Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เขียนลมไว้ใต้ปีก
•
ติดตาม
17 พ.ย. 2023 เวลา 12:32 • ความคิดเห็น
แมทซ์พ้อยซ์มัจจุราช
เหงื่อไหลอาบบนใบหน้าที่นิ่งนั้น จากหน้าผากผ่านมายังปลายจมูก เขายืนตั้งท่ารับลูกเสริฟ สายตาจ้องนิ่งไปที่ฝั่งตรงข้าม สมองเขาต้องการสมาธิ เสียงเชียร์อันตรธานหายไป สายตาจ้องอยู่ที่ลูกขนไก่และแร็กเกตของคู่ต่อสู้
แต้มในขณะนั้น หากคู่ต่อสู้ทำได้อีกแต้มเดียว เขาจะแพ้ทันที .. แต่เขานิ่ง นิ่งราวกับไม่ไยดีในแต้ม หรือเขาลืมมันไปชั่วขณะ ไม่มีใครรู้ .. เพราะแต้มของเขายังห่างจากคู่ต่อสู้มากถึง 10 แต้ม ถือว่าตามหลังอยู่มาก .. แต่เขายังนิ่งอยู่
ยายสมจิตร นอนบนเตียงมานานกว่า 3 เดือนแล้ว ยายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ลูกหลานผลัดกันมาเฝ้ายาย ห้อมล้อมยายกันด้วยความรัก ยายรู้ว่ายายเป็นอะไร แต่ลูกหลานไม่ยอมบอก
3 เดือนก่อน หมอบอกลูกของยายว่ายายเป็นมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย ไม่ต้องคาดเดาเวลาที่เหลืออยู่ สำหรับยาย ผู้ที่ผ่านโลกมามากกว่า 75 ปีแล้ว ร่างกายแข็งแรงมาโดยตลอด แม้ลูกหลานปิดบังเรื่องมะเร็ง แต่ก็ไม่อาจปิดบังคนที่กร้านชีวิตมาถึงวัยนี้ได้
ยายยิ้ม ยายมีความสุข ยายยังนอนอยู่ที่เตียงเดิม ดูทีวี กินข้าว มองดูลูกหลานด้วยสีหน้าที่ปราศจากความกังวล ..คุณยายดูนิ่งมากเกินกว่าที่หลานๆจะเข้าใจ
ชายผู้พิการทั้งแขนและขา เขานอนอยู่ใต้สะพานพุทธมานานกว่า 3 เดือนแล้ว เขามาที่นี่ทุกวันเพื่อมารับงาน เขารับจ้างวาดรูป เพราะเขารัก เขากำลังเรียนสาขาจิตรกรรมสากล เขาเหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียว เขายังต้องหาเงินเพิ่ม เพราะจะครบกำหนดจ่ายค่าเทอมแล้ว ..
เขาหนีที่บ้านมาเพราะที่บ้านไม่อยากส่งให้เขามาเรียนที่กรุงเทพฯ พ่อแม่ไม่อาจทนเห็นลูกลำบาก ไม่อยากให้ลูกถูกดูแคลนจากสังคม แต่เขาดื้อ เขาไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา เขามั่นใจในศักยภาพของตัวเอง เขาเดินทางมาสมัครเรียนเอง หาเงินเอง ..
และตอนนี้ เวลาไล่บี้เขามา เหลืออีกแค่เดือนเดียวแล้ว เขาอาจต้องนอนน้อยลง จากคืนละ 3 ชั่วโมง เหลือ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ได้งานเพิ่มขึ้นมาอีกสักชิ้นสองชิ้นก็ยังดี ซึ่งมันอาจทำให้เขาได้ไปต่อ
ขณะวาดภาพ สีหน้าเขานิ่ง .. นิ่งเกินกว่าที่ลูกค้าจะเข้าใจ
เกมส์กีฬาที่แบ่งกันเป็น 2 ฝ่ายแล้วนับแต้ม ฝ่ายไหนทำแต้มจนถึงแต้มสุดท้ายก่อน ก็ชนะไป และใครขึ้นแท่นก่อนย่อมได้เปรียบ (หมายถึงเหลืออีกแต้มเดียวจะชนะ นั้นเรียกว่า 'แมทช์พ้อยท์")
95% ของคนทั่วไป เมื่อใดเจอสถานการณ์ถูกไล่บี้ ฝ่ายตรงข้ามไล่มาจนเกือบจะรุกฆาตแล้ว หรืออีกแต้มเดียวก็แพ้แล้ว ส่วนใหญ่ใจจะฝ่อ เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้แน่ๆ เตรียมพับกระดานเก็บ ค่อยว่ากันใหม่ในเกมส์หน้า
หากแต่ .. อีก 5% นั้น กลับคิดตรงกันข้าม .. พวกนี้คือพวก 'วิ่งสู้ฟัด' ใจไม่ถอย ตราบใดที่เกมส์ยังไม่จบ ไม่ว่าแต้มจะห่างกันมากแค่ไหน ก็กัดฟันสู้มันต่อไป .. เข้าตำรา “สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร”
แมทช์นั้น เขาชนะ จากเดิมที่เขาตามหลังคู่ต่อสู้อยู่ 10 แต้ม และอีกแต้มเดียวเขาจะแพ้ แต่เขาไม่ถอดใจ เขายังเคลื่อนไหวทุกท่วงท่าอย่างมีสมาธิ พร้อมๆกับที่สมองคิดวิธีรุกและรับอยู่ตลอดเวลา แล้วเขาก็ไล่ตามมาทีละแต้ม ทีละแต้ม จนแต้มตีเสมอกันกับคู่ต่อสู้
และเมื่อกรรมการขาน 'ดิวส์' คำนี้ให้ความรู้สึกเหมือนคนใกล้จะตาย ได้มีโอกาสต่อลมหายใจใหม่ .. ให้เขาได้สู้ต่อ
ย่างเข้าเดือนที่ 4 หมอแปลกใจมากที่เนื้อร้ายนั้นค่อยๆหายไป เซลล์มะเร็งลดตัวลงอย่างน่าประหลาด คุณยายต่อสู้กับความตายมาจนถึงจุด 'ดิวส์' ครั้งนี้หมอบอกว่า คุณยายมีโอกาสรักษาหายแล้ว .. คุณยายได้สู้ต่อ
ชายไร้แขน ใช้คอหนีบพู่กัน ตวัดพู่กันไปมาอย่างพริ้วไหว คืนสุดท้ายแล้ว ถ้าหากเขาขายภาพนี้ได้ เขาจะมีเงินครบที่จะไปจ่ายค่าเรียน เขายอมนอนน้อยลงมาอีกคืนละ 1 ชั่วโมง แต่มันก็คุ้ม กว่า 3 เดือนที่นอนวันละ 2-3 ชั่วโมง จนกระทั่งมาถึงจุด 'ดิวส์'
คราวนี้ .. เขาได้มีโอกาสสู้ต่อ เขาจะตั้งใจเรียนให้จบแล้วเอาใบประกาศกลับไปให้พ่อกับแม่ของเขาดู
ชีวิตคนเราก็เหมือนเกมส์กีฬา ทุกคนล้วนเป็นนักสู้ แชมป์โลกในอดีตมากมายล้วนผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วทั้งนั้น ทั้งตอนแข่งขันจริง หรือแม้กระทั่งเวลาซ้อม
คู่ต่อสู้ของยายสมจิตรก็คือโรคมะเร็ง ยายต่อสู้จนชนะแล้วอยู่ต่อมาได้จนถึงอายุ 95 ปี
คู่ต่อสู้ของชายพิการคือการได้เรียนต่อ เขาเรียนจบ ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนวาดรูปของวิทยาลัยที่เขาเรียนมา
และบางครั้ง ชีวิตคนเราอาจถูกไล่บี้ แต้มของคู่ต่อสู้นำจนห่างกันไกลลิบ
เมื่อ 'แมทช์พ้อยท์' ของชีวิตมาถึง เป็นเรา..เราจะยังสู้อยู่ไหม
หากเราเป็นประเภทกัดไม่ปล่อย ยื้อแต้มจนตามไล่คู่ต่อสู้ขึ้นมา ..ทีละแต้ม ทีละแต้ม .. และสู้มันอย่างมีสติ ใช้ความนิ่งอย่างไตร่ตรองในทุกขณะจิต มันอาจพลิกสถานการณ์จากแย่สุดขั้ว ตามมาจนถึง “แต้มดิวส์” ได้ไม่ยาก ถึงตอนนั้นใจของคู่ต่อสู้จะฝ่อไปเอง
พ่ายแพ้กับชัยชนะ..ล้วนพลิกกันได้ที่ความคิด
จิตที่ฝึกมาดีแล้ว ย่อมไม่ถอดใจง่ายๆ ยิ่งถูกไล่บี้ .. ใจยิ่งกล้าแกร่งขึ้นทวีคูณ
ตามสถิติลักษณะเช่นนี้มักปรากฏเพียง 5% ของคนทั่วไปเท่านั้น
และหากเปลี่ยนความคิดใหม่ซะตอนนี้ เราก็เป็นหนึ่งใน 5% นั้นได้เช่นกัน
(เรื่องที่เขียน..คือเรื่องจริงในบางมุมของโลกใบนี้ ที่เกิดขึ้นกับใครบางคน)
....
ภาพโดย Anja จาก Pixabay
แนวคิด
ไลฟ์สไตล์
เรื่องเล่า
2 บันทึก
6
1
5
2
6
1
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย