29 ต.ค. 2023 เวลา 14:00 • ไลฟ์สไตล์

ด้านมืด ‘Britney Spears’ เจ้าหญิงแห่งวงการเพลงป็อป เล่าผ่านหนังสือเล่มแรก

ชื่อของ “Britney Spears” หรือ บริทนีย์ สเปียร์ โด่งดังไปทั่วโลกทั้งในฐานะดาราเด็กจากช่องดิสนีย์ และในฐานะศิลปินหญิงชื่อดังก้องโลก แต่เธอไม่ได้โด่งดังในฐานะคนในวงการบันเทิงเท่านั้น เพราะเกือบตลอดช่วงชีวิตในวงการของเธอมักถูกนำเสนอภาพลักษณ์ในแง่ลบผ่านสื่อเสมอ จนทำให้บางคนมองว่าเธออาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีเท่าไรนัก
จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาสังคมก็เริ่มมองเธอในแง่ดีขึ้น หลังเกิดแฮชแท็ก #FreeBritney ที่ทำให้โลกรู้ว่าเธอต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพจิตอย่างหนัก จนต้องอยู่ในการดูแลของพ่อย่าง James Spears (เจมส์ สเปียร์) และนั่นทำให้ชีวิตของเธอแย่ลงกว่าเดิม
ล่าสุดบริทนีย์ทำให้โลกต้องทึ่งกับชีวิตในวงการบันเทิงของเธออีกครั้ง เมื่อเธอเปิดตัวหนังสือเล่มแรกในชีวิต “The Woman in Me” ที่ไม่ใช่การเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวทั่วไป แต่จะเรียกว่าเป็นการแฉด้านมืดของวงการบันเทิงที่เธอต้องเผชิญมาตลอดชีวิตก็ว่าได้
ในตอนที่บริทนีย์กำลังโด่งดังสุดขีดจนได้รับฉายาว่าเป็น “เจ้าหญิงแห่งวงการเพลงป็อป” ทุกอย่างในชีวิตกำลังไปได้สวย มีเพลงดังติดชาร์ตมากมาย ทัวร์คอนเสิร์ตไปหลายประเทศทั่วโลก มีคนรักที่เป็นหนุ่มบอยแบนด์สุดฮอตจากวง *NSYNC อย่างจัสติน ทิมเบอเลค ได้รับบทนำในภาพยนตร์ Crossroads และได้รับรางวัลสำคัญในวงการเพลงมากมาย
โดยเฉพาะอัลบั้มแรกของเธอ Baby One More Time ที่ปล่อยออกมาในปี 1999 นั้น ติดอันดับ Billboard 200 นานถึง 6 สัปดาห์ ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลง 15 ประเทศทั่วโลก มียอดขายมากกว่า 1 ล้านแผ่นภายในปีเดียว ทำให้เธอกลายเป็นศิลปินวัยรุ่นที่มียอดขายมากที่สุดในตอนนั้น
แต่หลังจากนั้นก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อเธอต้องพบเจอกับมรสุมมากมายในชีวิต และในปี 2008 ศาลตัดสินให้เธอต้องอยู่ในการดูแลของเจมส์ผู้เป็นพ่อแท้ๆ รับหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ดูแลเรื่องราวของเธอทุกอย่างไปจนถึงการจัดการทรัพย์สินส่วนตัว (Conservatorship)
เนื่องจากเธอไม่สามารถดูแลตัวเองได้ โดยปัญหาส่วนใหญ่มาจากปัญหาครอบครัวและสุขภาพจิต ทุกอย่างเหมือนกำลังจะกลับสู่ความปกติเมื่อเธอได้อยู่กับพ่อ แต่ต่อมาบริทนีย์กลับออกมาเปิดเผยว่า พ่อแท้ๆ ของเธอจำกัดอิสรภาพเธอทุกอย่าง และบังคับให้ทำงานอย่างหนักแม้ในตอนที่สภาพร่างกายเธอไม่พร้อม จนเกิด #FreeBritney
ในที่สุดในปี 2012 ศาลก็ตัดสินให้เจมส์ยุติบทบาทผู้พิทักษ์ของบริทนีย์ หญิงสาวได้ชีวิตของเธอคืน ทั้งการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ รวมถึงการจัดการทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด แม้ว่าบริทนีย์จะได้กลับมาใช้ชีวิตของเธอตามปกติแล้ว แต่ล่าสุดในปีนี้ (2023) ก็เกิดเรื่องช็อกวงการอีกครั้ง เมื่อเธออ้างว่าจัสตินอดีตแฟนหนุ่มของเธอทำให้เธอท้องและขอให้เธอทำแท้งเพราะยังไม่พร้อมจะเป็นพ่อคน
รายงานจาก People ระบุว่า บริทนีย์เปิดเผยว่าหนังสือ The Woman in Me เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ที่เจ็บปวดและเก็บเป็นความลับมาตลอดการใช้ชีวิตในวงการบันเทิง หนึ่งในนั้นคือประสบการณ์ทำแท้ง โดยเธอเล่าว่าแม้ตอนที่รู้ตัวว่าท้องจะค่อนข้างตกใจ แต่ก็ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องเลวร้าย เพราะเธอรักจัสตินมาก (ในตอนนั้น) ทำให้คาดหวังเสมอว่าสักวันหนึ่งจะสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่การตั้งครรภ์ครั้งนี้กลับไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้น เมื่อฝ่ายชายไม่ต้องการให้เธอเก็บลูกไว้
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เลิกกันโดยมีข่าวลือตามมาว่าเธอนอกใจจัสติน ก่อนจัสตินจะเปิดปล่อยเพลง Cry Me a River ที่บริทนีย์ก็ได้เขียนถึงเพลงนี้ไว้ในหนังสือว่า จัสตินสร้างภาพให้เธอกลายเป็นหญิงแพศยาผ่านเนื้อเพลงและมิวสิกวิดีโอ รวมถึงเลือกใช้นักแสดงหญิงที่คล้ายกับเธอ ทำให้ในช่วงนั้นบริทนีย์ถูกโจมสื่อผ่านสื่ออย่างหนัก
1
แม้ล่าสุดจัสตินจะมีครอบครัวไปแล้ว และออกมาพูดหลังถูกพาดพิงว่า อยากให้เธอปล่อยวางเรื่องราวในอดีตได้แล้ว ซึ่งบริทนีย์ก็บอกว่าเธอก้าวผ่านเรื่องนี้ไปได้นานแล้ว แต่แค่อยากออกมาแบ่งปันประสบการณ์อันเลวร้ายที่ครั้งหนึ่งเคยพบเจอมาเท่านั้น
สำหรับหนังสือ The Woman in Me กลายเป็นหนังสือที่มียอดสั่งซื้อล่วงหน้ามากที่สุดในโลก โดยมียอดรวมทั้งหมด 9 ล้านเล่ม แซงหน้าหนังสือ Spare ของเจ้าชายแฮร์รี ที่มียอดสั่งซื้อ 1.43 ล้านเล่ม (ข้อมูล ณ 19 ต.ค. 2023)
โฆษณา