5 ม.ค. 2024 เวลา 05:20 • ท่องเที่ยว

“Ilha da Queimada Grande” เกาะงูคลั่งสุดสยอง

ห่างออกไปจากชายฝั่งบราซิลเพียง 30 กิโลเมตร มีเกาะหนึ่งซึ่งมีนามว่า “Ilha da Queimada Grande” หรืออีกชื่อหนึ่ง นั่นคือ “เกาะงูคลั่ง”
2
หากมองดูเผินๆ เกาะแห่งนี้ดูสวยงาม รายล้อมด้วยธรรมชาติแสนสวย เหมือนสวรรค์บนดิน
2
แต่เบื้องลึกความสวยงามนั้น มีอันตรายซ่อนอยู่ทุกตารางนิ้ว
1
จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีสถานที่ใดบนโลกที่จะมีจำนวนประชากรงูมากเท่ากับเกาะ Ilha da Queimada Grande (ต่อไป ผมจะขอเรียกสั้นๆ ว่า “เกาะงูคลั่ง” นะครับ) โดยเกาะนี้มีพื้นที่ประมาณ 268 ไร่ และเป็นแหล่งธรรมชาติแห่งเดียวที่มีงู “โกลเดนแลนซ์เฮด (Golden Lancehead)” อยู่
lha da Queimada Grande
งูโกลเด้นแลนซ์เฮดสามารถมีความยาวได้ถึง 70 เซนติเมตร และเป็นหนึ่งในงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก ว่ากันว่าพิษของมันนั้นร้ายแรงซะจนสามารถทำลายเนื้อเยื่อของมนุษย์ได้ภายในเวลาไม่นาน
แต่คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ งูเหล่านี้ก็ไม่ใช่งูทะเล แล้วมันมาอยู่บนเกาะได้ยังไง?
ลองไปหาคำตอบกันครับ
ตามตำนานนั้น กล่าวว่าโจรสลัดเป็นผู้ที่นำงูกลุ่มแรกมาปล่อยลงบนเกาะเพื่อให้รักษาทองคำของพวกตน หากแต่นี่ก็เป็นเพียงตำนาน เป็นเรื่องเล่าที่ไม่น่าจะจริง
งูโกลเดนแลนซ์เฮด (Golden Lancehead)
แต่หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์นั้น ในยุคน้ำแข็งเมื่อราว 11,000 ปีก่อน บรรดางูได้มาติดบนเกาะนี้เนื่องมาจากอุณหภูมิโลกที่อบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยเมื่อน้ำแข็งละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และตัดเกาะนี้ออกจากแผ่นดินใหญ่อเมริกาใต้ ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นเกาะ
2
บนเกาะแห่งใหม่นี้มีสัตว์อยู่เพียงแค่งูกับนกเท่านั้น และเมื่อผ่านไป 11,000 ปี ผลที่ได้ก็มีเพียงสองข้อ
ข้อแรกก็คือ ในเมื่อมีสัตว์เพียงสองชนิด ดังนั้นประชากรงูจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อที่สองก็คือ ด้วยความที่เหยื่อนั้นมีจำกัด ทำให้งูเหล่านี้เกิดวิวัฒนาการ ทำให้พวกมันมีความอันตรายและร้ายแรงยิ่งขึ้น
งูเหล่านี้สามารถเลื้อยขึ้นต้นไม้ได้อย่างรวดเร็ว สามารถจับนกกินได้ หากแต่นกที่พวกมันล่าก็ไม่ใช่นกท้องถิ่น เนื่องจากนกเหล่านี้สามารถบินหนีไปได้ก่อน
งูเหล่านี้จะกินนกเพียงแค่สองสายพันธุ์ ซึ่งเป็นนกที่บินมายังเกาะในช่วงฤดูหนึ่งเท่านั้น
และด้วยวิวัฒนาการก็ทำให้พิษของงูโกลเด้นแลนซ์เฮดนั้นร้ายแรงกว่างูบนแผ่นดินใหญ่ถึง 3-5 เท่า โดยผู้ที่ถูกงูโกลเด้นแลนซ์เฮดกัดจะมีอาการร้ายแรงต่างๆ เช่น มีอาการบวมและเจ็บปวดในบริเวณที่ถูกกัด อาเจียนเป็นเลือด มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ มีเลือดออกในอวัยวะภายใน ไตวาย มีเลือดออกในสมอง และเสียชีวิตในที่สุด
แต่ถึงเกาะแห่งนี้จะอันตรายเพียงใด แต่นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยก็สนใจ และคิดว่าบางที พิษของงูบนเกาะอาจจะมีประโยชน์ทางการแพทย์ เช่น อาจจะนำมาใช้ทำยาหรือใช้รักษาโรคต่างๆ ได้
และด้วยความที่เกาะงูคลั่งเป็นเกาะที่อันตรายมาก ทำให้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เกาะแห่งนี้กลายเป็นเกาะต้องห้าม ถูกปิดตายจากโลกภายนอก โดยกองทัพเรือบราซิลสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปบนเกาะนี้เด็ดขาด ยกเว้นเพียงแต่นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยที่ได้รับอนุญาต ซึ่งก็ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างหนาแน่น
แต่อันที่จริง หากย้อนกลับไปเมื่อกว่าร้อยปีก่อน เกาะแห่งนี้ก็เคยมีคนมาอาศัยอยู่
ในทีแรก เคยมีการเผาป่าบนเกาะนี้เพื่อจะทำสวนกล้วย หากแต่แผนการนี้ก็ล้มเหลว
ต่อมาในปีค.ศ.1909 (พ.ศ.2452) ได้มีการสร้างประภาคารขึ้นบนเกาะ และก็มีคนมาอาศัยอยู่ในประภาคาร หากแต่จากเรื่องเล่านั้น เล่ากันว่าในค่ำคืนหนึ่ง ฝูงงูได้บุกเข้ามาในประภาคารผ่านทางหน้าต่างและฆ่าคนในประภาคารตายทั้งครอบครัว ทำให้ประภาคารนี้กลายเป็นประภาคารร้าง
อีกเรื่องเล่าหนึ่งก็ได้เล่าว่าในวันหนึ่ง ได้มีชาวประมงมาจอดเรือเทียบท่าบนเกาะงูคลั่งนี้ และได้ขึ้นมาบนเกาะเพื่อจะเก็บกล้วยป่าเป็นเสบียง
แต่ขณะที่ชาวประมงกำลังเก็บกล้วย ก็ได้ถูกฝูงงูโจมตี ชาวประมงจึงรีบหนีกลับมาขึ้นเรือ หากแต่ก็สายไปแล้ว ไม่กี่วันต่อมาก็มีคนพบศพชาวประมงบนเรือ โดยบนร่างของศพนั้นมีรอยงูกัดมากกว่า 10 รอย
แต่ถึงอย่างนั้น นักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าจำนวนงูบนเกาะนั้นลดลงจากเดิมมาก โดยเชื่อกันว่าในอดีตมีงูอยู่บนเกาะนี้กว่า 430,000 ตัว แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2,000-3,000 ตัว
ก็เรียกได้ว่าเกาะนี้เป็นเกาะที่อันตรายที่สุดเกาะหนึ่งบนโลก และความตายก็อยู่ในทุกตารางเมตร
โฆษณา