20 พ.ย. 2023 เวลา 08:33 • ประวัติศาสตร์

"เอดิสัน (Edison)" พยายามจะทำลาย "เทสลา (Tesla)" จริงหรือ?

หลายคนที่เป็นแฟนประวัติศาสตร์น่าจะรู้จักเรื่องราวของ “สงครามกระแสไฟฟ้า (War of the Currents)” ซึ่งเป็นการแข่งขันโจมตีกันและกันระหว่างสองนักประดิษฐ์ชื่อก้องโลก นั่นคือ “โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison)” และ “นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla)”
2
หากใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากลิ้งค์นี้ครับ ซึ่งผมแนะนำให้อ่านก่อน จะได้เข้าใจเรื่องแบบคร่าวๆ
ต้องบอกว่าทั้งเอดิสันและเทสลานั้น ต่างเป็นนักประดิษฐ์ที่ปราดเปรื่องทั้งคู่ และต่างก็ภาคภูมิใจในตนเอง
เอดิสันนั้นได้ชื่อว่าเป็นนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และชื่อเสียงนี้ก็เป็นเดิมพัน เป็นเหมือนภาระที่เอดิสันแบกอยู่ ดังนั้นเอดิสันจึงไม่ยอมรับไฟฟ้ากระแสสลับของเทสลา ไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าไฟฟ้ากระแสสลับนั้นเหนือกว่าไฟฟ้ากระแสตรงของตน และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายไฟฟ้ากระแสสลับและชื่อเสียงของเทสลา
1
โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison)
นี่ก็เป็นเรื่องราวที่เป็นที่เล่าขานกันมานาน และก็มีมูลว่าจะจริงซะด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีการค้นคว้าและเกิดคำถามขึ้นใหม่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือ? หรือเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าที่ไม่เป็นความจริงเลย
จากการค้นคว้าของนักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ พบว่าเรื่องราวที่หลายคนโจมตีเอดิสันเรื่องที่พยายามทำลายเทสลานั้น อาจจะไม่เป็นความจริง เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดเลยว่าเอดิสันและเทสลานั้นห้ำหั่นกันอย่างที่เล่าต่อๆ กันมา
1
นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla)
อันที่จริงนั้น เอดิสันและเทสลาต่างเคารพซึ่งกันและกันอย่างมาก และหากทั้งคู่รับรู้ได้ ก็อาจจะรู้สึกแปลกใจว่ามีเรื่องเล่าว่าพวกตนนั้นไม่ถูกกัน ห้ำหั่นกัน
สงครามกระแสไฟฟ้านั้นเป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นจริงๆ แต่นั่นก็เป็นความขัดแย้งระหว่าง “จอร์จ เวสติงเฮาส์ (George Westinghouse)” นายทุนของเทสลา กับบริษัทของเอเดิสัน ไม่ใช่ตัวเอดิสันขัดแย้งกับเทสลา
เวสติงเฮาส์กับเอดิสันนั้นมีความขัดแย้งกัน ไม่ชอบกัน มีการโจมตีกันและกันผ่านสื่อและข้อกฎหมาย แต่นั่นก็คือความขัดแย้งทางธุรกิจเท่านั้น
1
จอร์จ เวสติงเฮาส์ (George Westinghouse)
และเป็นไปได้ว่าบุคลากรในบริษัทของเอดิสันนั้นก็สนับสนุนให้มีการนำไฟฟ้ากระแสสลับมาใช้ แต่เอดิสันไม่เห็นด้วยเนื่องจากเกรงว่าไฟฟ้ากระแสสลับจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่เรื่องเล่าในเวลาต่อมามักจะกล่าวถึงในทำนองว่าเอดิสันนั้นไม่อยากเสียหน้าและรักษาผลประโยชน์ของตน
1
แต่หากพิจารณาตามความเป็นจริง ก็เป็นเรื่องจริงที่ไฟฟ้ากระแสสลับทำให้เกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง แม้แต่ในเวลาต่อมาที่เทคโนโลยีก้าวหน้า ก็ยังเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากไฟฟ้ากระแสสลับ
1
สำหรับจุดเริ่มต้นความขัดแย้งระหว่างเอดิสันและเทสลานั้น น่าจะมาจากเรื่องเล่าที่ว่าสมัยเทสลาทำงานในบริษัทของเอดิสัน เทสลากล่าวอ้างว่าเอดิสันสัญญาว่าจะให้รางวัลตนเป็นเงินจำนวน 50,000 ดอลลาร์ ซึ่งคิดตามค่าเงินปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 50 ล้านบาท) หากตนสามารถพัฒนาและปรับปรุงดีไซน์เครื่องจักรจำนวนสี่ตัวในบริษัทของเอดิสัน
1
แต่ปรากฎว่าผู้จัดการบริษัทเอดิสัน หรือบางเรื่องเล่าก็กล่าวว่าเป็นตัวของเอดิสันเอง ออกมาบอกว่าที่ว่าจะให้เงินนั้นตนแค่พูดเล่นเฉยๆ ซึ่งในเรื่องนี้ เทสลาไม่เคยออกมาพูด
และต่อให้ชีวิตของเทสลาในช่วงที่ทำงานกับเอดิสันจะหนักหนาเพียงใด แต่เรื่องเล่านี้ก็ยังเป็นที่สงสัย เนื่องจากในสมุดบันทึกของเทสลา เทสลาไม่เคยบันทึกเรื่องนี้ เรื่องนี้เพิ่งจะโผล่มาในช่วงหลังที่เทสลาเริ่มมีปัญหาทางจิต เชื่อว่านกพิราบนั้นสื่อสารกับตนไดั
2
และต่อให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ก็น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่า เนื่องจากบริษัทของเอดิสันก็ไม่ได้มีเงินจำนวนมากขนาดนั้นตั้งแต่แรก
1
และยังมีเรื่องเล่าที่ว่าเอดิสันพยายามจะขโมยผลงานประดิษฐ์ของเทสลา พยายามจะไปจดสิทธิบัตรซะเองในฐานะนายจ้างของเทสลา ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่เรื่องจริง เนื่องจากเทสลาจดทะเบียนผลงานของตนหลังจากที่ตนออกมาจากเอดิสันแล้ว แถมผลงานนั้นยังใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ ไม่ได้ใช้ไฟฟ้ากระแสตรงของเอดิสัน
เทสลาเคยเขียนลงหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับเอดิสัน ความว่า
“หากเขา (เอดิสัน) ต้องหาเข็มในกองฟาง เขาจะไม่หยุดเพื่อหาเหตุผลว่าเข็มนั้นน่าจะอยู่ตรงไหน แต่จะรีบลงมือทันทีด้วยความมุ่งมั่นราวกับผึ้ง ตรวจดูฟางทีละเส้นจนกว่าจะเจอสิ่งที่ต้องการ”
1
และในบทความเดียวกัน เทสลายังยกย่องเอดิสันว่าเป็น “อัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของมนุษยชาติ”
1
เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเทสลานั้นไม่ใช่คู่แข่งที่เกลียดชังเอดิสัน แต่เป็นผู้ที่ชื่นชมเอดิสันมากคนหนึ่ง ซึ่งบทความนี้เทสลาเขียนหลังจากเอดิสันเสียชีวิตเพียงหนึ่งวัน
1
ดังนั้นหากเป็นตามนี้จริง ความขัดแย้งระหว่างเอดิสันและเทสลานั้น ความจริงส่วนใหญ่อาจจะมีเพียงเล็กน้อย เป็นเพียงการแต่งเติมหรือขยายความไปเองในภายหลัง ความเป็นจริงคือทั้งคู่อาจจะเป็นคู่แข่งกันจริง มีแนวทางแตกต่างกันจริง แต่ก็มีความเคารพชื่นชมกันและกัน เรียกว่าเป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่ง
นี่ก็เป็นเรื่องราวใหม่ที่อาจจะเพิ่งปรากฎออกมา ซึ่งความจริงเป็นอย่างไรนั้น ก็อาจจะต้องขึ้นกับความเชื่อหรือแนวทางของแต่ละคน
โฆษณา