20 พ.ย. 2023 เวลา 23:12 • การเมือง

"โรงพยาบาล" สถานที่คุ้มครองจากกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ในสถานการณ์ที่โลกของเราเต็มไปด้วยความขัดแย้ง มีสงครามระเบิดขึ้นหลายมุมโลก มีหลายเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงในแง่ของความโหดร้ายด้านการละเมิดสิทธิมนุษย์ชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีการกล่าวหากองทัพอิสราเอลว่าเป็นผู้ถล่มโรงพยาบาลในเขตฉนวนกาซา ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารย์ไปทั่วโลก
“แม้แต่สงครามก็มีกฎเกณฑ์” มีความหมายว่า หากสงครามเกิดขึ้น ก็ต้องมีการจำกัดผลกระทบของมัน ยกตัวอย่างเช่น คุณต้องไม่โจมตีเด็ก สตรี หรือประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบ รวมไปถึงการให้การดูแลผู้ต้องขังอย่างมีมนุษยธรรม ไม่ทำการทรมานผู้อื่นเพื่อรีดข้อมูล โดยกฎเกณฑ์ที่ยกมานี้ ถูกระบุชัดในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) ซึ่งเป็นกฎที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยมีเป้าหมายทางมนุษยธรรมเป็นที่ตั้ง
กฎหมายที่ว่านี้ มีชื่อเรียกอีกอย่างที่อาจคุ้นหูกันมากกว่า คือ “กฎหมายสงคราม” หรือกฎหมายที่ถูกนำมาปรับใช้ในสถานการณ์การขัดกันทางอาวุธ กฎหมายที่ว่าประกอบด้วยสนธิสัญญาต่างๆ (ยกตัวอย่างเช่นอนุสัญญาเจนีวาและพิธีสารเพิ่มเติมซึ่งถือเป็นข้อตกลงหลัก) และกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ
โดยกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทำหน้าที่หลักสองประการ 1. ปกป้องผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ หรือไม่สามารถทำการสู้รบต่อ นั่นรวมไปถึง พลเรือน เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ผู้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ป่วย พลเรืออับปาง เชลยสงคราม และผู้ต้องขังอื่นๆ 2. บอกถึงขีดจำกัดของการทำสงคราม ยกตัวอย่างเช่น อาวุธบางประเภทไม่สามารถนำมาใช้ได้เพราะมีผลการทำลายล้างมากเกินไป หรือสร้างความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอันไม่จำเป็น
สาระสำคัญของ IHL ซึ่งเกี่ยวข้องกับอนุสัญญาเจนีวา กล่าวถึงการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสงครามและการขัดกันทางอาวุธ ในการประชุมทางการทูตระหว่างประเทศ เมื่อ พ.ศ. 2492 ได้มีการลงนามรับรอง อนุสัญญาเจนีวา 4 ฉบับ
อนุสัญญาฉบับที่ 1 ว่าด้วยการคุ้มครองและช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ เจ็บป่วยในสนามรบ
อนุสัญญาฉบับที่ 2 ว่าด้วยการคุ้มครองและช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ เจ็บป่วยในสงครามทางทะเล
อนุสัญญาฉบับที่ 3 ว่าด้วยการกำหนดสถานภาพและการปฏิบัติต่อเชลย
อนุสัญญาฉบับที่ 4 ว่าด้วยการคุ้มครองและช่วยเหลือพลเรือนในเขตพื้นที่ที่มีการขัดแย้งกันทางอาวุธ
สาระสำคัญของอนุสัญญาเจนีวา คือ
-ผู้บาดเจ็บต้องไม่ถูกทอดทิ้ง
-ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแล
-ผู้เสียชีวิตต้องถูกค้นหา
-พาหนะเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บต้องได้รับการคุ้มครอง
-เชลยศึกต้องได้รับการปลดปล่อยและส่งกลับโดยไม่ชักช้า
-ให้ความช่วยเหลือแก่เรืออับปาง
-โรงพยาบาลต้องไม่ถูกคุกคาม
-หีบห่อยาและเวชภัณฑ์มีเส้นทางลำเอียงที่ปลอดภัย
-สตรีต้องได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษให้พ้นจากการถูกข่มขืน
-ห้ามการปล้นสะดม
-เป็นหลักของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
ดังนั้น โรงพยาบาลได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษจากกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เพราะเป็นสถานที่สำหรับรักษาผู้ป่วยและผู้ได้รับบาดเจ็บ ทุกฝ่ายในความขัดแย้งไม่สามารถโจมตีโรงพยาบาล หรือเข้าขัดขวางไม่ให้โรงพยาบาลทำหน้าที่ทางการแพทย์
แต่อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลอาจสูญเสียสถานะการคุ้มครองได้เช่นกันหากถูกนำไปใช้นอกเหนือเป้าหมายทางมนุษยธรรม ยกตัวอย่างเช่น ใช้เป็นที่ซ่อนของพลรบ หรือใช้เป็นที่สำหรับกักเก็บอาวุธ หากพบว่าโรงพยาบาลถูกใช้งานในทางการรบ ทุกฝ่ายต้องตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าโรงพยาบาลถูกใช้ในเป้าหมายดังกล่าวจริง
อ้างอิงจากการประเมินข้อมูลบนพื้นฐานข้อเท็จจริงอย่างสมเหตุสมผล และหากแน่ใจแล้วว่าเป็นเช่นนั้น ก็ต้องมีการประกาศเตือนเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามหยุดใช้โรงพยาบาลในทางที่ไม่ถูกต้อง หากการเตือนไม่เป็นผล คู่ขัดแย้งต้องให้เวลาสำหรับโรงพยาบาลในการขนย้ายผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ออกจากพื้นที่
อย่างไรก็ดี ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลสามารถถูกโจมตีได้ในทันที เพราะภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ การโจมตีต้องตั้งอยู่บนหลักความได้สัดส่วนและความระมัดระวัง ผู้มีส่วนร่วมในความขัดแย้งต้องทำทุกอย่างเท่าที่เป็นไปได้เพื่อปกป้องผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ป่วย ซึ่งในบางครั้งไม่สามารถอพยพออกจากโรงพยาบาลได้
2
ภายใต้หลักความได้สัดส่วน ผู้มีส่วนร่วมในความขัดแย้งต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า การบาดเจ็บล้มตาย และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ต้องไม่มากเกินไปกว่าความได้เปรียบทางการทหารอย่างเป็นรูปธรรม เพราะเมื่อเราพูดถึงโรงพยาบาลในพื้นที่ปะทะ ความเสียหายมักมีผลในระยะยาว เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยและผู้ได้รับบาดเจ็บมีแต่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด การโจมตีโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นเรื่องที่มิชอบด้วยหลักการแห่งกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสงครามขนาดใหญ่อย่างสงครามรัสเซียยูเครน สงครามอิสราเอล ฮามาส หรือแม้แต่การปะทะตามแนวชายแดนระหว่างกองทัพเมียนมาร์กับกองกำลังชาติพันธุ์ จึงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าตอนนี้โลกของเรา ประสบกับภาวะการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและขยายวงมากขึ้นเรื่อยๆ
1
อ้างอิง
โฆษณา