#infographic แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 1 ของโลกอย่าง Tesla ต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ

เมื่อยอดขายของ BYD ยังคงร้อนแรงไม่หยุดในทุกตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะทางด้านยอดขายในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา โดยมียอดขายรถ EV อยู่ที่ 431,603 คัน ขณะที่ Tesla มียอดขายอยู่ที่ 435,059 คัน มีส่วนต่างกันเพียง 3,456 คัน
ก่อนหน้านี้ยอดขายตลอดปี 2023 พบว่า Tesla จะทิ้งห่าง BYD มาโดยตลอด โดยยังคงขายรถไปได้มากกว่า BYD เป็นจำนวนถึง 670,000 คัน จนกระทั่งผ่านช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา BYD ได้ทำตลาดอย่างหนักในทุกตลาดทั่วโลก จนสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งช่องว่างระหว่าง 2 แบรนด์ลดน้อยลง
ยอดขายของ BYD ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2023 มีจำนวนมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2022 ถึง 66.9% และ มากกว่าไตรมาสที่ 2 ของปี 2023 อยู่ 22.6% ซึ่ง BYD มีการลงทุนนอกประเทศจีนมาตลอดระยะเวลา 1-2 ปี นี้ โดยเฉพาะในไทย อุซเบกิสถาน และบราซิล ที่ทางแบรนด์หมายมั่นปั้นมือให้เป็นอีกตลาดหลักของรถ EV นอกประเทศจีนและยุโรป
ดังนั้นต้องเป็นที่จับตากันว่ายอดขายของ BYD จะสามารถแซง Tesla ได้หรือไม่ เพราะล่าสุด Tesla เองก็ทำการลดราคารถยนต์หลายรุ่นในแทบทุกตลาดทั่วโลก พร้อมนำเสนอรุ่นใหม่ที่ใส่ออปชันและขัดเกลาหน้าตาทั้งภายนอกภายในให้ดีกว่าเดิมแต่มีราคาถูกลง งานนี้ต้องติดตามแบบห้ามกระพริบตา
นอกจาก BYD จะเริ่มฟัดกับ Tesla แบบสมน้ำสมเนื้อแล้ว รายงานยอดขายรถยนต์จาก 37 ตลาดหลักทั่วโลกตลอดเดือนสิงหาคม 2023 ล่าสุด ยังมีสถิติใหม่ที่รวบรวมโดย TrendForce พบว่า BYD สามารถขึ้นมายืนเป็นอันดับที่ 4 แทน Ford ได้
โดยขายรถยนต์รวมทั่วโลกตลอดเดือนสิงหาคม 2023 กว่า 5.55 ล้านคัน จาก 37 ตลาดหลักดังกล่าว จะพบว่า BYD ยังมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่าเดือนสิงหาคม 2022 อยู่ 5% ขณะที่ Ford กลับมียอดขายลดลงกว่า 6.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้เสียตำแหน่งที่ 4 ไปรั้งอันดับที่ 6 แทน
ส่วนในตลาดรถยนต์บ้านเกิดในประเทศจีนกำลังถูกปั่นป่วนไปด้วยบรรดาคู่แข่งมากหน้าหลายตา จนทำให้เกิดสงครามราคาจำหน่าย แต่ผลสำรวจ China Passenger Car Association (CPCA) ยังพบว่า BYD ยังคงรั้งอันดับที่ 1 ของยอดขายในประเทศจีนในเดือนสิงหาคมด้วยจำนวนกว่า 230,077 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 11.98%
ขณะที่ Volkswagenรั้งอันดับที่ 2 ด้วยจำนวน 195,548 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 10.18% และ Toyota ปิดที่อันดับที่ 3 ด้วยจำนวน 155,491 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 8.10% ตามมาด้วยอันดับที่ 4 อย่าง Honda ด้วยจำนวน 102,105 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 5.32% และแบรนด์ตามมาอยู่ในลำดับที่ 5 คือ Changan ด้วยยอดขาย 82,243 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 4.28%
สงครามรถยนต์ไฟฟ้ายังคงระอุในพื้นที่ทั่วโลก ดังนั้นคงต้องดูกลยุทธ์ที่แต่ละแบรนด์ที่จะนำเสนอต่อลูกค้าว่าจะโดนใจแค่ไหน เพราะแม้แต่แบรนด์อันดับ 1 ที่ได้รับความนิยม ยังต้องเพิ่มออปชันและปรับลดราคาลงมาแข่งขัน ส่วนใครจะชนะหรือแพ้ ผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินเอง #TNNWEALTH #ยอดขายเทสล่า #ยอดขายบีวายดี #บีวายดีกับเทสล่ากับบีวายดีใครดีกว่ากัน #ยอดขายรถไฟฟ้าทั่วโลก #ยอดขายรถไฟฟ้าในไทย #BYD #Tesla
โฆษณา