15 พ.ย. 2023 เวลา 05:02 • ประวัติศาสตร์

เมื่อ "เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley)" มีเรื่องกับเจ้าของปั๊มน้ำมัน

“เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley)" คือตำนานของวงการเพลง และตราตรึงอยู่ในประวัติศาสตร์จนถึงทุกวันนี้
เขานั้นมีเพลงฮิตและผลงานมากมาย ได้รับรางวัลหลายรางวัล และด้วยความที่เป็นคนโด่งดัง ย่อมมีหลายคนมองเขาเป็น “ไอดอล” และพยายามเลียนแบบเขา มองเขาเป็นแบบอย่าง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเพรสลีย์ในช่วงต้นของชื่อเสียง ก็ทำให้เขาใจหายใจคว่ำ ต้องลุ้นว่าอนาคตจะออกหัวหรือออกก้อย
เรื่องราวเป็นอย่างไร ลองมาดูกันครับ
เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley)
18 ตุลาคม ค.ศ.1956 (พ.ศ.2499) เพรสลีย์วัย 21 ปี ได้ขับรถลินคอล์น คอนทิเนนทัล มาร์ค 2 (Lincoln Continental Mark II) คันใหม่เอี่ยมเข้าไปยังปั๊มน้ำมันในเมืองเมมฟิส รัฐเทนนิสซี
เพรสลีย์เอารถเข้าปั๊มเนื่องจากตนได้กลิ่นน้ำมันลอยขึ้นมาขณะที่กำลังขับรถ จึงเอารถเข้ามาจอดเพื่อเช็คดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
เพรสลีย์เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ความโด่งดัง เพลงฮิตเพลงแรกของเขา นั่นคือ “Heartbreak Hotel” เพิ่งออกไปได้แค่ปีเศษๆ และนำพาทั้งชื่อเสียงและเงินทองมาสู่เขามากมาย และรถหรูคันนี้ก็คือหลักฐานความสำเร็จของหนุ่มวัย 21 ปีที่สร้างตัวด้วยตนเอง
2
แต่การเอารถเข้ามาจอดเพื่อเช็คนั้น กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในเวลาต่อมา
รถลินคอล์น คอนทิเนนทัล มาร์ค 2 (Lincoln Continental Mark II) ของเพรสลีย์
หลังจากเช็ครถเสร็จเรียบร้อย เพรสลีย์ก็ได้ขับรถออกจากปั๊ม โดยในเวลานั้นเขาเพิ่งกลับจากทัวร์คอนเสิร์ต ร่างกายกำลังเหนื่อยล้าและต้องการการพักผ่อน และทัวร์คอนเสิร์ตต่อไปก็กำลังรออยู่
แต่ด้วยความที่ขับรถหรูและเป็นคนดัง ทำให้หลายคนสังเกตเห็นรถของเขา และเห็นว่าผู้ที่ขับเป็นนักร้องดัง เพรสลีย์จึงไม่สามารถขับรถไปได้เร็ว ต้องค่อยๆ ขยับเนื่องจากต้องหยุดจับมือทักทายแฟนๆ และแจกลายเซ็น
เจ้าของปั๊มน้ำมันที่ชื่อ “เอ็ด ฮ็อปเปอร์ (Ed Hopper)” ได้เข้ามาขอให้เพรสลีย์รีบขับรถออกไป เนื่องจากรถของเพรสลีย์ปิดทางและรบกวนธุรกิจของตน โดยภายหลังฮ็อปเปอร์ได้ให้สัมภาษณ์ว่าตนได้เข้าไปพูดดีๆ แล้วถึงสามครั้ง โดยกล่าวว่า
“เขา (เพรสลีย์) บอกว่ากำลังจะขยับรถแล้ว แต่ก็ไม่ไปซักที พวกเราไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใคร แต่ไม่ว่าจะเป็นใครผมก็จะขอให้ขยับออกไป และครั้งสุดท้ายที่ผมไปบอกให้เขาขยับรถ เขาก็ลงมาจากรถ ผมจึงผลักเขากลับขึ้นรถ เขาจึงเริ่มจู่โจมผม”
เพรสลีย์นั้นไม่พอใจที่โดนผลัก และเริ่มโต้ตอบ โดยตัวของเพรสลีย์นั้นสูง 182 เซนติเมตร หนัก 83 กิโลกรัม ต่างจากฮ็อปเปอร์ที่สูงเพียง 165 เซนติเมตร หนัก 74 กิโลกรัม และฮ็อปเปอร์ก็อายุมากกว่าเพรสลีย์ถึงหนึ่งรอบ
เพรสลีย์นั้นพุ่งหมัดใส่ฮ็อปเปอร์ และฟัดกับฮ็อปเปอร์ ทำให้ “ออเดรย์ บราวน์ (Audrey Brown)” พนักงานในปั๊มน้ำมันของฮ็อปเปอร์ต้องรีบวิ่งออกมาช่วยเจ้านาย
ในไม่ช้า ตำรวจก็มาเพื่อแยกทั้งคู่ออกจากกัน โดยเพรสลีย์กับบราวน์นั้นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก เพียงแค่ฟกช้ำเล็กน้อย ส่วนฮ็อปเปอร์นั้นน่วมพอสมควร
ทั้งสองฝ่ายได้ประกันตัวออกไปด้วยเงินคนละ 52 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,800 บาท) และต้องกลับมาขึ้นศาลในวันต่อมา และด้วยความที่เพรสลีย์เป็นนักร้องดัง ทำให้ข่าวนี้ดังไปทั่ว
1
ในวันต่อมา ห้องพิพากษาในศาลนั้นเต็มไปด้วยแฟนๆ ที่มารอดูนักร้องดัง และผู้พิพากษาก็ได้ตัดสินให้ฮ็อปเปอร์และบราวน์ถูกปรับคนละ 15 ดอลลาร์ (ประมาณ 500 บาท) ในข้อหาทะเลาะวิวาท และเตือนทั้งคู่ว่าคราวหลังอย่าแก้ปัญหาด้วยตนเอง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่
ส่วนเพรสลีย์นั้นได้รับการยกฟ้องทุกข้อหาท่ามกลางเสียงปรบมือของคนในห้อง หากแต่ผู้พิพากษาก็ได้กล่าวเตือนเพรสลีย์
“ในอนาคต คุณควรจะตระหนักว่าคุณมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากและควรจะให้ความร่วมมือกับเจ้าของธุรกิจทั้งหลายเพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงการรบกวน”
1
เพรสลีย์เดินออกไปจากห้องตัดสินท่ามกลางแฟนๆ สาวๆ และภาพลักษณ์ของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็น “แบดบอย” ซึ่งแทนที่จะทำลายชื่อเสียงของเขา กลับยิ่งเสริมภาพลักษณ์ขบถ น่าค้นหาให้เขามากยิ่งขึ้น
นักข่าวต่างทึ่งที่สถานการณ์กลับพลิกไปอย่างเหนือความคาดหมาย และกล่าวว่าแม้แต่ศิลปินที่มากความสามารถก็ยังทำไม่ได้
ทางด้านเพรสลีย์ก็ได้ให้สัมภาษณ์แก่นักข่าว กล่าวว่า
“ผมจะจดจำวันนี้ไปตลอดชีวิต ผมว่าคงมีหลายคนที่รอให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น และผมก็ไม่สามารถออกจากบ้านได้โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับผมอีกแล้ว”
เพรสลีย์เสียชีวิตในปีค.ศ.1977 (พ.ศ.2520) ด้วยวัย 42 ปี ซึ่งเท่ากับฮ็อปเปอร์ขณะมีเรื่องกับตน
โฆษณา