18 มี.ค. 2024 เวลา 01:00 • ธุรกิจ

Moshi Moshi ร้านค้าจากสำเพ็งสู่ธุรกิจมูลค่ากว่าพันล้านบาท

หากใครเป็นสายช้อปของกระจุกกระจิกเล็ก ๆ ต้องรู้จัก ‘โมชิ โมชิ’ ร้านค้าปลีกไลฟ์สไตล์ที่ฟังครั้งแรกต้องนึกว่ามาจากญี่ปุ่น แต่จริง ๆ แล้วมีต้นกำเนิดมาจากตลาดสำเพ็งเรานี่เอง
โดยจุดเริ่มต้นของโมชิ โมชิ (Moshi Moshi) เกิดขึ้นเมื่อปี 2516 จากธุรกิจกิ๊ฟช็อปดั้งเดิมของครอบครัวบุญสงเคราะห์ (กลุ่มครอบครัวฯ) ภายใต้ชื่อร้าน ‘พร้อมภัณฑ์’ ซึ่งเป็นร้านค้าปลีก เน้นขายอุปกรณ์เครื่องเขียน สินค้ากิ๊ฟช็อป และจากร้านค้าปลีกก็ได้เริ่มพัฒนาเป็นสินค้าส่งตามห้างสรรพสินค้า และมีการพัฒนาธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
จนในปี 2530 เริ่มมีการพัฒนาธุรกิจเป็นการผลิตและส่งออกสินค้าเสื้อผ้าทั้งในและนอกประเทศแถบเอเชีย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลี และญี่ปุ่น ทำให้ร้านค้ามีรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากร้านค้าอื่น ๆ ในย่านนั้นและกลายเป็นเอกลักษณ์ของโมชิโมชิจนถึงทุกวันนี้
แต่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 เมื่อเกิดกระแสความนิยมของสินค้าไลฟ์สไตล์ จึงเริ่มเห็นโอกาสที่จะสามารถพัฒนาต่อยอดจากธุรกิจครอบครัวเดิมได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณสง่า บุญสงเคราะห์ (ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร) เปิดร้านโมชิ โมชิ สาขาแรกที่สำเพ็งเป็นครั้งแรกในปี 2559
แต่ไม่นาน ธุรกิจก็ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่คือวิกฤตโควิด-19 ที่หลายธุรกิจได้รับผลกระทบแทบทั้งสิ้น โดยคุณสง่าเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “แม้จะเคยผ่านช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ก็ยังไม่หนักเท่าวิกฤตครั้งนี้”
เมื่อวิกฤตเกิดก็ต้องพลิกให้เป็นโอกาส ณ ตอนนั้น โมชิ โมชิ ปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการขายบนออนไลน์มากขึ้น โดยมีการพัฒนารูปแบบสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิดและการทำงานที่บ้าน (work from home) นอกจากนี้ ด้วยตัวสินค้าที่เป็นสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันและราคาย่อมเยาว์ ทำให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ลูกค้าต้องประหยัดค่าใช้จ่าย เรียกได้ว่าโมชิ โมชิ ยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลานั้น
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของโมชิโมชิก็คือ ทีมการออกแบบและพัฒนาสินค้าที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสินค้าเพื่อสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการออกแบบสินค้าให้มีความน่าสนใจด้วยลวดลาย สีสัน ความแปลกใหม่สะดุดตา จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของร้าน รวมถึงลิขสิทธิ์การ์ตูนต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบจนกลายเป็นที่นิยม และทำให้บริษัทฯ สามารถตั้งราคาสินค้าที่สูงขึ้นและเพิ่มโอกาสในการขายได้
อีกกลยุทธ์คือการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าแบบออนไลน์เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าที่หันมาซื้อของทางออนไลน์มากขึ้นเพราะสะดวกรวดเร็วมากกว่า รวมถึงการเน้นทำการตลาดออนไลน์มากขึ้นเพื่อสร้างความมีส่วนร่วมและการตระหนักรู้ถึงแบรนด์ของลูกค้า
จนกระทั่งในปี 2565 ถือก้าวใหญ่ของโมชิโมชิอีกครั้งในการนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพราะมองเห็นโอกาสที่จะเติบโตและขยายสาขาได้อีกจำนวนมาก และสร้าง ‘ความน่าเชื่อถือ’ ให้กับแบรนด์มากขึ้น
ปัจจุบัน Moshi Moshi มีสาขาทั่วประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 จำนวน 105 สาขา โดยมีสาขาในต่างจังหวัดจำนวน 66 สาขา สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล 39 สาขา และสาขาร้าน GIANT อีก 1 สาขา
โดยรายได้บริษัทย้อนหลัง 4 ปี ดังนี้
ปี 2562 รายได้ 1,702 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 1,368 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 1,263 ล้านบาท
และปี 2565 รายได้ 1,895 ล้านบาท
โดยสัดส่วนรายได้มาจากร้านค้าปลีกราว 85% รองลงมาคือร้านค้าปลีกแบบมีส่วนลดราว 13% ซึ่งหมายถึง 3 สาขาคือสาขาสำเพ็ง สาขาแพลตตินั่ม และสาขาห้างแพลตตินั่มแฟชั่นมอลล์ และรายได้ส่วนอื่น ๆ มาจากการจัดจำหน่ายจากช่องทางออนไลน์ ร้าน pop-up store รายได้จากค่าเช่า ดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคาร
และนี่คือเรื่องราวของโมชิโมชิ ธุรกิจครอบครัวที่เริ่มต้นจากร้านในสำเพ็งสู่ธุรกิจมูลค่ากว่าพันล้านที่ไม่ได้มาด้วยโชค แต่เพราะการพัฒนาปรับปรุงต่อยอดจากอดีตสู่แบรนด์ที่ครองใจกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์จนถึงทุกวันนี้
════════════════
Bnomics - Bangkok Bank Economics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
════════════════
โฆษณา