Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กรุงเทพธุรกิจ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
16 ก.พ. 2024 เวลา 14:00 • ธุรกิจ
“อากงสอนให้ทำแค่เรื่องลมก็พอ” เส้นทางพัดลม ‘Hatari’ ใต้ปีกทายาทรุ่น 3
คุยกับแบรนด์พัดลมอันดับ 1 ของประเทศ ที่มีเจ้าของเป็น “คนไทย” ทายาทรุ่นที่ 3 สร้างแบรนดิ้ง ต่อยอดพัดลมมินิมอล เชื่อ ต้องก้าวนำเทรนด์จึงจะเป็นผู้ชนะในตลาด เชื่อคำสอน “อากง” โตจากเรื่องลม ทำเรื่องลมให้ดีก็เพียงพอ ลุยเปลี่ยนดีไซน์พัดลมทุก “SKU” แล้วเสร็จภายในปีครึ่ง!
ทศวรรษ 1950 เป็นช่วงเวลาที่บรรดาแบรนด์ญี่ปุ่น โดยเฉพาะหมวดหมู่ “เครื่องใช้ไฟฟ้า” เข้ามาตั้งโรงงานฐานผลิตในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นได้รับความนิยม-อยู่คู่คนไทยมายาวนานหลายทศวรรษ จนถึงปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในครัวเรือนไทยไม่เสื่อมคลาย
กระทั่งทศวรรษ 1990 ได้มีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทยถือกำเนิดขึ้น โดยที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า “ฮาตาริ” (Hatari) ก่อตั้ง บริหาร และถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นโดยครอบครัวนักธุรกิจชาวไทย มีจุดเริ่มต้นจาก “จุน วนวิทย์” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่เริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างกวาดพื้นร้านขายข้าวสาร ก่อนจะเก็บหอมรอมริบ ทำงานสารพัดอย่าง ฝึกฝนทักษะช่าง จนก่อตั้งโรงงานผลิตพัดลมขึ้นในปี 2533
ปัจจุบัน “อากงจุน” ได้วางมือจากการบริหาร ส่งต่อธุรกิจให้กับทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง “ศิริวรรณ พานิชตระกูล” บริหารควบคู่กับ “วิทยา พานิชตระกูล” ผู้เป็นสามีหรือ “เขยอากง” รับหน้าที่ดูแลภาพรวมธุรกิจ โดยมีทายาทรุ่นที่ 3 “จอยซ์-ทัศน์ลักษณ์ พานิชตระกูล” และ “แจส-ชัญญา พานิชตระกูล” สองพี่น้องที่เข้ามาบริหารเต็มตัวได้ราวๆ 5 ปี
ทั้งคู่บอกกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ เพราะโดยปรกติทางครอบครัวโดยเฉพาะอากง ออกจะ “Low profile” ไม่ค่อยออกสื่อมากนัก ชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายมากกว่า
มาวันนี้ ทั้งสองคนมีภารกิจใหม่ โดยต้องการให้ผู้บริโภคเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ “ฮาตาริ” ที่อาจจะห่างไกล และไม่ได้ใกล้ชิดกับแบรนด์มากเท่ากับคนรุ่นก่อน สองพี่น้อง “ทัศน์ลักษณ์ ตระกูลพานิช” ผู้เป็นพี่ และ “ชัญญา ตระกูลพานิช” คนน้อง เข้ามาปรับกลยุทธ์การทำงานในบริษัทใหม่ทั้งหมด โดยมุ่งเน้นความสำคัญไปที่ผลิตภัณฑ์
“เชื่อไหมว่า แต่ก่อนสีที่ขายดีที่สุด คือ “สีแดง” ฮาตาริขึ้นเป็นแบรนด์แถวหน้าได้เพราะเราทำพัดลมหลายสี สีสันฉูดฉาด” ทัศน์ลักษณ์ หรือ “จอยซ์” ทายาทรุ่นที่ 3 เล่าถึงจุดพลิกผันที่ทำให้ฮาตาริขึ้นแท่นสู่แบรนด์พัดลมขายดี ที่ครองส่วนแบ่งตลาดพัดลมในไทยด้วยสัดส่วนกว่า 80%
“ทัศน์ลักษณ์” เข้ามาดูแลกิจการเต็มตัวได้ราว 2 ปีเต็ม ในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ (Assistant Manager) ในส่วนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) การวิจัยและพัฒนา (Research & Development: R&D) และส่วนของโรงงาน ส่วน “ชัญญา” หรือ “แจส” ดูแลฝ่ายขาย และจัดซื้อ
แม้ว่าปัจจุบันทายาทรุ่นที่ 2 ซึ่งก็คือ พ่อและแม่ของทั้งคู่ยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ แต่ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงระลอกหลังที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ “ฮาตาริ” ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์พัดลมที่มีความทันสมัยมากขึ้น ความฉูดฉาดที่ลดลง เพิ่มความโค้งมนให้ดูสบายตา ฯลฯ ทั้งหมดล้วนเป็นไอเดียของ “ทัศน์ลักษณ์” ที่นำความรู้จากการเรียน “Product Design” รวมทั้งประสบการณ์ในการทำงานก่อนหน้านี้เข้ามาปรับเปลี่ยนให้แบรนด์สดใหม่มากขึ้น บวกกับการทำงานวิจัยเพื่อนำข้อมูลมาเป็นเสริมทัพอีกแรงว่า เพราะอะไร “ฮาตาริ” จึงต้องเปลี่ยน
“ทัศน์ลักษณ์” เล่าว่า ตนเริ่มคุยกับ “ชัญญา” ตั้งแต่ยังไม่กลับมาเริ่มงานที่บริษัทเต็มตัวว่า ต้องทำ “แบรนดิ้ง” (Branding) จากตัวสินค้า ต้องหา “Core Essence” ของแบรนด์ก่อนว่า คืออะไร แล้วนำไปขึงบนหลักการ “Design Value” 4 อย่าง คือ “Form” รูปลักษณ์ภายนอก, “Details” รายละเอียดของสินค้า, “CMF” (Colour Material and Finish) สีและวัสดุ และ “Interaction” ผู้บริโภคเห็นแล้วรู้สึกอย่างไรกับสินค้า
ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ “CMF” เพราะเป็นส่วนที่ผู้บริโภคจับต้องได้มากที่สุด “ทัศน์ลักษณ์” บอกว่า ยุคก่อนหน้าตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา วัสดุพัดลมที่มีความแวววาว สีสันสะดุดตา ได้รับความนิยมมาก มีการออกแบบให้ตัววัสดุโดดเด่น เพราะในยุคนั้นพลาสติกเป็นวัสดุแบบใหม่ แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว คนต้องการความ “Muted” หรือเงียบสงบ สัมผัสแบบพลาสติกมันวาวจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากแต่เป็น “เนื้อสัมผัสแบบด้าน” ที่มาในสีเอิร์ธโทน ขาว หรือดำ กลับมาแรงแทน
ด้าน “ชัญญา” เสริมว่า จากการทำวิจัยมาพบว่า ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ยุคก่อนเวลาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าผู้คนต้องการให้ข้าวของเครื่องใช้เหล่านั้นเป็นจุดเด่นของบ้าน เมื่อซื้อโทรทัศน์มาใหม่ก็ต้องการให้เพื่อนมาบ้านแล้วเห็นว่า ฉันมี ฉันซื้อมา กระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ เมื่อคนอยู่บ้านมากขึ้น เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในบ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงของใช้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์การตกแต่งบ้านด้วย ฉะนั้น ผู้บริโภคยุคนี้จึงต้องการบ้านที่มีความสงบ โทนสีต่างๆ ในบ้านถูกลดทอนความฉูดฉาดลง
เมื่อถามว่า แผนการปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับเรื่องตัวเลขผลประกอบการหรือไม่ “ทัศน์ลักษณ์” ระบุว่า อันที่จริงแล้วตัวเลขของ “ฮาตาริ” ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่เธอเชื่อว่า แบรนด์ต้องขยับก่อนอนาคตจะมาถึง เพราะจากการทำ “R&D” มา อย่างไรเทรนด์ที่คาดการณ์ไว้ก็ต้องมาถึงสักวัน หากเราขยับก่อน เปลี่ยนแปลงก่อน เราก็จะเป็นผู้นำด้านนี้
“จริงๆ แล้วตัวเลขยังไม่ได้กระทบขนาดนั้น แต่เราเชื่อว่า ถ้าไม่ขยับก่อน ตัวเลขจะต้องกระทบตาม เราตื่นตัวก่อนที่มันจะเกิดขึ้น โดยรีเสิร์ชที่ทำก็ไม่ได้ตั้งต้นจากความชอบของเรา เราทำตั้งแต่ “Consumer Research” ทำทั้งในเชิงวิจัยปริมาณ และวิจัยคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก ซึ่งเราก็พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุยังคงชอบสีสันอยู่ ต่างจังหวัดก็ด้วย แต่ในกรุงเทพฯ ค่อนข้างชัดมากว่า เริ่มเปลี่ยนตอนช่วงโควิด-19”
แม้จะครองส่วนแบ่งตลาดพัดลมอันดับ 1 ครอบคลุมทั้งการผลิตภายใต้แบรนด์ “ฮาตาริ” และโรงงาน “OEM” แต่ทั้งสองมีบุคลิกค่อนข้างถ่อมตน เหมือนกับ “อากง” และสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวที่ไม่ค่อยออกสื่อนัก โดยมักยึดคำสอนที่ว่า ให้ตั้งใจทำงาน และทำเรื่องลมให้ดี
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1113379
3 บันทึก
21
1
9
3
21
1
9
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย