มายาคติตลาดทุน ตอนที่ 5: การขายชอร์ต

อีกหนึ่งในมายาคติที่มีคนพยายามปล่อยข่าวว่ามันทำให้หุ้นตกหนักมาๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นความจริง แม้กระทั่งคนในรัฐบาลยังหลงเชื่อ และมีความพยายามกดดันให้ตลาดแบนการขายชอร์ตอีกด้วย
คนส่วนใหญ่คงอยากจะให้หุ้นขึ้น ยิ่งเยอะยิ่งดี เพราะทุกคนจะ "รวยยยยยย" กันหมด ถ้าอยากให้ทุกคนรวย รัฐบาลไม่จำเป็นต้องแจกเงินดิจิทัล เพียงแค่บังคับห้ามไม่ให้ใครขายหุ้น ซื้อได้อย่างเดียวเท่านั้น แค่นั้นหุ้นก็จะขึ้นไปเรื่อยๆ และทุกคนก็จะ "รวยยยยยยยยย" กัน
แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น มูลค่าหุ้นเป็นเพียงตัวเลขในวิมาน ราคาหุ้นที่เหมาะสมควรจะสะท้อนถึงพื้นฐานของหุ้นนั้น ถ้าในอดีต การประเมินมูลค่าหุ้นมีการคำนวณมูลค่าปัจจุบัน (NPV) ของกระแสเงินสดในอนาคต หรือไม่ก็ง่ายๆ ก็ใช้ P/E ratio ที่เหมาะสมไปคุณกับกำไรต่อหุ้นให้ออกมาเป็นราคาเป็นต้น
ถ้าหุ้นมีราคาสูงเกินมูลค่าพื้นฐาน ในที่สุด ถ้าคนรับรู้ ก็จะเทขายหุ้นออกมา ถ้าราคาต่ำเกินไป คนที่จะเข้ามาซื้อในที่สุด นักลงทุน VI ตัวจริงควรจะคิดแบบนี้ ยิ่งหุ้นตกยิ่งชอบ เพราะได้มีโอกาสเข้าไปซื้อเพื่อทำกำไร และเชื่อมั่นว่าราคาในที่สุดจะกลับไปที่ราคาที่เหมาะสม
แต่นักลงทุน VI ตัวปลอมจะกลัวมากกับการที่มีคนมาเทขายหุ้นที่ตัวเองถือ เพราะกลัวราคาตก แล้วขาดทุน หลาย ๆ คนจึงพยายามปล่อยข่าวให้คนเกลียดการขายชอร์ต เอารูปอะไรมาแปะ แล้วบอกว่าเนี่ย หุ้นนี้โดนขายชอร์ตราคาจึงตก โดยที่ไม่ได้มีหลักฐานอะไรเลยที่บอกว่าหุ้นนั้นถูกขายชอร์ตจริงๆ ปลุกปั่นให้นักลงทุนรายย่อยเกลียดการขายชอร์ต และพยายามรณรงค์ไม่ให้มีการขายชอร์ต
สาเหตุที่การขายชอร์ตจริงๆ ไม่ได้ทำให้หุ้นตกมากนัก จริงๆ แล้วเป็นเพราะเงื่อนไขในการขายชอร์ตที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ หรือไม่เข้าใจ นั่นก็คือ กฎ zero plus tick rule ที่ระบุว่าหุ้นที่ขายชอร์ตจำเป็นต้องตั้งราคาขายใช้ราคาที่สูงกว่าหรือเท่ากับราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย​ ซึ่งแปลว่า การขายชอร์ตเพียงอย่างเดียวจะ "ไม่สามารถ"​ ผลักดันราคาให้ลดลงได้ แรงขายธรรมดาต่างหากที่จะผลักดันราคาให้ลดลงได้
1
นอกจากนั้น การขายชอร์ตทำเพียงชั่วคราวเท่านั้น ในที่สุด ผู้ยืมหุ้น ก็จำเป็นที่จะต้องซื้อหุ้นในตลาดคืนเพื่อส่งมอบคืนให้กับผู้ยืมในที่สุด ทำให้การขายชอร์ตในระยะยาวมียอดขายสุทธิเป็น 0 นั่นเอง
จริงๆ แล้ว การที่หุ้นราคาลดต่ำลง กลับมักจะเกิดจากแรงเทขายจากผู้ถือหุ้นเดิมเสียมากกว่า อย่างตลาดหุ้นไทยในปีนี้มีแรงเทขายอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศที่สูญเสียความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ และธุรกิจไทย แต่กลับไม่มีนักลงทุนรายอื่นที่พร้อมจะซื้อหุ้นในราคาเดิม
จึงส่งผลทำให้หุ้นไทยปรับตัวลดลง ประกอบกับบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งก็มีผลการดำเนินงานที่แย่ลง รายได้ไม่โต แต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้น จึงทำให้มูลค่ากิจการที่เหมาะสมจากการคาดการณ์ของนักลงทุนปรับตัวลดลงตามไปด้วย จึงไม่มีแรงซื้อเข้ามาเก็งกำไร
สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านงานวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายชอร์ต ตามอ่านได้ที่
ในตอนหน้า เดี๋ยวผมจะมาอธิบายเรื่อง ขายชอร์ตแบบที่ตลาดฯ อนุญาต และการขายชอร์ตแบบ naked ที่ตลาดฯ ไม่ได้อนุญาตให้ทำได้มาเล่าให้ฟังครับ และตอนถัดไป จะมาอธิบายเรื่อง ทำไมคนถึงขายชอร์ตกันครับ
ความคิดเห็นทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้เป็นความคิดเห็นขององค์กร
  • 8
โฆษณา