7 ธ.ค. 2023 เวลา 00:34 • ความคิดเห็น
เรื่องราวของโลก มีจิตที่เกิดมา มีภาระ ที่เคยใช้อารมณ์ยึดถือ มีความเจริญ มีความเสื่อม เกิดขึ้น .มันมีวาระซ้อนเร้นอยู่ มีอารยะธรรมเกิดขึ้น มีจิตที่ดีๆมาเกิด สร้างเรื่องราวดี ให้มีการอยู่ร่มเย็นเป็นสุข อารมณ์ของผู้คนก็ไม่เร่าร้อน มีธรรมชาติข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ ไม่ต้องวิ่ง เที่ยววิ่งไปหาเงินหาทองมากมาย สามารถอยู่ได้ ทำเองได้ ในสิ่งที่จะหล่อเลี้ยงชีวิต
ความเจริญทางวัตถุมีมากขึ้น มีเทคโนโลยีต่างๆอำนวยความสะอาดสบาย เจริญทางวัตถุ ผู้คนก็ละทิ้งความสนใจในเรื่องราวของจิต ..ของตัวเอง ..เหมือนว่า มุ่งมั่นให้เสาะแสวงหา ถูกบังคับ ให้ต้องหาเงินทอง วัตถุปัจจัยที่อยู่ที่อาศัย การค้าขายก็ใหญ่โต แต่อยู่ในกลุ่มคนเพียงน้อยนิด มีอะไรๆเกิดขึ้นในคำว่า ผูกขากแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เอารัดเอาเปรียบ เจ้าเล่ห์เพทุบาย ความเจริญทางวัตถุ นั่นก็กลับมาทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง
เหมือนว่าเมื่อก่อน..เวลารบกัน ก็แค่หอกดาบ .พอมาสมัยนี้ ก็มีอาวุธนานาชนิด สามารถเข่นฆ่ากันได้คราวละมากมายๆ ตายกันได้เหมือนฆ่ามดฆ่าปลวกกันยกรังไปเลย ..มันเป็นความเจริญหรือ หรือ ว่าเป็นความเสื่อมถอยของจิตใจ ที่เกิดมาอยู่ร่วมกัน เกิดมาใช้ชีวิตในโลกที่เค้ามาเวลาให้อยู่อาศัยเรือนกายได้ไม่นาน ไม่มีกายไหนให้จิตอาศัยเป็นอมตะ เกิดมาแล้ว ใช้ของกินของใช้ในโลก ก็โตขึ้น ..โตขึ้นแล้วก็เสื่อมสภาพ
โลกก็เหมือนกัน เจริญเติบโตด้วยน้ำมือมนุษย์ที่เกิดมาอาศัยโลก แล้วก็เสื่อมถอยด้วยน้ำมือมนุษย์ที่ช่วยกันทำเอง โลกเค้าให้อยู่อาศัย ..มนุษย์ที่เกิดมาใน มาช่วยทำให้เจริญหรือเสื่อมก็มนุษย์ที่อยู่ร่วมกันนี่แหละ เป็นร่วมกันทำ ..ให้โลกนี้วิปริต ก็เนื่องจากจิตมนุษย์ที่เกิดมาอาศัยโลกอยู่
มีคนเค้าบอกว่า ที่ว่าโลกมันร้อน ดินฟ้าอากาศอาเพส แปรปรวน ก็เนื่องด้วยจิตใจของมนุษย์ ที่มุ่งมั่นทะเยอทะยานด้วยอารมณ์..ใช้แต่อารมณ์กรรมร้อนๆ อารมณ์ที่เร่าร้อน ก็แผดเผาธาตุในเรือนกาย ลอยเป็นอณูเขม่าร้อนขึ้นไปในอากาศ ต่างคนต่างใช้อารมณ์ที่เร่าร้อน ทะเยอทะยาน .แผดเผาทั้งกายทั้งจิต ..ร่วมด้วยช่วยกันให้อารมณ์เผาผลาญในเรือนกาย .ให้เกิดเป็นพิษไปทั่ว ..จึงเกิดเป็นความเร่าร้อน ..ด้วยอารมณ์กรรม ที่ร่วมด้วยช่วยกัน ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้
เมื่อวัตถุเจริญ โลกเจริญ มากขึ้น ผู้คนหากินกันลำบากยากแค้น ..มีการเล่นพวกเล่นพวก แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น จุดจบก็คงเหมือนเรื่องราวมหาภารตะยุทธ ..อรชุนต้องยิ่งลูกธนู ..ออกไป เพื่อทำลาย สิ่งที่ไม่ดี ทำลาย ..เพื่อให้คนที่เกิดมารุ่นหลัง สร้างอารยธรรมกันใหม่ ..แล้วโลกมันก็เป็นเช่นนี้ ยุคไหนความเจริญวัตถุมาก ความเจริญด้านจิตใจก็เสื่อม เมื่อความเจริญด้านจิตมากขึ้น เรื่องความเจริญด้านวัตถุก็น้อยลงไป มันหมุนวนเวียนอยู่ในคำว่า โลภโกรธหลง หลุดพ้น ..ให้ลดน้อยถอยลงไปไม่ได้ ..
..เหมือนเป็นเศรษฐีมีความโลภ ..โลกทั้งใบก็ยังไม่พอ..ต้องไปเสาะแสวงหาโลกอื่น.กันต่อไป
เราเคยสงสัยเรื่องหนึ่ง เรื่องของพระเจ้าอโศกมหาราช ที่มีเรื่องราวที่ว่า ท่านจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคตกาลข้างหน้า ..แล้วเรื่องราวที่ว่า ท่านก็ทำศึกสงครามมากมาย ท่านไม่ต้องตกนรกหรือ ..บางเรื่องราวก็เกินกำลังสติปัญญาของเราจะเข้าไปถึงและเข้าใจได้ เหมือนคำว่าดินฟ้าอากาศ
เราถามพระที่เราเคารพนับถือ ท่านบอกว่า ท่านลงมาปราบปรามคนชั่ว ..ปราบแล้ว ก็กลับมาทันบำรุง พระศาสนา ..ให้จิตใจมนุษย์ มีพระเป็นที่พึ่ง เพื่อสร้างบุญกุศลบารมี ..เรื่องราวหนึ่งที่พระเจ้าอโศกท่านพูดให้ฟัง …(อย่าถามว่าได้มาอย่างไร เป็นเรื่องของการประพฤติปฏิบัติธรรมเหมือนกัน ที่ท่านช่วยสงเคราะห์ให้) https://www.blockdit.com/posts/600d6b3e76d27f0cde10e13a
โลกใบนี้ไม่ได้เป็นสมบัติของใคร เป็นสถานที่จิต ที่มีกรรมมาอาศัย เกิดมาชดใช้กรรม แก้ไขนิสัยดีชั่ว เกิดมามีอารมณ์โลภโกรธหลงชั่วขณะหนึ่ง ใครจะใช้กายที่มีอารมณ์ มีตัณหาราคะ ไปยึดอะต่างๆสิางของมีชีวิตไม่มีชีวิต โลกเค้าก็ไม่ว่าอะไร แต่นั่นจะเป็นหลักฐานเก็บบันทึกว่า จิตเวงนี้เกิดมาทำอะไร ชั่วเวลาหนึ่ง แล้วต้องจากลา
..มีจิตทั้งมาจากสถานที่ต่างมากมายมาเกิด..มาจากที่สูงเทพยดาอินทร์พรหม ก็มาสร้างเรื่องราวบุญกุศล มาจากนรกเปรตอสุรกาย ก็หลงไหลหิวกระหายด้วยความโลภโกรธหลง ทะเยอทะยานเสาะแสวงหาวัตถุ หมกมุ่นอยู่กับ ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง ยศศักดิ์ แล้วก็ป่วยเจ็บตายไปพร้อมด้วยกรรม ที่โลกเก็บบันทึกให้ ให้จิตนั่นไปสถานที่ที่ชอบกระทำ ..ทุกข์สุข เราเป็นผู้เลือกที่จะทำเอง แล้วเราก็มาดูตัวเอง ..เราก็ดวงจิตน้อยๆดวงหนึ่ง เกิดมาอาศัยชั่วขณะหนึ่ง แล้วต้องจากลาโลก เราต้องการบุญกุศลบารมี ติดตามไปกับจิตของเรา
โฆษณา