แต่เมื่ออีเมล์ฉบับดังกล่าวได้รับการตอบกลับโดย Triple H ชีวิตนักมวยปล้ำของ ชอว์น ริคเกอร์ ได้รับการต่ออายุออกไปอีกครั้ง และเขาก็ได้กลับมาสู่สมาคมในฝันอย่าง WWE เวลาต่อมา
สิ่งที่น่าประทับใจก็คือถึงจะเปิดตัวในฐานะนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรม แต่บุคลิกและความปากแซ่บของ LA Knight เรียกเสียงเชียร์จากแฟนมวยปล้ำใน NXT ได้มากทีเดียว ชนิดที่ว่า HHH และ ชอว์น ไมเคิลส์ สองตำนานมวยปล้ำ WWE ที่ดูแล NXT อยู่ตอนนั้น ชื่นชอบในฝีไม้ลายมือ และคาแร็กเตอร์อันโดดเด่นของ LA Knight ก่อนเอาไปรายงานกับ วินซ์ แม็คแมน ให้พิจารณาถึงการผลักดัน LA Knight ไปสู่ค่ายหลัก
ผลจากกระแสตอบรับที่ดีใน NXT ทำให้ WWE ตัดสินใจผลักดัน LA Knight ขึ้นเป็นนักมวยปล้ำตัวหลักของ WWE ฝั่ง Smackdown! โชว์รายสัปดาห์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 ของสมาคมถัดจากรายการ RAW สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ ชอว์น ริคเกอร์ ในกิมมิคใหม่ LA Knight ดีใจมาก
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ เขาจะไม่ได้ปรากฏตัวในฐานะนักมวยปล้ำของ WWE แต่เป็นผู้จัดการทีมซะอย่างนั้น
แก่เกินแกงจนโดนคุมกำเนิด
"คนกำลังจะเกิด แต่โดนคุมกำเนิดซะงั้น" ประโยคนี้น่าจะอธิบายความรู้สึกของ LA Knight ได้เป็นอย่างดี เมื่อ วินซ์ แม็คแมน เซ็นอนุมัติให้ผลักดันชายคนนี้ขึ้นโชว์หลักของ Smackdown! แต่ต้องปรากฏตัวในชื่อและบุคลิกใหม่ "แม็กซ์ ดูปรี" ผู้จัดการคู่แท็กทีมมวยปล้ำสายนายแบบ Maximum Male Models ที่มี Ma.ce กับ Man.soor เป็นนักมวยปล้ำประจำทีม พ่วงด้วยผู้จัดการสาวสวย แม็กซีน ดูปรี อีกคน
LA Knight สวมวิญญาณ แม็กซ์ ดูปรี เล่นไปตามเกมที่ WWE กำหนด แต่ยิ่งฝืนทำมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอึดอัดมากขึ้นแม้จะได้ออกทีวีทุกสัปดาห์ก็ตาม จนในที่สุดเขาก็เดินไปบอก Triple H ว่าไม่อยากเล่นบท แม็กซ์ ดูปรี แล้ว อยากกลับมาเป็น LA Knight กิมมิคสร้างชื่อของเขาตามเดิมสมัยอยู่กับ NXT
ซึ่งก็ประจวบเหมาะพอดีที่ว่า Triple H ขึ้นมานั่งเก้าอี้หัวหน้าครีเอทีฟรายการมวยปล้ำของ WWE พอดี แทน วินซ์ แม็คแมน ที่ต้องลงจากตำแหน่งเพราะพัวพันกับคดีล่วงละเมิดทางเพศอดีตพนักงานหญิงในบริษัท ทำให้ LA Knight ได้รับไฟเขียวให้บอกลาบท แม็กซ์ ดูปรี อันไร้สาระนี่ ทำลายทีม MMM ทิ้งซะ แล้วกลับมาเป็น LA Knight คนเดิมที่ทุกคนรู้จักในช่วงปลายปี 2022
และการต่อสู้เพื่อปกป้องอาชีพของตัวเองครั้งนั้น คือการตัดสินใจที่ถูกต้องอีกครั้งในชีวิตของ ชอว์น ริคเกอร์ หรือ LA Knight คนนี้
2023 ยุคทองของ LA KNIGHT YEAH!
เมื่อได้กลับมาสวมบท LA Knight ครั้งที่สอง คราวนี้ก็ถึงเวลาติดจรวดพุ่งขึ้นฟ้า เมื่อ LA Knight ใช้บุคลิกและสิ่งที่เขาทำได้อย่างยอดเยี่ยมก็คือ "สกิลไมโครโฟน" ค่อย ๆ ซื้อใจคนดูมวยปล้ำใน Smackdown! ให้มาเป็นแฟนคลับของตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ เขาทำให้แฟนมวยปล้ำ WWE หันมาเชียร์เขา ด้วยแคชเฟสสุดคมอย่าง "Let Me Talk To Ya! (ขอพูดอะไรกับคุณหน่อย)" ที่เขาพูดเปิดหัวทุกสัปดาห์ พร้อมกับทำให้คนดูตะโกนเรียกชื่อเขาอย่างพร้อมเพรียงว่า "LA Knight YEAH!"
1
ถึงจะต้องยอมรับว่าสกิลการปล้ำของ LA Knight ยังเป็นรองนักมวยปล้ำหลายคนใน WWE แต่ด้วยบุคลิกและคาแร็กเตอร์ที่สุดเท่ ปรากฏตัวพร้อมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำแขนกุด กางเกงยีนรัดรูป รองเท้าหนัง แว่นตากันแดดทรงกลม และแคชเฟสที่มีเสน่ห์ ทำให้แฟนมวยปล้ำตกหลุมรัก LA Knight อย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับนักมวยปล้ำของ WWE ที่อาจไม่ต้องปล้ำเก่งมาก แต่ต้องมีคาแร็กเตอร์โดดเด่น เรียกรีแอ็คชั่นในแง่บวกจากผู้ชมได้
คาแร็กเตอร์และการแต่งตัวของ LA Knight เด่นชัดจนแฟนมวยปล้ำวิจารณ์ว่าเขาได้รับอิทธิพลมาจากสองนักมวยปล้ำผู้ยิ่งใหญ่อย่างแห่งยุค Attitude อย่าง สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน กับ เดอะ ร็อก ซึ่ง LA Knight เอาบุคลิกและจุดเด่นของทั้งคู่มาผสมกัน แล้วมาปรับใช้กับตัวเองจนประสบความสำเร็จ แม้จะมีเสียงค่อนขอดจาก เควิน แนช ตำนานนักมวยปล้ำของ WWE และอดีตแก๊ง nWo วิจารณ์ว่า LA Knight สร้างตัวตนจากการก๊อปปี้นักมวยปล้ำยุค Attitude แบบไร้ความสร้างสรรค์
ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเสียงเชียร์ของแฟนมวยปล้ำได้เมื่อ LA Knight ได้รับการผลักดันจาก WWE แบบเต็มที่ โดยเฉพาะในปี 2023 ที่เขาได้มีโมเมนต์สำคัญประดับชีวิตมากมาย เช่นได้รับเกียรติโดน ดิ อันเดอร์เทเกอร์ ตำนาน WWE จับใส่ Tombstone Piledriver คาเวทีในศึก RAW ต่อด้วยปล้ำกับ เบรย์ ไวแอตต์ เป็นคู่ประกอบรายการของศึกใหญ่ Royal Rumble
จากนั้นก็ได้ขึ้นเวทีปล้ำแมตช์ 7 เส้า ชิงกระเป๋าเอกสารของศึกใหญ่ Money in the Bank ที่ลอนดอน อังกฤษ พร้อมกับเสียงเชียร์ของแฟน ๆ ที่อังกฤษอย่างล้นหลาม แม้สุดท้ายจะแห้วไม่ได้กระเป๋าก็ตาม
กระแสของ LA Knight ยังแรงต่อเนื่องเมื่อเขาได้จับคู่กับ จอห์น ซีน่า ยอดนักมวยปล้ำขวัญใจแฟนๆ ปล้ำแมตช์แท็กทีมสู้กับแก๊ง The Bloodline ของ จิมมี่ อูโซ่ กับ โซโล่ ซิโคอา ในศึกใหญ่ Fastlane เดือนตุลาคม ที่เรียกเสียงเฮกันดังสนั่นทั่วสนาม ก่อนถึงช่วงเวลาสำคัญเมื่อเขาได้โอกาสชิงแชมป์โลก WWE กับ โรมัน เรนส์ ในศึกใหญ่ Crown Jewel ที่ซาอุดีอาระเบีย เดือนพฤศจิกายน
ถึงหลายคนจะมองออกว่า LA Knight เป็นแค่เหยื่ออีกคนที่จะขึ้นมาโดน "หัวหน้าเผ่า" จับกดนับสามเพื่อยืดสถิติครองแชมป์โลกให้ยาวนานเพิ่มไปอีก แต่ LA Knight ก็ทำหน้าที่ของเขาได้ดีจนจบแมตช์
2
ตลอดปี 2023 LA Knight ไม่มีแชมป์ติดมือสักเส้น แต่เขาก็ประสบความสำเร็จและแจ้งเกิดในสมาคมมวยปล้ำ WWE แบบเต็มภาคภูมิ พิสูจน์ได้จากเสียงเชียร์ของแฟน ๆ ที่พร้อมใจกันเรียกชื่อ "LA Knight YEAH!" กันแบบกระหึ่มทุกสังเวียนที่เขาปล้ำ มีแฟนคลับมาดักรอขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นที่สนามบินกันมากมาย อันเป็นสิ่งที่เขายอมรับว่าไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต แถมสินค้าที่ระลึกของเขาก็ขายดิบขายดี ติดท็อป 10 ของร้าน WWE Shop ต่อเนื่องทุกเดือน
3
เชมัส ซูเปอร์สตาร์มวยปล้ำรุ่นใหญ่ของ WWE คอมเมนต์ถึงการแจ้งเกิดของ LA Knight ว่า "เขารู้ดีว่าต้องทำอะไร เพราะเขาทำสิ่งนี้มาหลายปีแล้ว เขาดำดิ่งลงไปในคาแร็กเตอร์เขาเล่นจริง ๆ และคนดูก็ตอบรับเขาเป็นอย่างดี สิ่งสำคัญสำหรับวงการนี้ก็คือการได้รับรีแอ็คชั่นจากคนดู และเขาทำงานของตัวเองได้ดีมาก"
และผลพวงจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งปี นักมวยปล้ำผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูก วินซ์ แม็คแมน มองว่า "แก่เกินไป" อย่าง LA Knight ก็ได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่จาก WWE เป็นการตอบแทน