11 ธ.ค. 2023 เวลา 08:00 • ข่าวรอบโลก

เปิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจาก ‘เอไอ’ เมื่อเทคโนโลยีใหม่ใช้ ‘น้ำ’ มหาศาล

กระแสการตื่นตัวรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ หรือ Generative AI (เจนเอไอ) กำลังเพิ่มความสงสัยของสาธารณชนมากขึ้นต่อประเด็นสิ่งแวดล้อมที่หลายคนอาจมองข้ามอย่าง “วอเตอร์ฟุตพรินต์” (Water footprint) ว่าภาคเทคโนโลยีมีการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นจากความไฮป์ของเอไออย่างไร
วอเตอร์ฟุตพรินต์ คือตัวชี้วัดปริมาณการใช้น้ำทั้งทางตรงและทางอ้อม ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนกระทั่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค ยิ่งค่าวอเตอร์ฟุตพรินต์น้อยยิ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะหมายถึงการใช้น้ำน้อยและมีการปล่อยน้ำเสียในปริมาณที่น้อยกว่า โดยในเชิงสิ่งแวดล้อมนั้นปริมาณวอเตอร์ฟุตพรินต์ก็เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจไม่แพ้เรื่องคาร์บอน ฟุตพรินต์แต่อย่างใด
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น ไมโครซอฟท์และกูเกิล เพิ่งเปิดเผยรายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่าการใช้น้ำของบริษัทกำลังมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นมาก ขณะที่บรรดานักวิจัยต่างระบุตรงกันว่า หนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้ภาคเทคโนโลยีกำลังแย่งกันใช้น้ำในขณะนี้ มาจากการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเจนเอไอ
เชาลีย์ เรน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์เดล ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาเรื่องความเกี่ยวข้องระหว่างการพัฒนาโมเดลเจนเอไอกับการใช้ทรัพยากรน้ำ เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการศึกษาเจนเอไอของหลายบริษัทซึ่งรวมถึงเอไอเจ้าดังอย่าง ChatGPT ของบริษัท “โอเพ่นเอไอ”
ผลสำรวจพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า “ChatGPT" มีการใช้น้ำ 500 มิลลิลิตร ต่อทุกๆ 10 - 50 พรอมต์คำสั่ง” (ประมาณน้ำดื่มขวดเล็ก 500 มล.) โดยปริมาณการใช้น้ำยังขึ้นอยู่กับว่าใช้โมเดลเอไอที่ไหนและเมื่อไรอีกด้วย และเป็นที่คาดว่าแชตบอตรุ่นใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพกว่าอย่าง GPT-4 จะยิ่งใช้น้ำเพิ่มขึ้นอีก
นักวิจัยเตือนว่าหากวอเตอร์ฟุตพรินต์ที่เกี่ยวกับการพัฒนาเจนเอไอยังสูงขึ้นต่อไปโดยไม่ได้รับการแก้ไข สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้สังคมตั้งคำถามเรื่องการใช้งานเอไออย่างยั่งยืนในอนาคต
“โดยทั่วไปแล้ว สาธารณชนมีการรับรู้และตระหนักในประเด็นเรื่องทรัพยากรน้ำกันมากขึ้นแล้ว และยิ่งหากพวกเขาได้รู้ว่ากลุ่มบิ๊กเทคกำลังบริโภคน้ำอย่างมหาศาลและทำให้พวกเขามีน้ำกินน้ำใช้ไม่เพียงพอ คงไม่มีใครชอบแน่” “ผมคิดว่าเรากำลังจะได้เห็นการกระทบกระทั่งกันมากขึ้นอีกในเรื่องการใช้น้ำภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ บรรดาบริษัทเทคโนโลยีจึงควรระวังเรื่องความเสี่ยงตรงนี้ไว้ด้วย” เรนกล่าวกับซีเอ็นบีซี
1
อย่างไรก็ตาม บริษัทโอเพ่นเอไอซึ่งเป็นผู้พัฒนา ChatGPT ยังไม่ได้ให้ความเห็นใดต่อรายงานดังกล่าวแต่อย่างใด
โฆษณา