19 ธ.ค. 2023 เวลา 13:00 • ดนตรี เพลง

เจาะทุก Ester Eggs ในเพลง "ไปกันใหญ่ (Crush) - SLAPKISS ft. ต้องตา Plastic Plastic

“ถ้าจะพัฒนาความสัมพันธ์กับใคร
แล้วต้องเริ่มจากความเป็นเพื่อนกัน
สู้ไม่รู้จักกันมาแต่แรกเลยดีกว่า”
.
.
.
เป็นประโยคที่คนใกล้ตัวผม
เคยบอกอยู่หลายครั้งไม่นานมานี้
ทำเอาต้องเก็บกลับมาคิด
ว่ามันจริงตามนั้นมั้ยนะ
แค่คำว่า “เพื่อน” คำเดียว
ที่เหมือนเป็นแต้มต่อ
สร้างข้อได้เปรียบมากมาย
สุดท้ายกลายเป็นข้อจำกัดที่สุด
คอยหยุดไม่ให้เราไปถึงฝั่งหัวใจเขาหรือเธอ
จนบางทีก็แอบสงสัยอยู่เสมอ
ว่าถ้าเราไม่ได้เป็นเพื่อนกันแต่แรก
อะไรๆ มันคงง่ายกว่ามาก
ยิ่งในวันที่อยากใกล้ยิ่งกว่า
เป็นความรู้สึกที่เดินทางผ่านห้วงเวลา
ค่อยๆ ไต่ระดับเริ่ม “ไปกันใหญ่”
จะวัดดวงบอกออกไป
หรือจะเก็บไว้เป็นเซฟโซนต่อ
ก็ยากจะหาสูตรสำเร็จ
กับความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง
ที่เรียกได้ว่า “ทรมานที่สุด”
ในพจนานุกรมความรัก
ทำไมสิ่งที่ดูง่ายกลับยากนักก็ไม่รู้
ชวนดู MV เพลงนี้แล้วมา
วิเคราะห์ไปด้วยกันครับ,,,
ปล.ทั้งหมดนี้เป็นเพียงมุมมองผมคนเดียวนะครับ
หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 🙏🙏
ซึ่งเป็นอัตราส่วนของทีวียุคเก่า
ทั้งละคร การ์ตูนต่างๆ ในตอนนั้น
ที่มักจะถูกเล่าในรูปแบบนี้
และถ้ามีใครเอากลับมาใช้ในปัจจุบัน
ก็จะเป็นการสื่อเรื่องราวแบบย้อนยุค
สื่อความเป็นอาร์ตบางอย่างข้างใน
เช่นกันกับ MV เพลงนี้
ที่ใช้เทคนิคเดียวกัน
ชวนให้ตีความได้ว่า
ทีมถ่ายทำน่าจะอยากสอดแทรก
Ester Eggs เข้ามาเป็นแก่น
ในการเล่าตลอดทั้งเรื่อง
โดยผมจะขอแบ่งเป็น 2 จุดหลักคือ
1. กรอบทีวียุคเก่า = การแอบรักเพื่อนที่เป็นปัญหาสุดคลาสสิค มีมาทุกยุค ทุกสมัย ไม่ว่าใครย่อมต้องเคยหวั่นไหวกับเพื่อนสนิทชิดใกล้ ไม่มากก็น้อย ต่างกันไปตามเรื่องราว
2. “Friend Zone ที่ข้ามไปไม่ได้”
- สุขที่ได้อยู่ใกล้ แต่ก็ได้แค่ “ในกรอบ” คำว่าเพื่อน ไม่มีโอกาสเลื่อนความสัมพันธ์เป็นอย่างอื่นได้ง่ายๆ ใช่แหละ การบอกไปมันอาจจะเป็นทางแก้ แต่บางทีเราก็รักเขามาก จนไม่อยากให้หายไป เลยยอมอยู่ในความฝันหวั่นไหวไปเองดีกว่าถ้าสุดท้ายจะมองหน้ากันไม่ติด ไม่ได้ทั้งแฟนและยังเสียเพื่อน
หรือบางทีเขาก็เป็นทั้งคนที่เรา “อยากให้รู้” และ “ไม่อยากให้รู้” ที่สุด จนอยากหยุดวังวนที่เริ่มจะไปกันใหญ่ ด้วยการบอกออกไปมากกว่า ผลจะเป็นยังไงก็ขอให้รู้ไว้นะว่าครั้งหนึ่ง มีเพื่อนที่เคยชอบแกมากแค่ไหน ถึงไม่ได้สมหวังเป็นแฟนกัน ไม่ได้ก้าวข้ามกรอบนั้นออกไป ความทรงจำของเราก็จะยังคงงดงามดังเดิม,,,
###
หยอกล้อกันจนชิน
อิ่มฟิน สนุกกันเพลินๆ
จนมันไม่คิดว่ามีอะไรมากเกินไป
ต่อให้พยายามใบ้แค่ไหน
ไอ้การที่ยิ่งใกล้นี่แหละ
ที่ทำให้อีกฝ่ายยิ่งมองไม่เห็น
เหมือนเส้นผมบังภูขา ซึ่งมีแค่เรา
คอยรักเขาอยู่ข้างเดียวร่ำไป,,,
###
ในช่วงโซโล่
นาทีที่ 2.08-2.31
จะเห็นได้ว่าเสียงกีตาร์
นั้นเริ่มจากการบรรเลงเบาๆ ราวกับ
อยู่โลกอนิเมะของเราสอง
เมื่อมองย้อนไปให้นึกถึง
ความทรงความทรงจำที่ผ่านมา
ว่าเราได้ใช้เวลาร่วมกันมาขนาดไหน
ก่อนจะค่อยๆ ไต่ระดับจังหวะ
ให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการสื่อว่า
เวลาตรงนี้เริ่มไม่ค่อยท่าแล้วนะ
จะยอมเก็บแบบนี้ไม่สมหวังแต่ก็ไม่ผิดหวัง
หรือจะลองสักตั้งที่จะให้ผลต่างไปจากเดิมแน่ๆ
ซึ่งโมเมนต์ชองการรวบรวมพลังความกล้านี้
เอาจริงๆ มันยากมากเลยนะครับ
เหมือนหัวใจกำลังโดนบีบอัด
ถูกทดสอบด้วยความรู้สึกครั้งใหญ่
ในเมื่อชอบเขาแล้ว…
จะทำได้จริงหรือเปล่า?
เพราะการบอกชอบว่ายากแล้ว
แต่ระหว่างทางของการบอกนี่แหละยากกว่า
เมื่อความรู้สึกมันช่างพรั่งพรูรุ่มร้อน
เร่งรัดอัดอยู่ในทรวงเต็มไปหมด,,,
###
เคยมั้ยครับ? โมเมนต์ทุกอย่าง
ช่างดูเข้าทางรักเราไปหมด
ทั้งที่จริงเขาไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า
ความเป็นเพื่อนสนิท คอยใกล้ชิด
ไว้ใจ ดูแลกันเหมือนปกติ
มีแต่เรานี่แหละที่คิด
และรู้สึกไปมากกว่าเก่า
.
.
.
“ดีแค่ไหน ที่ได้เป็นเพื่อนที่เธอสนิท
ใกล้ชิดได้ตามต้องการ
ทรมาน ที่เรื่องของเรามีเส้นตรงกลาง
ที่ฉันไม่อาจข้ามไป”
(ขอโทษนะที่ไม่อาจเก็บมันได้เหมือนเดิม
ถ้าเลือกได้เราคงไม่อยากรู้สึกกับแกแบบนี้เลย)
###
การถูกปฏิเสธไม่ว่าทางไหนมันย่อมเจ็บ
แต่การต้องเก็บความรู้สึก เพื่อเซฟหัวใจอีกฝ่าย
ต้องยิ้มรับทั้งที่ข้างในเจ็บแทบตาย
เอาจริงๆ มันโคตรเจ็บยิ่งกว่าเลย
ซึ่งต่อให้ไม่มี Ester Eggs
เราย่อมรู้ดีว่านางเอก MV เจ็บยังไง
จากสีหน้า แววตา อารมณ์
ที่ส่งผ่านคำพูดออกมา
แต่เพื่อขยี้อารมณ์ให้ชัดขึ้น
ภายใต้คำว่า “กูโอเค” ของเธอ
ท้าย MV ก็ได้มีการหยอดฉากที่เพื่อนสาว
ใส่เสื้อมีลายหน้ายิ้มข้างหลัง
โดยมีประโยคเล็กๆ สุดพัง
ว่าจริงๆ แล้ว “I’m not okay”
ถึงจะเตรียมรับความผิดหวังมาก่อนแล้ว
แต่ถึงเวลาจริงก็ไม่มีใครหรอก
ที่จะรับความรู้สึกตรงนั้นได้หมด
แล้วยิ่งเป็นเพื่อนที่ตัวเองแอบชอบมานาน
มีโมเมนต์มาด้วยกันตั้งเยอะอีก
จะมากน้อยมันก็ต้องหวังกันบ้างล่ะ
พอมารู้ว่าเขาไม่คิดอะไรเลย
ข้างในมันยิ่งจุกไปกันใหญ่
กระอักกระอ่วน ปั่นป่วนสุดๆ
.
.
เพื่อนที่แสนดีของแก
ที่แท้ก็รู้สึกเจ็บ
และเสียดายเหมือนกัน,,,
###
บอกใครก็ไม่ได้
ฝืนต่อไปก็กลัวจะยิ่งเสียเพื่อน
ต้องเข้มแข็งแค่ไหนกันนะ
ถึงจะอยู่ในโซนความรักนี้ได้
วันเวลาคงช่วยได้บ้าง
แต่คงไม่ใช่เร็ววันนี้แน่,,,
###
เป็นช็อตที่เต็มไปด้วยอารมณ์
และความรู้สึกมากมายรวมกัน
กับการรวบรวมความกล้า
บอกชอบเพื่อนไป
สุดท้ายนอกจากไม่ได้อะไรกลับมา
แถมยังต้องเสียมิตรภาพเดิมที่มันลดลง
หล่นจากตำแหน่งเดิม
อีกมุมก็เข้าใจฝั่ง
ที่จำต้องปฏิเสธมา
บางทีเขาก็อาจเจ็บไม่แพ้กัน
แต่ก็ต้องพยายามพูดรักษาน้ำใจ
ไม่ให้เราเจ็บไปกว่าที่เป็น
อืมมม…ไม่เป็นไร ในเมื่อ
มันเป็นทางที่เราเลือกเอง
ใช้ตะเกียบข้างเดียวแบบนี้จะไปยากอะไร
ในเมื่อรักแกข้างเดียวมาตั้งนานยังได้เลย
เพราะบางทีความรักก็เล่นกับชะตา
เพื่อนที่รักเรา เราก็ไม่ได้รักเขา
เพื่อนที่เรารัก ก็ไม่รักเราเช่นกัน
แต่สิ่งสำคัญคือ “การได้รัก”
และบอกความรู้สึกออกไปให้ได้รู้
ดีกว่าอยู่ในโซนเดิมต่อแบบไม่ได้ลุ้น
แค่นั้นก็เก่งมากๆ แล้วล่ะครับ
ผลมันอาจจะออกมาไม่เหมือนเดิม
ก็ยังมีบางสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนไป
คือความสุข ความทรงจำดีๆ และรักที่มีให้
จะยังคงอยู่ในใจเราเสมอตลอดมา
อาจเหมือนเรื่องราวที่ร้อยเรียงไว้ผ่านบทเพลง
.
.
.
“เปลี่ยนไปแล้วทั้งหัวใจ เพื่อนที่เธอไว้ใจคนนี้
เปลี่ยนจากเพื่อนที่แสนดี กลายเป็นคนที่คิดเกินเลย
ขอโทษที่รักข้างในใจ เก็บอาการไม่ไหวจริงๆ
มันอยาก..ให้เธอเข้าใจ
.
.
#ว่าฉันชอบเธอจริงๆ
ขอบคุณภาพและเรื่องราวจากเพลง: “ไปกันใหญ่ (Crush)” - Slapkiss - ft. ต้องตา Plastic Plastic
ยังคงคอนเซปต์ดนตรีสดใส เศร้าบาดลึกข้างได้อย่างกลมกล่อมเช่นเคย
ขอบคุณสำหรับผลงานเพลงดีๆ ที่ไม่เพียงติดหู
แต่ยังติดใจและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง
ของใครหลายๆ คน
ชื่นชมทีมโปรดักชั่นจากใจเช่นกัน
ที่เล่าเรื่องได้ตรงไปตรงมาแบบกระแทกใจ
พร้อมสอดแทรก Ester Eggs ไว้ให้ติดตาม
ขอยกให้เป็นอีกหนึ่งบทเพลงรักเพื่อนแห่งยุคเลย
ขอบคุณลูกเพจ: คุณ Maira Akina ที่ป้ายยาเพลงดีๆ ให้กันตลอด
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่แอบรักเพื่อน
จากใจคนที่ไม่เคยสมหวังกับเพื่อนเลยทั้งชีวิต
Da da da da da da da,,,ได้ยินมั้ยแก?
โฆษณา