตาจะพิชิตยอดเขานี้
บทความนี้จะเป็นเรื่องราวของ “เอ็ดมันด์ ฮิลลารี (Edmund Hillary)” ลูกชายของคนเลี้ยงผึ้งในนิวซีแลนด์ ผู้ที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้เป็นรายแรกและเป็นหนึ่งในบุคคลที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษที่ 20
“เอ็ดมันด์ ฮิลลารี (Edmund Hillary)” เกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ.1919 (พ.ศ.2462) ที่นิวซีแลนด์ ในครอบครัวผู้เลี้ยงผึ้ง
เอ็ดมันด์ ฮิลลารี (Edmund Hillary)
เมื่อโตขึ้น ฮิลลารีก็เข้าช่วยงานในธุรกิจเลี้ยงผึ้งของพ่อ แต่ในขณะเดียวกันก็ชื่นชอบการปีนเขาด้วย โดยในช่วงวัยรุ่น เขาได้เข้าร่วมในการเดินทางไปเล่นสกีในหุบเขากับทางโรงเรียน และก็เกิดหลงใหลในการปีนเขา
ในปีค.ศ.1939 (พ.ศ.2482) ฮิลลารีก็ได้พิชิตยอดเขาแรกได้ นั่นคือ “ยอดเขาโอลลิเวียร์ (Mt. Ollivier)” ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะตามมา
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มขึ้น ฮิลลารีก็ได้เข้าร่วมกับกองทัพเรือนิวซีแลนด์ และก็ประสบอุบัติเหตุถูกไฟคลอก หากแต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งความฝันของฮิลลารี
ในช่วงพักฟื้น ฮิลลารีก็ได้ไปฝึกปีนเขาหลายแห่ง และได้รู้จักกับ “แฮร์รี่ แอรส์ (Harry Ayres)” นักปีนเขาชื่อดังชาวนิวซีแลนด์ และในปีต่อมา ฮิลลารีก็ได้ตั้งใจจะพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก
แฮร์รี่ แอรส์ (Harry Ayres)
ภายหลังจากหายจากอาการบาดเจ็บ ฮิลลาลีก็ได้เข้าร่วมการปีนเขาสูงหลายแห่ง ก่อนที่ในปีค.ศ.1951 (พ.ศ.2494) เขาจะถูกเชิญให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมสำรวจเอเวอเรสต์ของอังกฤษ
ยอดเขาเอเวอเรสต์ มีความสูงถึง 29,032 ฟุต และในระหว่างค.ศ.1920-1952 (พ.ศ.2463-2495) ก็ได้มีทีมนักปีนเขากว่าเจ็ดทีมได้พยายามจะพิชิตเอเวอเรสต์ หากแต่ก็ล้มเหลวมาโดยตลอด
ทีมสำรวจในปีค.ศ.1951 (พ.ศ.2494) ก็ไม่สามารถพิชิตเอเวอเรสต์ได้ หากแต่อีกสองปีต่อมา ค.ศ.1953 (พ.ศ.2496) ทีมสำรวจที่นำโดย “จอห์น ฮันท์ (John Hunt)” พร้อมด้วยฮิลลารี ก็จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล
ทีมสำรวจในปีค.ศ.1953 (พ.ศ.2496) ประกอบด้วยทีมงานกว่า 400 คน รวมทั้งนักปีนเขาเชื้อสายชนเผ่าเชอร์ปาของเนปาลอย่าง “เทนซิง นอร์เก (Tenzing Norgay)”
เทนซิง นอร์เก (Tenzing Norgay)
นอร์เกเป็นนักปีนเขาฝีมือดีวัย 39 ปี และนอร์เกก็ได้ร่วมปีนเอเวอเรสต์คู่กับฮิลลารี
อันที่จริง ในปีค.ศ.1953 (พ.ศ.2496) ก็มีนักปีนเขาอีกคู่หนึ่งเกือบจะพิชิตเอเวอเรสต์ได้ นั่นคือในวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ.1953 (พ.ศ.2496) “ทอม บัวร์ดิลลอน (Tom Bourdillon)” และ “ชาร์ลส์ อีแวนส์ (Charles Evans)” สองนักปีนเขาชาวอังกฤษ ก็ได้ปีนเอเวอเรสต์และเกือบจะพิชิตยอดสูงสุดได้แล้ว
แต่น่าเสียดายที่ทั้งคู่ต้องตัดสินใจหันหลังกลับหลังจากที่อยู่ห่างจากยอดเอเวอเรสต์เพียงแค่ 330 ฟุต (ประมาณ 90 เมตร) เท่านั้น เนื่องจากอ๊อกซิเจนสำรองของทั้งคู่เกิดมีปัญหา
สองวันต่อมา ก็ถึงตาของฮิลลารีและนอร์เกบ้าง
ยอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest)
28 พฤษภาคม ค.ศ.1953 (พ.ศ.2496) ฮิลลารีและนอร์เกก็ได้ออกไปพิชิตเอเวอเรสต์
ค่ำคืนนั้น ทั้งคู่ตั้งแคมป์บนความสูง 27,900 ฟุตใกล้กับยอดสูงสุด เฝ้ารอให้เวลาเช้ามาถึง
29 พฤษภาคม ค.ศ.1953 (พ.ศ.2496) ทั้งคู่ก็ออกเดินทางต่อไปยังยอดเอเวอเรสต์
ฮิลลารีได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลัง โดยเขากล่าวว่า
“ผมมักจะถูกถามเสมอว่าผมมั่นใจหรือไม่ว่าจะขึ้นไปถึงยอดเอเวอเรสต์ ซึ่งผมก็ตอบได้ว่าไม่เลย จนเมื่อเราไปถึงระยะ 50 ฟุตจากยอด ผมถึงเริ่มมั่นใจว่าเราจะไปถึงยอดได้แน่”
เมื่อใกล้ถึงยอดเอเวอเรสต์ ฮิลลารีก็ได้ขึ้นมาถึงยอด และโยนเชือกลงไปให้นอร์เก ซึ่งนอร์เกก็ไต่ตามมา
11:30 น. คนทั้งคู่ยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในโลก
ฮิลลารีและนอร์เกสวมกอดกันด้วยความดีใจ
ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่บนยอดเอเวอเรสต์ประมาณ 15 นาที ถ่ายรูป และฝังสิ่งของแทนตนไว้บนยอดเอเวอเรสต์ ก่อนจะเดินทางกลับลงมา
นับแต่บัดนั้น ทั้งคู่ก็ถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะของผู้ที่พิชิตยอดเอเวอเรสต์ได้เป็นรายแรก
ภายหลังจากพิชิตเอเวอเรสต์ ทั้งคู่ก็กลายเป็นคนดังระดับโลก ฮิลลารีได้รับแต่งตั้งเป็นท่านเซอร์ ส่วนนอร์เกก็ได้รับรางวัลเกียรติยศจากรัฐบาลอังกฤษ
ภายหลัง ฮิลลารีก็ยังคงเป็นหนึ่งในทีมงานการสำรวจอีกมากมาย รวมทั้งก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือผู้คนในเนปาล ทำให้ฮิลลารีได้รับเกียรติยศและการยกย่องอย่างสูง
เอ็ดมันด์ ฮิลลารี เสียชีวิตในวันที่ 11 มกราคม ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551) ด้วยวัย 89 ปี และชื่อของเขาก็ยังคงถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์จนถึงทุกวันนี้
โฆษณา