14 มี.ค. 2024 เวลา 12:07 • ประวัติศาสตร์

• ‘งูทะเล’ หรือ Sea Serpent มีอยู่จริงไหม?

ตั้งแต่ช่วงยุคกลาง ในหมู่นักเดินเรือชาวสแกนดิเนเวียต่างก็มีเรื่องเล่าของสัตว์ประหลาดนานาชนิดที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล พวกมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความน่ากลัวและอันตรายจนคาดไม่ถึง อย่างปลาหมึกยักษ์คราเคน (Kraken) ที่กระชากเรือทั้งลำลงสู่ใต้น้ำ รวมถึงสัตว์ประหลาดนามว่า ‘Soe Orm’ หรือที่รู้จักกันในชื่องูทะเล (Sea Serpent)
1
โอเลาส์ แมกนุส (Olaus Magnus) นักทำแผนที่ชาวสวีเดนในศตวรรษที่ 16 ระบุว่าเจ้า Soe Orm หรืองูทะเลนี้ มีลำตัวยาว 200 ฟุต (61 เมตร) กว้าง 20 ฟุต (6 เมตร) มีขนยาวห้อยลงมาจากลำคอ มีเกล็ดแหลมคมสีน้ำตาลเข้ม และดวงตาของมันลุกเพลิงเหมือนเปลวไฟ และแน่นอนสัตว์ประหลาดชนิดนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อนักเดินเรือ
1
งูทะเลไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดในท้องทะเลตัวอื่น ๆ ที่อาจมีต้นแบบมาจากสัตว์ที่มีอยู่จริงหรือมาจากจินตนาการของผู้คน สำหรับงูทะเลคาดว่า พวกมันมีต้นแบบมาจากปลาออร์ฟิช (Oarfish) หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ ‘ปลาพญานาค’
ปลาออร์ฟิชเป็นปลามีกระดูกที่มีลำตัวยาวที่สุดในโลก พวกมันมีความยาวเฉลี่ยตั้งแต่ 45-50 ฟุต (13.7-15 เมตร) และด้วยความที่ปลาออร์ฟิชมีครีบสีแดงบริเวณหัวและลำตัว ทำให้เชื่อมโยงกับงูทะเลที่ว่ากันว่า มีขนยาวหรือหงอนอยู่นั่นเอง
นอกจากปลาออร์ฟิช ฉลามอาบแดดหรือ Basking Shark ก็เป็นสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่เชื่อว่าเป็นแรงบันดาลใจของงูทะเล ฉลามชนิดนี้มีความยาวได้มากถึง 40 ฟุต (12 เมตร) และพวกมันก็เคยสร้างความเข้าใจผิดมาแล้ว
ในปี 1808 มีการพบซากของฉลามอาบแดดเกยตื้นที่ชายหาดเกาะสตรอนเซย์ (Stronsay) ประเทศสกอตแลนด์ โดยสมาคมประวัติศาสตร์ธรรมชาติเวอร์เนอเรียน (Wernerian Natural History Society) ในกรุงเอดินบะระ ก็ได้ยืนยันว่า ซากสิ่งมีชีวิตนี้ก็คือ ฮัลซิดรัส (Halsydrus) หรืองูทะเล แต่การตรวจสอบภายหลังก็พบว่า แท้จริงก็คือซากของฉลามอาบแดด
1
ความเข้าใจผิดยังเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 1819 ที่ท่าเรือนอกเมืองกลอสเตอร์ (Gloucester) รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ มีเด็กชายสองคนพบซากสิ่งมีชีวิตคล้ายกับงูมีความยาว 3 ฟุต (91 เซนติเมตร) โดยไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น ชาวเมืองกลอสเตอร์หลายคนก็ได้อ้างว่า พวกเขาพบเห็นสิ่งมีชีวิตคล้ายกับงูทะเลในบริเวณท่าเรือ
สมาคมลินเนียสแห่งนิวอิงแลนด์ (Linnaean Society of New England) ที่ทำหน้าที่รวบรวมและระบุสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ต่าง ๆ ออกมาระบุว่า ซากงูขนาดเล็กที่พบนั้น ก็คือลูกของงูทะเล พวกเขาเชื่อถึงขั้นที่ว่ามีการตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ให้กับงูทะเลนี้ในชื่อ Scoliophis atlanticus ที่แปลว่างูมีหงอนแอตแลนติก และที่พวกมันมาป้วนเปี้ยนแถว ๆ ท่าเรือก็เพื่อมาวางไข่
แต่สุดท้ายนักธรรมชาติวิทยาอเล็กซานเดร เลซูร์ (Alexandre Lesueur) ก็ออกมาเฉลยว่า ซากสิ่งมีชีวิตที่เชื่อว่าเป็นลูกงูทะเล มันก็คืองูดำหรือชื่อวิทยาศาสตร์ Coluber constrictor ไม่ใช่ลูกสัตว์ประหลาดที่ไหน
อ้างอิง
• Smithsonian Magazine. Five “Real” Sea Monsters Brought to Life by Early Naturalists. https://www.smithsonianmag.com/science-nature/five-real-sea-monsters-brought-life-early-naturalists-180953155/
• Ocean Smithsonian. The Enchanting Sea Monsters on Medieval Maps. https://ocean.si.edu/human-connections/history-cultures/enchanting-sea-monsters-medieval-maps
#HistofunDeluxe
โฆษณา