8 ก.พ. 2024 เวลา 03:14 • ความคิดเห็น
เรื่องราวของอารมณ์ เมื่อเกิดมา ในโลก เค้าให้ความโลภโกรธหลงมาเป็นอารมณ์ที่พูดกัน เหมือนตัวการใหญ่ ครองใจครองกายมนุษย์ แล้วก็ยังมีอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ความกลัวก็เป็นอารมณ์
มันมีอยู่ในคำว่า นิสัยสันดาน ที่ติดอยู่ในธาตุทั้งสี่ ที่ประกอบมาเป็นเรือนกายให้มนุษย์ได้อาศัย ..กลัวอด กลัวเจ็บ กลัวป่วย กลัวคนนี้ติเตียน กลัวคนด่าว่า กลัวไม่มีกิน กลัวไม่มีที่อยู่ กลัวจะอยู่คนเดียว กลัวไม่มีชื่อเสียง มันอยู่เคียงคู่กัน กับความอยาก ไม่อยากได้ ..ก็กลัวไม่สมอารมณ์อยาก ..พอได้สมอารมณ์อยาก อารมณ์นั่นก็จางคลายลง เดี๋ยวมันก็อยากใหม่
เหมือน เช้ากินข้าว ไปมื้อหนึ่ง เดี๋ยวก็หิวอีก อยากกิน ..มันวนเวียน อยู่อย่างนี้ ไม่สามารถหลุดพ้น เรื่องราวของอารมณ์ หรือ สลัดอารมณ์ออกไปได้เลย มันรวมๆอยู่ วนเวียนในคำว่า ตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา วนกันเป็นวงกลม
ในเรื่องราวของอารมณ์นั้น ที่มันมีมากมาย อยู่ในเรือนกาย ที่ตั้งขึ้นมาอาศัยชั่วขณะหนึ่ง มันมีอยู่ในตัวตนทั้งมนุษย์สัตว์ เมื่อเรามีกายเป็นมนุษย์ เราก็สามารถศึกษาที่มาที่ไปของอารมณ์นั้นได้ ค่อยขุดคุ้ยภายในกายในจิต ..ของตนเอง
..แต่มันก็เป็นเรื่องที่ยาก ที่เข้าไปรับรู้ในเรื่องของสิ่งต่างๆที่ว่าไหลมาแต่เหตุ ..อารมณ์กลัวมัน ..ก็ไหลออกมา ภายในเรือนกายนี้ เวลามันไหลออกมา มันกิริยาของกายมันก็ไปตามอารมณ์กลัว ..ที่เค้ากลัวจนตาเหลือก กลัวจนตัวสั่น..สิ่งนั้นก็คืออารมณ์กรรมตัวกระทำที่แสดงออก ..จากกายของผู้นั้น
..ในสิ่งที่ผู้ที่เค้าปฏิบัติธรรมขึ้นมา เค้าก็เรียนรู้เอาจิตเค้าไปเรียนรู้ เข้าไปถึงเรื่องราวของอารมณ์ที่แสดงออกมาจากธาตุทั้งสี่ อาศัยรอยทั้งสี่เรื่องราวขององค์พระสิทธัตถะ ..อาศัยสมาธิ ..ทำกายให้นิ่งจิตนิ่ง ..จิตที่แสงเหมือนมีไฟฉาย ส่องสว่างไสว ไปส่องดูในเรื่องราวของธาตุทั้งสี่ เรื่องราวของขันธ์ห้า ..ให้จิตเรียนรู้ขึ้นมา เป็นความรู้ของจิต
จิตใครจิตมัน ต้องเรียนรู้เอง เหมือนเรามีกาย จิตอาศัยในกาย ..กายของใครของมันที่ยึดถืออาศัยอยู่ ก็ต้องทำเอง..ให้จิตของตนเองเรียนรู้ขึ้นมา ..ในกายนี้ไม่มีคำภีร์ตำรา ตัวหนังสือ ต้องใช้จิตศึกษาขึ้นมา
เรื่องราวในรอยคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเราปฏิบัติปฏิบัติธรรมไปตามรอยของท่าน เราจะเกิดความอัศจรรย์ใจ ในสิ่งทีท่านเรียนรู้ แล้วเราจะเข้าใจได้ว่า ทำไมนานาๆถึงจะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ในโลกมนุษย์ ..แล้วฝากรอยทั้งสี่ของท่านไว้กับดินฟ้าอากาศ .ทำไมเทพยดาอินทร์พรหม ทั่วจักวาล ถึงนอบน้อมในพระธรรมคำสอนของท่าน
นั่นก็คือ เราต้องปฏิบัติธรรมขึ้นมาเอง เราก็จะได้ ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ ในเรื่องราวเวียนว่ายตายเกิด ทำไมต้องเกิด ทำอย่างไรจึงจะหยุด ยุติการเกิด .. เหมือนที่เราอาศัยกายปัจจุบัน ..มีการก็มีภาระ มีกรรม มีทุกข์ ..ทำอย่างไรให้ไม่มีกายเกิดขึ้นอีก (ไม่ใช่เรื่องทำลายกาย ..ไปทำลายกาย ก็หมดโอกาสเรียนรู้ ..เกิดเป็นกรรมขึ้นมาอีก ไม่รู้จักคุณค่าของกาย .เค้าอาศัยกายนี้ มาเรียนรู้ขึ้นมา ในสิ่งที่ซ้อนเร้นภายในกาย)
เรื่องราวของความกลัว …บางที่เค้าก็ให้คาถา มาบทหนึ่ง ให้เข้าไปอยู่ในป่า ไปคนเดียว อยู่คนเดียว ป้าช้า ที่ว่าผีดุ ดุนักดุหนา ..ให้ไปอยู่ในป้าช้า ..ผีดุ ..เวลาเกิดความกลัว ..ขึ้นมา ก็เอาคาถามาท่อง ยึดๆๆๆๆ จนจิตนั้น เป็นหนึ่ง พอจิตเป็นหนึ่ง อารมณ์กลัวมันก็หายไป คราวนี้ แหละ ถึงคราวคาถา ที่ไปท่องก็มีฤทธิ์
เช่นให้ไปท่องคาถา ใส่กุญแจมือไว้ ท่องไปจนจิตเป็นหนึ่ง เป่าลูกกุญแจ ทีเดียวให้หลุดออก .นั่นก็เป็นเรื่ิองของการอาศัยความกลัว มากระทำให้จิตเป็นหนึ่ง .เป็นเรื่ิงราวเวทมนต์คาถาอาคม ..ไม่ใช่ทางของคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า .. อย่างนี้เค้าเรียกว่า อิทธิฤทธิ์โลกีย์ ..จมอยู่กับกรรม ก็ไม่รู้จักกรรม ไม่รู้จักเรื่องราวของอารมณ์ที่แท้จริง
โฆษณา