สรุปมุมมองการลงทุน “อินเดีย” ปี 2567

India Recap 2566
🟡ปี 2566 อินเดียเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก โดย GDP เติบโตถึง 7.6% ในไตรมาส 3/2566 ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ของธนาคารกลางอินเดีย
🟡ดัชนี NIFTY 50 และดัชนี SENSEX ทำจุดสูงสุดใหม่หลายครั้งในเดือนธันวาคม ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
มุมมองเศรษฐกิจอินเดียปี 2567
🟡Goldman Sachs คาดว่าเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของอินเดียจะดำเนินต่อไปท่ามกลางการเติบโตของ GDP อย่างมั่นคงที่ 6.3% YoY ได้แรงหนุนมาจากช่วงก่อนการเลือกตั้งที่คาดว่าการใช้จ่ายของภาครัฐจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ และช่วงหลังการเลือกตั้ง คาดว่าการเติบโตของการลงทุนจะฟื้นตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะจากภาคเอกชน
🟡ในส่วนของเรื่องเงินเฟ้อ Goldman Sachs คาดว่าความผันผวนด้าน Supply อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงกว่าเป้าหมายโดยเฉลี่ยที่ 5.1% YoY ขณะที่ความผันผวนด้าน Supply ของอาหารและน้ำมัน รวมถึงแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคง คาดว่าจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงโดยเฉลี่ยเพียง 4.5% YoY จากระดับ 5.1% ในปี 2566
🟡Amundi Asset Management มองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจอินเดียยังคงสดใส ได้รับแรงหนุนจาก Demand ภายในประเทศมากกว่าต่างประเทศ ขณะที่สัญญาณของการชะลอตัวจะเห็นได้จากด้านการบริโภคมากกว่าการลงทุน ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อน่าจะอยู่ในกรอบช่วงบนของธนาคารกลางอินเดีย ดังนั้น จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายที่ผ่อนคลาย นอกจากนี้ Amundi ยังคาดว่านโยบายของภาครัฐที่เป็นผลดีต่อตลาดจะยังคงอยู่ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมเงินเฟ้อโดยเฉพาะในปีที่มีการเลือกตั้งจะสร้างแรงกดดันต่อภาคการเกษตร และส่งผลให้รายได้ในภาคการเกษตรลดลง
🟡DBS มองว่ามุมมองในระยะกลางที่ดีขึ้นจะสร้าง Sentiment เชิงบวกให้อินเดียต่อไปอีก 2-3 ไตรมาส และคาดว่าอินเดียจะยังคงรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนไว้ได้
มุมมองตลาดหุ้นอินเดียปี 2567
🟡แม้ว่าตลาดหุ้นอินเดียจะมีความผันผวนอยู่บ้างในปี 2566 ดังที่เห็นว่าตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ก็มีปรับตัวลดลงบ้างในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม Fund Managers ส่วนมากยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นอินเดียในปี 2567
🟡Nordea Asset Management มีมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของอินเดีย และมองเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดหุ้นอินเดียที่มีความแข็งแกร่ง แม้ว่า Valuation จะอยู่ในระดับสูง การลงทุนของภาครัฐจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและขับเคลื่อนการลงทุนของภาคเอกชนมากขึ้น
🟡Morgan Stanley คาดการณ์ว่าจะเห็นการเติบโตของ EPS อินเดียที่เหนือกว่า เมื่อเทียบกับตลาด Emerging Market โดยรวม
🟡อย่างไรก็ตาม PineBridge Investments มองว่าตลาดหุ้นอินเดียมีความท้าทาย โดยจะเผชิญกับเรื่อง Valuation ของหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากผลการดำเนินงานส่วนใหญ่ของดัชนี MSCI อินเดียได้รับแรงหนุนมาจากดัชนีหุ้นขนาดกลาง
🟡ในทางตรงกันข้าม VanEck มองว่า Valuation ของอินเดียที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศใน Emerging Market อื่นๆ นั้นมีความสมเหตุสมผลจากบริษัทที่มีคุณภาพของอินเดีย และมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศใน Emerging Market อื่นๆ
🟡อินเดียอยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับโอกาสในการเติบโต จากอายุเฉลี่ยของประชากรอินเดียอยู่ที่ 28 ปี ซึ่งประชากรกลุ่มนี้มีสัดส่วนเป็นจำนวนมากและยังเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ ทำให้อยู่ในจุดที่ได้เปรียบในการแข่งขัน และจากข้อมูลของ IMF อินเดียกำลังจะกลายเป็นประเทศที่มี GDP ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ภายใน 5 ปีข้างหน้า
🟡CEO ของ VanEck กล่าวว่าอินเดียกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็น Investment Hub หรือศูนย์กลางการลงทุนที่ทรงพลัง ภาคเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังเฟื่องฟู รวมกับตลาดหุ้นที่แข็งแกร่งก็ทำให้อินเดียเป็นจุดหมายปลายทางของการลงทุนที่น่าสนใจ
ที่มา: www.asiafundmanagers.com | อัปเดท ณ 21 ธ.ค. 66
กองทุนกรุงศรีที่เน้นลงทุนในอินเดีย ได้แก่ KF-INDIA และ KFINDIARMF
ข้อมูลกองทุน KF-INDIA คลิก:
ข้อมูลกองทุน KFINDIARMF คลิก:
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอดูหนังสือชี้ชวน โปรดติดต่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจำกัด โทร 0 2657 5757
  • 10
โฆษณา