3 พ.ค. 2024 เวลา 02:00 • ประวัติศาสตร์

โศกนาฏกรรมความรักของเชื้อพระวงศ์

30 มกราคม ค.ศ.1889 (พ.ศ.2432) “อาร์ชดยุกรูดอล์ฟ มกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการี (Archduke Rudolf, Crown Prince of Austria)” ได้ทรงเขียนจดหมายถึงพระชายา โดยใจความจดหมายมีอยู่ว่า
“ฉันกำลังไปหาความตายอย่างสงบ ซึ่งจะสามารถรักษาชื่อของฉันไว้“
1
จากนั้นพระองค์ก็ทรงจ่อปืนเข้ากับศีรษะของคู่รักของพระองค์ ลั่นไกปืน ก่อนจะจ่อปืนเข้ากับพระเศียร ปลงพระชนม์องค์เอง
เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร ลองมาดูกันครับ
อาร์ชดยุกรูดอล์ฟ มกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการี (Archduke Rudolf, Crown Prince of Austria)
“อาร์ชดยุกรูดอล์ฟ มกุฎราชกุมารแห่งออสเตรีย-ฮังการี (Archduke Rudolf, Crown Prince of Austria)” เสด็จพระราชสมภพในปีค.ศ.1858 (พ.ศ.2401) โดยพระองค์เป็นมกุฎราชกุมารแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี
พระราชบิดาของพระองค์ คือ “จักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย (Franz Joseph I of Austria)” จักรพรรดิแห่งออสเตรีย กษัตริย์แห่งฮังการี และดินแดนอื่นๆ ในจักรวรรดิฮาพส์บวร์ค ส่วนพระราชมารดา คือ “จักรพรรดินีเอลีซาเบ็ทแห่งออสเตรีย (Empress Elisabeth of Austria)“
ด้วยความที่้เกิดมาในราชตระกูลที่สูงศักดิ์ ทำให้เจ้าชายรูดอล์ฟทรงมีทุกอย่างที่เงินสามารถซื้อได้ หากแต่สิ่งที่พระองค์ทรงขาด ก็คือความอบอุ่นจากพระราชบิดาและพระราชมารดา
จักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย (Franz Joseph I of Austria)
และนอกจากจะไม่ได้ทรงใกล้ชิดกับพระราชบุพพการีทั้งสองแล้ว เจ้าชายรูดอล์ฟยังทรงถูกกีดกันไม่ให้ข้องเกี่ยวกับกิจการบ้านเมืองจากพระราชบิดาอีกด้วย
และเมื่อถึงเวลาที่พระองค์เจริญพระชนม์พอที่จะมีคู่ พระองค์ก็ไม่สามารถกำหนดความรักเองได้ เนื่องจากในปีค.ศ.1881 (พ.ศ.2424) เจ้าชายรูดอล์ฟวัย 22 พรรษา ก็ต้องอภิเษกสมรสกับสตรีที่พระราชบิดาทรงเลือกให้ นั่นคือ “เจ้าหญิงสเตฟานีแห่งเบลเยียม (Princess Stéphanie of Belgium)” พระราชธิดาใน “สมเด็จพระเจ้าลีโอโปลด์ที่ 2 แห่งเบลเยียม (Leopold II of Belgium)”
1
แน่นอนว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ทรงเลือกนี้ย่อมไม่ราบรื่นนัก เจ้าชายรูดอล์ฟจึงหันเหความสนพระทัยไปกับสุราและเหล่าสตรีอื่น
1
เจ้าหญิงสเตฟานีแห่งเบลเยียม (Princess Stéphanie of Belgium)
แต่แล้วในปีค.ศ.1887 (พ.ศ.2430) ในงานเต้นรำที่สถานทูตเยอรมัน เจ้าชายรูดอล์ฟวัย 29 พรรษาได้ทรงพบกับ “บารอเนสส์มารี เว็ตเซรา (Baroness Mary Vetsera)“ ลูกสาวของนักการทูตที่มั่งคั่งในราชสำนักออสเตรีย
บารอเนสส์มารีเพิ่งจะมีอายุเพียง 17 ปี และเจ้าชายรูดอล์ฟกับบารอเนสส์มารีก็ตกหลุมรักกันในเวลาอันรวดเร็ว
แต่พระราชบิดาของเจ้าชายรูดอล์ฟอย่างจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 ไม่ทรงยินดีกับความรักของทั้งคู่ พระองค์ทรงมีรับสั่งให้เจ้าชายรูดอล์ฟจบความสัมพันธ์นี้ในทันที และความคิดที่จะทรงหย่าจากเจ้าหญิงสเตฟานีนั้น ไม่ต้องคิดเลย
หลังจากเจ้าชายรูดอล์ฟทรงทะเลาะกับพระราชบิดาอย่างหนัก พระองค์ก็ทรงพาบารอเนสส์มารีไปยังกระท่อมในป่าที่มาเยอร์ลิง หมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเวียนนา
บารอเนสส์มารี เว็ตเซรา (Baroness Mary Vetsera)
หลังจากทรงคิดไม่ตก เจ้าชายรูดอล์ฟก็ทรงชักชวนบารอเนสส์มารีให้ “ตายตามกันไป”
มีบันทึกว่าในค่ำคืนสุดท้าย เจ้าชายรูดอล์ฟและบารอเนสส์มารีได้ทานอาหารค่ำด้วยกัน โดยคนรับใช้ได้นำอาหารมาถวาย ซึ่งก็คือไก่ฟ้ากับเห็ดสด ต้นหอมและมันฝรั่งอบ
เช้าวันต่อมา มีผู้พบร่างของคนทั้งคู่นอนสิ้นพระชนม์และตายอยู่ในกระท่อม โดยทั้งคู่ได้ฆ่าตัวตายตามกันไป
1
มีรายงานว่าจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 ทรงพยายามจะทำลายร่างของบารอเนสส์มารีเพื่อปกปิดเรื่องที่เกิดขึ้น หากแต่เหตุโศกนาฏกรรมนี้ก็โด่งดังไปทั่วโลก
1
และหลังจากเจ้าชายรูดอล์ฟสวรรคต ด้วยความที่เป็นพระราชโอรสองค์เดียว (องค์อื่นเป็นพระราชธิดา) ทำให้สิทธิในการสืบทอดบัลลังก์ตกไปเป็นของ “อาร์ชดยุกฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ แห่งออสเตรีย (Archduke Franz Ferdinand of Austria)“ ผู้ซึ่งเป็นพระญาติ
1
อาร์ชดยุกฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ แห่งออสเตรีย (Archduke Franz Ferdinand of Austria)
หากใครเป็นคอประวัติศาสตร์ น่าจะคุ้นชื่อ อาร์ชดยุกฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่งออสเตรีย เป็นอย่างดี เนื่องจากการสวรรคตของพระองค์ในปีค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) เป็นชนวนเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 1
โฆษณา