22 ก.พ. เวลา 03:19 • ไอที & แก็ดเจ็ต

ทำไม สมาร์ตโฟน Android ขายมือสอง ราคาตกเยอะกว่า iPhone

หากใครกำลังมองหาสมาร์ตโฟนมือสองสักเครื่อง ก็น่าจะเคยลองเข้าไปที่ Facebook Marketplace
และคงสังเกตเห็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ของตลาดสมาร์ตโฟนมือสอง
1
นั่นคือ ราคาของสมาร์ตโฟน Android มือสอง มักราคาตกลงมา เยอะกว่า iPhone
แม้ว่าในความจริงแล้ว สมาร์ตโฟนทั้งสองเครื่องนี้ จะมีราคาเปิดตัวเท่า ๆ กัน
ใช้งานโดยเจ้าของคนเก่า มานานพอ ๆ กัน และมีสภาพการใช้งาน เช่น ริ้วรอย และตำหนิ ที่ไม่ได้ต่างกันเลย
แล้วมันเป็นเพราะอะไร ?
จากสถิติที่รวบรวมโดยเว็บไซต์ Bankmycell พบว่า
iPhone เป็นแบรนด์สมาร์ตโฟน ที่มีราคามือสอง ลดลงน้อยที่สุด เฉลี่ยลดลง 21.93% ในช่วงระยะเวลา 1 ปี ระหว่างปี 2021-2022
ในขณะที่แบรนด์สมาร์ตโฟนอื่น ๆ มีราคามือสอง ที่ลดลงมากกว่า iPhone เป็นอย่างมาก ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น
- Samsung ราคาขายต่อมือสอง ลดลงเฉลี่ย 39.17%
- Google Pixel ราคาขายต่อมือสอง ลดลงเฉลี่ย 32.46%
- OnePlus ราคาขายต่อมือสอง ลดลงเฉลี่ย 36.31%
และหากเจาะลึกลงไปที่สมาร์ตโฟน Samsung เพียงแบรนด์เดียว
จะพบว่า Samsung Galaxy Z Fold2 5G ที่มีอายุการใช้งานราว ๆ 2 ปี มีราคามือสอง ลดลงเฉลี่ยมากถึง 45%
ในขณะที่ iPhone 12 Pro Max ซึ่งเปิดตัวในปีเดียวกัน กลับมีราคาขายต่อมือสอง ที่ลดลงเฉลี่ยเพียง 15.4%
นอกจากนี้ ยังมีการเก็บข้อมูลจาก SellCell ที่พบว่า Samsung Galaxy S22 มีราคาขายต่อมือสอง ลดลงเฉลี่ย 46.8% หลังจากเปิดตัวไปได้เพียง 2 เดือน
แม้ว่าสมาร์ตโฟนเหล่านี้ จะมีสภาพ “นางฟ้า” ไร้ริ้วรอยใด ๆ เหมือนเพิ่งแกะออกมาจากกล่องก็ตาม
ส่วน iPhone 13 ที่เปิดตัวในปีเดียวกัน กลับมีราคาขายต่อมือสอง ที่ลดลงเฉลี่ยเพียง 16.8% หลังจากเปิดตัวไปได้ 2 เดือน
แล้วถ้าถามว่า ทำไมราคาขายต่อมือสอง ของสมาร์ตโฟน Android จึงลดลงมากกว่า iPhone อย่างชัดเจนมากขนาดนี้
เรื่องนี้ สามารถอธิบายได้ตามหลัก Demand และ Supply
หรือก็คือ ฝั่งความต้องการซื้อ กับ ฝั่งความต้องการขาย ของตลาดสมาร์ตโฟน
ตลาดสมาร์ตโฟน Android นั้น มีให้เลือกนับสิบแบรนด์ รวมแล้วในแต่ละปี มีสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ เข้าสู่ตลาดนับร้อยรุ่น
ยกตัวอย่างแค่ Samsung แบรนด์เดียว ก็มีสมาร์ตโฟนให้เลือกอาจถึงสิบรุ่น
ตั้งแต่รุ่นเรือธงตัวท็อป อย่างซีรีส์ S และ Z หรือสมาร์ตโฟนระดับกลาง ราคาสบายกระเป๋า อย่างซีรีส์ A
ซึ่งการที่ตลาดสมาร์ตโฟน Android เป็นแบบนี้ ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการซื้อสมาร์ตโฟนได้อย่างอิสระ
จนทำให้แบรนด์สมาร์ตโฟนต่าง ๆ ต้องแข่งขันกัน ทั้งในด้านการตั้งราคา และโปรโมชัน
เพราะลองคิดภาพตามง่าย ๆ ว่า เมื่อมีสมาร์ตโฟน Android ทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่ อยู่ตลอดทั้งปี ก็จะทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นเก่า ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านั้น ต้องทยอยลดราคา หรือจัดโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม เพื่อกระตุ้นตลาด
1
เพื่อให้สมาร์ตโฟนของตัวเอง สามารถสู้กับคู่แข่งที่เปิดตัวมาทีหลัง และอาจมีฟีเชอร์การใช้งานที่ดีกว่าได้
เป็นการกระตุ้นตลาด เพื่อรอจนกว่าจะถึงเวลาเปิดตัวสมาร์ตโฟนของตัวเอง ในช่วงปีถัดไป
ซึ่งการลดราคา และจัดโปรโมชัน ของแบรนด์สมาร์ตโฟนนี้เอง ก็จะทำให้ราคามือสอง ของสมาร์ตโฟน ได้รับผลกระทบตามไปด้วย
เพราะจะขายแพงมากก็ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นราคามือสอง ก็จะไปชนกับราคามือหนึ่ง
จนคนที่กำลังตัดสินใจซื้อสมาร์ตโฟนมือสอง เปลี่ยนใจไปซื้อของมือหนึ่ง ที่มีราคาต่างกันไม่มากแทน
ทำให้คนที่กำลังขายสมาร์ตโฟนมือสอง จึงต้องตัดใจตั้งราคามือสองให้ถูกลงกว่าเดิม
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลอีกด้านหนึ่งด้วยว่า ผู้ใช้สมาร์ตโฟน Android มักเปลี่ยนสมาร์ตโฟนของตัวเอง บ่อยกว่าผู้ใช้ iPhone
เพราะจากสถิติ พบว่า ผู้ใช้สมาร์ตโฟน Android เพียง 43% เท่านั้น ที่ใช้สมาร์ตโฟนเครื่องเดิม ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปี
ในขณะที่ผู้ใช้ iPhone ใช้สมาร์ตโฟนเครื่องเดิม ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปี มีมากถึง 61%
โดยสาเหตุที่ทำให้คนเปลี่ยนสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ ก็มีทั้งเรื่อง อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ลดลง หน้าจอแตก หรือเปลี่ยนเพราะอยากอัปเกรดไปใช้สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด
และการเปลี่ยนสมาร์ตโฟนบ่อย ๆ ที่ว่านี้ ก็อาจเป็นส่วนที่ทำให้ราคาขายต่อมือสองของสมาร์ตโฟน Android ลดลงไปอีก
ทั้งจากจำนวนสมาร์ตโฟน Android ที่ไหลเข้าไปสู่ตลาดสมาร์ตโฟนมือสอง
แล้วถ้าถามว่า ทำไม iPhone ถึงมีราคามือสอง ที่สูงกว่าสมาร์ตโฟน Android ?
ก็ต้องเริ่มจากธรรมชาติของตลาด iPhone ที่ค่อนข้างผูกขาด
คือหากต้องการใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ก็ต้องใช้ iPhone เท่านั้น ผู้บริโภคไม่ได้มีตัวเลือกที่หลากหลาย เหมือนอย่างสมาร์ตโฟน Android
แถมในแต่ละปี Apple มีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ เพียงไม่กี่รุ่น อย่างในปีที่แล้ว Apple มีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ทั้งหมด 4 รุ่น คือ
iPhone 15
iPhone 15 Plus
iPhone 15 Pro
และ iPhone 15 Pro Max
และเมื่อมีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ Apple ก็จะใช้กลยุทธ์เลิกขาย iPhone รุ่นเก่าบางรุ่นทันที เพื่อจำกัดตัวเลือกของผู้บริโภค ให้มีอย่างจำกัด
เช่น เมื่อปีที่แล้ว Apple เปิดตัว iPhone 15 ทั้ง 4 รุ่น iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max ก็ถูกยกเลิกการขาย เพื่อจูงใจให้คนบางส่วน หันไปซื้อ iPhone รุ่นล่าสุดทั้ง 4 รุ่นแทน
ส่วน iPhone รุ่นอื่น ๆ ที่ยังคงวางขายอยู่ ก็จะถูกปรับราคาให้ถูกลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เช่น iPhone 14 ที่เคยวางขายในราคา 32,900 บาท ก็ลดราคาลงเหลือ 29,900 บาท หรือถูกลงเพียง 3,000 บาท
กลยุทธ์การตั้งราคาในลักษณะนี้ของ Apple ทำให้ผู้บริโภคบางส่วน ตัดสินใจเพิ่มเงินอีกเพียง 3,000 บาท เพื่อซื้อ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดแทน
ส่วนคนที่มีงบน้อย และต้องการซื้อ iPhone รุ่นเก่าที่เพิ่งตกรุ่นไป ในราคาที่ถูกกว่านี้ ก็จะต้องหันไปมอง iPhone มือสองแทน
ทำให้ความต้องการซื้อ iPhone มือสองในตลาดมีเพิ่มขึ้น จนส่งผลให้ราคามือสองของ iPhone ไม่ได้ลดลงมากเท่าสมาร์ตโฟน Android ที่มีตัวเลือกในการซื้อมากกว่า
นอกจากนี้ ราคาของ iPhone มือหนึ่ง ที่วางขายในร้านต่าง ๆ มีราคาที่คงที่มากกว่า
หากลองสังเกตกันดี ๆ จะพบว่า ราคาของ iPhone นั้น แทบจะเท่าเดิมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะกับ Apple Store ซึ่งเป็นร้านค้าของ Apple เอง จะวางขาย iPhone ในราคาเท่าเดิมตลอด
ส่วน iPhone ที่ขายโดยผู้ให้บริการเครือข่ายต่าง ๆ ก็มักมีราคาที่ถูกลงเพียงเล็กน้อย หรือหากมีการจัดโปรโมชันลดราคา ก็จะเป็นการลดราคาเมื่อซื้อ iPhone พร้อมแพ็กเกจมากกว่า ไม่ใช่การลดราคาขายตรง ๆ
ต่างจากสมาร์ตโฟน Android ที่มักมีการปรับราคาลง หลังจากเปิดตัวไปได้เพียงไม่กี่เดือน
นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์การใช้งาน iPhone ในระยะยาว ที่ทำให้ราคามือสองของ iPhone ไม่ค่อยลดลงมากเท่าสมาร์ตโฟน Android
ตัวอย่างเช่น การอัปเดตระบบปฏิบัติการได้ยาวนานหลายเวอร์ชัน
ชิปที่แรงเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป และเล่นเกมได้นานหลายปี
การใช้งานที่ลื่นไหล ไม่ค้าง แม้เครื่องจะใช้งานมายาวนาน
อุปกรณ์เสริม เช่น เคส และฟิล์มกันรอยที่หาได้ง่าย แม้จะเป็น iPhone ที่ตกรุ่นไปแล้วหลายปี
รวมถึงหน้าตาของ iPhone ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนไปมาก ทำให้หลายคนไม่ได้ซีเรียสว่าใช้ iPhone รุ่นเก่า
ด้วยเหตุผลนี้ จึงเป็นการอธิบายว่า ทำไมสมาร์ตโฟน Android จึงมีราคาขายต่อมือสอง ที่ลดลงมากกว่า iPhone
อย่างไรก็ตาม เราคงไม่สามารถบอกได้ว่า สมาร์ตโฟน Android หรือ iPhone ดีกว่ากัน โดยใช้ราคาขายต่อมือสอง มาเป็นปัจจัยในการตัดสิน
เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเลือกสมาร์ตโฟนให้เหมาะกับตัวเอง หากใช้งานยาว ๆ ราคาขายต่อมือสอง ก็คงไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดอยู่แล้ว..
โฆษณา