18 ก.พ. 2024 เวลา 02:17 • ความคิดเห็น
เพราะเราเกิดมาเป็นปกติ มีอาการครบสามสิบสองมีขันธ์ห้าวิญญาณทั้งหก เป็นปกติ เกิดเค้าก็ให้สติปัญญามาด้วย ให้มีอารมณ์มาด้วย ..แรกๆเกิด ก็เอาแต่นอนดูดน้ำดูนม ..นอนหลับหูหลับตาลูกเดียว ร่างกายมันก็ค่อออยพัฒนา มาเรื่อย หัดพลิกตัว หัดคลาน มีคนสอนให้พูด เรียกคำว่าพ่อแม่ ก็หัดออกเสียง ก็ไม่ชัด ก็ค่อยหัดมาเรื่องจนเดินได้ พูดได้ ถามไอ้นั่นไอ้เรียกอะไร เป็นคำถามสงสัยจดมาเรื่อย ก็เรียนรู้มาเรื่อยๆ
เพราะมีวิญญาณทั้งหก เคลื่อนที่ไปตามกาย ไปรับเรื่ิงนั้นเรื่องมา สังขารปรุงแต่งก็ ทำงาน มาเรื่อยๆ เก็บเรื่องนั่นเรื่องนี้ เข้ามา แรุงแต่งเป็นอารมณ์ ..วนเวียนอยู่ในคำว่าขันธ์ทั้งห้า มีอารมณ์พอใจไม่ชอบใจ โลภโกรธหลง ราคะตัณหาทะเยอยาน..เกิดขึ้นในเรือนกาย ต้องมีภารดูแลกาย ไปเสาะแสวงหา ..
..จะเดินไปเสาะแสวงหา ก็มีอารมณ์นึกคิดเกิดขึ้น ..อารมณ์นี่มันแปลก ถ้าไม่นึกไม่คิด อะไรมันก็สงบนิ่งเฉยๆ ..พอนึกคิดขึ้นมา ..อารมณ์มันก็มา ..อ้อ..ลองนึกคิดดู นึกถึงคนที่เราไม่ชอบโกรธดูซิ ..อารมณ์นึกคิดเป็นอย่างไร .แล้วคนที่เราชอบใจที่เรารัก .มันคิดอย่างไร..ไปดูข่าว ..เค้าตีกันทะเลาะกัน ..ตาเห็นภาพหูได้ยินเสียง ..มีอารมณ์นึกคิดอะไรบ้าง ..พอใจไม่ชอบใจ ..วิพากษ์วิจารณ์ ..อย่างนั้นอย่างนี้ ..ดูความคิดมันมาจากไหนบ้าง สำรวจตรวจสอบในเรือนกายนี้แหละ พ่อแม่ให้มาครบอาการสามสิบสองเพียบพร้อมกันด้วยสติปัญญา
ไหนๆจะถามหาว่า ความคิดมาจากไหน ..ก็เอาเรื่องขันธ์ห้า .มาพิจารณาเล่าเรียน ตู้อภิธรรม.ก็อยู่ในเรือนกายนี้ ..เปิดจิตขึ้นมาอ่าน ..อ่านจิตอ่านอารมณ์นึกคิเในเรือนกาย มันมาจากไหนบ้าง สิ่งต่างๆไหลมาแต่เหตุ . ตรวจสอบที่มาที่ไป หรือจะดับเหตุ เหตุที่ต้องเกิดแก่เจ็บตาย ..ก็ต้องดับ ..ที่เรือนกายนี้ ..แต่ไม่ใช้ไปทำให้กายมันตาย เช่น แขวนคอตาย ..แบบนั่น เกิดตายไม่จบสิ้นเลย
โฆษณา