20 พ.ย. 2023 เวลา 15:39 • ความคิดเห็น
คำว่าหนี้บุญคุณ ก็มีคำว่าพระคุณ มันขึ้นอยู่กับจิตแต่ละดวง ว่า จะรู้จักคำนี้มากน้อยแค่ไหน เหมือนกับการที่จิตเกิดมา ได้อาศัยเรือนกายของคุณบิดามารดา เรือนกายที่จิตนี้อาศัย เราได้มาจากใคร เป็นเรือนกายของใคร ..เมื่อเรามาอาศัยกายนี้ ..เราก็ยึดว่ากายนี้เป็นของเราเป็นตัวเป็นตนของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนกายนี้ อารมณ์โลภโกรธหลง กายเจ็บ กายแก่ มีอารมณ์นึกคิดอะไรยต่างที่เกิดขึ้นในเรือนกาย จิตนี้ก็ยึดถือว่าเป็นของเราอยู่
คราวนี้ เมื่อจิตรู้จักว่าตนเองเป็นผู้อาศัยเรือนนี้ เรือนกายนี้เป็นเรือนกายของพ่อแม่ เมื่อจิตมาอาศัยเรือนกายนี้ ก็ต้องมีหน้าดูแลกายนี้ แล้วก็ใช้เรือนกายนี้ ไปในทางที่สร้างสิ่งที่ดีที่งามให้แก่จิต
.. รู้จักว่ากายนี้มีพระคุณ เค้าให้โอกาสจิตที่มาอาศัย มาแก้ไข กรรมที่ตนเองเคยกรรมทำเก็บไว้ที่ธาตุทั้งสี่ของจิต ที่มาประกอบกับธาตุพ่อแม่ ให้ได้ใช้กายนี้ กระทำในสิ่งที่เป็นคุณ เป็นบุญกุศลเกิดขึ้น ไม่ใช่ใช้กายนี้ไปสร้างแต่กรรม
เมื่อจิตดวงใด ระลึกนึกถึงคุณของกายบิดามารดา แล้วก็นำกายนี้ไปสร้างให้เกิดเป็นบุญกุศลบารมี สิ่งที่บุตรธิดาใช้กายนี้ไปสร้างบุญ ประพฤติปฏิบัติธรรมให้เกิดขึ้น จนกายนี้เป็นกายที่เป็นบุญหล่อเลี้ยงขึ้นมา ..บุญกุศลนี้ก็จะไหล..ไปหาพ่อแม่ พ่อแม่ที่มีกายประกอบขึ้นมาด้วยธาตุทั้งสี่ ก็จะได้รับ บุญกุศลที่บุตรธิดกระทำไปด้วย
คราวนี้ เรามาดูเรื่องราวของชีวิต ชีวิตที่เราใช้ตาหูจมูกลิ้นกายใจ ที่เรียกว่า วิญญาณทั้งหก มันก็มีการบันทึก มือเราไปตบตีใครก็บันทึก ไปด่าติเตียนใครก็บันทึก มีการบรรทึก ..ตลอดเวลาไปจนวันตาย เราจะใช้กายนี้ ทำดีทำชั่วก็บันทึก จะไปคล้องเวรกรรม กับคนนั้นคนนี้ หรือ อุปถัมภ์เกื้อกูลกันก็บันทึก มีการบันทึกตลอกเวลา เป็นหลักฐานว่า วันหนึ่งเราต้องชดใช้กรรม กรรมนั้นมาจาก ..ไหลมาจากสิ่งที่เราสะสมมาแต่อดีตชาติ แล้วก็ไหลออกมาเป็นอารมณ์ ให้เราได้ใช้..ใช้ไปตามกรรม ในสิ่งที่ตนเองเคยทำมา ..สร้างเวรกรรมมา
คราวนี้ เค้าว่า ของฟรีไม่มีหรอก เมื่อเกิดมาอาศัยกาย ..อารมณ์นี้เป็นของโลก ความโลภโกรธหลงก็ของๆโลก ..เมื่อเราใช้กายไปทำมาหากิน มันก็มีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น ..แล้วก็มีการบันทึกลงไปที่ธาตสี่
เมื่อเราใช้อารมณ์โลภโกรธหลง อารมณ์นั้นก็เป็นของๆโลก เมื่อเราใช้กายนี้ ไปด่าใตร ว่าใคร..ติเตียนใคร ..เค้าก็ว่า เราไปเป็นผู้ที่เป็นหนี้บุญคุณของอารมณ์ .หนี้ที่ไม่รู้ว่า .จะทำให้หมดหนี้ได้อย่างไร ให้เกิดเป็นอโหสิกรรม ..จะได้ปลดปล่อยหนี้กรรมออกไป ..หนี้นี้ ..ต้องชำระสะสาง ด้วยสร้างบุญกุศล ..เพื่อหนีเวรกรรม
คราวนี้ เมื่อเราไม่รู้จัก ..เราก็สร้างบุญสร้างทานให้เกิดขึ้น ..มีการกระทำปฏิบัติธรรม ..มันก็เกิดเป็นบุญกุศลบารมีเกิดขึ้น .ทำให้กายนี้ มีบุญ ..บุญกุศลก็จะไปช่วยให้เกิดมีการอโหสิกรรมเกิดขึ้นกรรมที่อยู่กับธาตุทั้งสี่ นั้นก็จะเกิดเป็นการชำระหนี้สินที่อยู่กับธาตุทั้งสี่ เขียนอย่างนี้ เราก็สงสัย ในเรื่องราวเหล่านี้ วิธีที่ดี…ให้จิตเรารู้จัก กรรม .รู้จักธรรม เพื่อจะสร้างบุญกุศล หนีเวรกรรม
เรื่องคำว่าพระคุณ หนี้บุญคุณนั้น คนที่ประพฤติปฏิบัติธรรม รู้จักดีชั่ว รู้จักกรรม เค้าไม่ลังเลสงสัยในคำว่า หนี้บุญคุณเลย ..เช่น พระคุณพ่อแม่ที่ให้กายอาศัยชั่วขณะหนึ่ง ให่ใช้กายนี้ สร้างบุญกุศล ฝึกกายวาจาใจ รู้จักลดละอารมณ์กรรม.ทำให้เกิดเป็นอโหสิกรรม ชำระสะสางกรรม ให้กายนี้เป็นกายของบุญ พ่อแม่ก็พลอยได้รับ บุญกุศลที่บุตรธิดา ใช้กายไปสร้างบุญกุศลบารมีไปด้วย แล้วสิ่งนี้ ก็จะเผื่อแผ่ ไปถึงคำว่า เจ้ากรรมนายเวร
เจ้ากรรมนายเวร ก็เกิดจาก การใช้อารมณ์ของเรา โดยขาดสติ ไม่เท่าทันอารมณ์ จึงเกิดมีกรรมเกิดขึ้น ..คล้องเวรกรรมมากขึ้น เราก็ชำระสะสางหนี้เวรกรรม ผู้ที่อุปถัมภ์กายเรามา เราชดใช้หนี้เหล่านี้ ด้วยบุญกุศลบารมี ..ทำให้มันเกิดขึ้นมา ให้รู้จักกรรม ให้รู้จักธรรม..เพื่อที่เราจะได้สะสางเวรกรรม ด้วยคำว่า สร้าง
บุญกุศลบารมีให้เกิดขึ้น เกิดมีการอโหสิกรรม ชดใช้บุญคน ..ชดใช้กรรม ใช้หนี้บุญคุณ..ให้เกิดขึ้น ..หากว่าเราไม่รู้ว่ามันจริงมั้ยเราก็สร้างบุญบามให้เกิดขึ้น เพื่อจะได้รู้จัก .คำว่า ชดใช้หนี้สินที่เป็นกรรม ให้ทุกข์แก่จิตของตนเอง
หนี้บุญคุณ ก็ยังมีน้ำเลือดน้ำหนองของหมู เป็ดไก่ กุ้งหอยปูปลาอีก ที่เรากินเนื้อของเค้ามาเสริมธาตุในเรือนกาย เรื่องราวเหล่านี้ เราก็เป็นหนี้บุญคุณเค้าอยู่ .เราก็ต้องทำบุญ ปฏิบัติธรรมให้เกิดขึ้น ..กายเป็นบุญ จิตมีธรรม เพื่อชดใช้ชำระหนี้เวรกรรม
โฆษณา