27 พ.ย. 2023 เวลา 12:19 • ธุรกิจ

H&M บริษัทเสื้อผ้าที่หลายคนไม่รู้ว่ามาจากสวีเดน

H&M ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าที่โด่งดังและมีมูลค่าสูงติดอันดับโลก แต่แม้จะเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้ แต่ด้วยรูปแบบของร้านก็อาจจะทำให้หลายคนไม่ทราบว่าแบรนด์ H&M เป็นแบรนด์ที่มาจากประเทศสวีเดน
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปถึงแรงบันดาลใจของผู้ก่อตั้งคุณ Erling Persson ในตอนแรกเลย…
📌 แรงบันดาลใจจากนิวยอร์กจนถึงแบรนด์
โดยมันเกิดมาจากการที่คุณ Persson ในวัย 30 ปี ได้เดินทางท่องเที่ยวไปในดินแดนสหรัฐฯ และเมื่อมาถึงเมืองนิวยอร์กดินแดนแห่งความหลากหลายทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ก็ทำให้เขาเกิดไอเดียในการสร้างร้านแฟชั่นผู้หญิงในรูปแบบใหม่ขึ้น
ทำให้หลังจากกลับมาที่ประเทศบ้านเกิดใน 1947 เขาจึงได้ทำการเปิดร้านเสื้อผ้าผู้หญิงที่เมือง Västerås ประเทศ Sweden ผ่านทางไอเดียที่เขาได้รับมาจากนิวยอร์ก
โดยตั้งชื่อว่า “Hennes” ซึ่งเป็นภาษาสวีเดนที่แปลว่า “ของเธอ”
ซึ่งร้าน Hennes ก็ได้รับความนิยมสูงจน ในปี 1952 สามารถขยายสาขามาที่เมือง Stockholm หลวงของประเทศสวีเดนที่เมือง
ถัดจากนั้นอีก 12 ปี พวกเขาก็ได้เปิดร้านที่นอร์เวย์ เป็นการเปิดสาขานอกสวีเดนเป็นครั้งแรก
ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของบริษัทยังไม่จบอยู่แค่ไหน เมื่อในปี 1968 สองปีหลังจากที่มีสาขาแรกนอกประเทศ ทางคุณ Erling Persson ก็ตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้ง
“เข้าซื้อกิจการ Mauritz Widforss” ซึ่งเป็นร้านที่เน้นขายอุปกรณ์ล่าสัตว์และตกปลา พร้อมทั้งมีส่วนที่ขายเสื้อผ้าผู้ชายด้วย
จุดนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายจากตลาดเสื้อผ้าหญิงมาสู่ตลาดเสื้อผ้าชายด้วย แล้วยังเปลี่ยนชื่อจาก “Hennes” กลายเป็น “Hennes & Mauritz” ที่ต่อมาก็ถูกย่อเป็น “H&M” แบบที่เรารู้จัก
ในช่วงหลายทศวรรษถัดมา บริษัทก็เข้าสู่ยุครุ่งโรจน์ มีการขยายสาขาออกไปในหลายประเทศ อาทิ เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น และก็ยังมีการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นสวีเดนในปี 1972
แต่มีอยู่หนึ่งสิ่งที่เรายังไม่ได้อธิบายว่า “ไอเดียร้านเสื้อผ้าแบบใหม่” ที่คุณ Erling Persson นำมาสร้างร้านเสื้อผ้าในตอนแรกเร่ิมคืออะไร?
📌 ไอเดียร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแบบใหม่ที่นำไปสู่ความสำเร็จ
ไอเดียสำคัญที่นำมาสู่ความสำเร็จของแบรนด์ คือ “ความรวดเร็วในการปรับตัวไปกับกระแสแฟชั่นในราคาที่จับต้องได้ หรือเรียกกันว่า Fast Fashion”
ความสำเร็จในโมเดลนี้ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อทีมการตลาดเข้าสู่ทีมออกแบบ และส่งไปสู่ภาคการผลิตอย่างรวดเร็ว
ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของ H&M คือ โรงงานผลิตทั้งหมดของ H&M เป็นการ outsource ทั้งสิ้นซึ่งช่วย ทำให้ยิ่งตอกย้ำกระบวนการทำงานของบริษัทที่ประสิทธิภาพสามารถประสานการทำงานภายในออกไปภาคการผลิตภายนอก และก็สามารถประสานกับมาขายหน้าร้านตนเองได้อย่างรวดเร็ว
โมเดลทางธุรกิจแบบนี้เข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นในตัวเมืองที่รักในการแต่งตัวตามกระแสนิยมในราคาที่จับต้องได้ และที่สำคัญร้านค้าของพวกเขาก็ต้องอยู่ในย่านการค้าของสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ที่มีราคาแพงกว่า ยิ่งทำให้เห็นการเปรียบเทียบอย่างชัดเจนขึ้นไปอีก
ไอเดียธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จเชิงธุรกิจอย่างมากจนทำให้ตอนนี้ H&M มีจำนวนสาขา 4,167 สาขา (ข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022) และมีการจ้างพนักงานมากกว่า 100,000 คนทั่วโลก (ข้อมูลปี 2021)
นอกจากนี้ ก็มีบริษัทอื่นที่ประสบความสำเร็จโดยอาศัยโมเดลธุรกิจในรูปแบบคล้ายกันขึ้นมา โดยแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดที่สร้างตามมาทีหลัง นั่นคือ “ZARA”
📌 ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
แต่โมเดลธุรกิจของ H&M ก็เจอเข้ากับความท้าทายใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เนื่องจากกระแสการเรียกร้องด้านสิ่งแวดล้อมที่กลายเป็นเรื่องหลักที่ทั่วโลกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยอุตสาหกรรมที่ถูกจับตามองว่าเป็นผู้สร้างมลภาวะให้กับโลกจำนวนมาก ก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นกลุ่ม Fast Fashion นั่นเอง
ซึ่งทาง H&M ก็พยายามปรับตัวธุรกิจตัวเองให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อย่างหนึ่งที่บริษัททำก็คือการสร้าง “Scorecard” ที่อธิบายว่าผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน
อย่างไรก็ดีในช่วงปีก่อน ก็มีรายงานออกมาจาก Quartz ว่า Scorecard ของ H&M ไม่ได้สะท้อนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลติตภัณฑ์นั้นจากทาง H&M จริงๆ
นี่เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ของ H&M เท่านั้น แต่เป็นความท้าทายของทั้งอุตสาหกรรม ที่ต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ไม่งั้นก็จะกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ตกกระป๋องไป
ผู้เขียน : ณัฐนันท์ รำเพย Economist, Bnomics
ภาพประกอบ : ชนากานต์ วรสุข Graphic Designer, Bnomics
════════════════
Bnomics - Bangkok Bank Economics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
════════════════
โฆษณา