6 พ.ค. 2024 เวลา 18:14 • ปรัชญา
มีจิตดวงหนึ่ง ที่ไปอาศัยอยู่ในกล่อง นี้ถ้าไม่มีตา ก็ไม่เห็นไม่รู้ได่้ว่า มีผิวสีอะไร ทีรูปร่างเป็นยังไง จึงพอได้สังเกตว่า กล่องมีรูป เป็นอย่างไรบ้าง เป็นหญิงเป็นชาย การไปอยู่ในกล่องรูปร่างเป็นมนุษย์ ก็เหมือนหลับไหล อารมณ์ส่งเสียงนึกคิดอะไีมาก็ยึดถือ เอามาเป็นของตน เอาอารมณ์เป็นจิต เอาจิตเป็นอารมณ์ เหมือนคนเมาขาดสติ อารมณ์เหมือนเป็นนาย บอกจิต จิตก็ใช้กายเคลื่อนไหวไปตามอารมณ์
1
แม้ว่า อาศัยอยู่พายในกล่องนี้ จิตก็เหมือนอยู่ในกล่องมืด ไม่ว่า อะไรต่างๆมันห้อมล้อมจิต จิตไม่มีแสงสว่าง เค้าบอกให้จิต สั่งกาย เข้าไปหาพระ เฑื่อที่จะได้จุดเทียนธรรมขึ้นมาให่จิตมีแสง เมื่อจิตมีแสง ก็ใช้แสงนั้น ไปส่องว่า มีอะไรซ้อนเร้น อยู่ภายในกล่อง รู้จักว่า มีสิ่งเลอะเทอะ เน่าเหม็น ก็หาทาง ขนของยูดของเนา เหม็นไปทิ้ง ขนออกไปไม่ได้ มันก็เกิดพิษ มีกายมีกล่อง กักขังจิต อยู่ภายในเรือนกาล
พระสิทธัตถะ ท่านก็ไปนั่งค้นคว้า พายในกาย ไปอยู่ในป่าสงบวิเวก ไปคนเดียว แก้ไขเรื่องราวภายในกล่อง ขนมันออกไปทิ่ง ที่เป็นเษของกรรม เพื่อชำระสะสาง ที่จิตมีกรรมมาอาศัยกาย ชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็ต้องเคลื่อนที่ออกจากกายไป พร้องด้วยกรรม ท่านก็สะสางให้หมดกรรม ที่จะทำให้จิตมีกรรม ชำระสะสางได้หมด กายที่อาศัย ก็เกิดเป็นปัญญาธรรม ตัดขาดความโลภโกรธหลงที่วนเวียน อยู่ีภายในกล่อง จิตก็รู้ว่า
1
เมื่อใด..หมดกรรมนำเกิด ไปอยู่ในกล่องนั้นกล่องนี้ มีรูปร่างอย่างนี้ รูปที่ไม่เห็นด้วยสายตาก็มี จิตที่อยู่ภายในกล่อง แต่ก็ไม่อาจรับรู้ได้ เพราะจิตอาศัยในเรื่อนกายไม่มีปัญญ่า แสงสว่างของธรรม ไม่มีในจิต
จิตอับแสง เหมือนหิ่งห้อย เกิดดับๆตามอารมณ์ที่หมุนจิต หมุนไปหาความโลภโกรธหลง ให้จิตสั่งกายไปตามอารมณ์ แยกแยะดีชั่วไม่ได้เลย ก็ต้องอยู่ในกาย หลับใหล ..จิตไม่ตื่นขึ้นมา พิจารณาอารมณ์ กายจะพิจารณาอารมณ์ได้ กายต้องนิ่ง จิตก็นิ่งไปตามกาย กายนิ่งจิตนิ่งได้ ปัญญาธรรมก็เกิดขึ้น ด้วยการสร้างบุญกุศลให้หล่อเลี้ยงเรือนกายและจิตที่อาศัย กายเป็นบุญเกิดขึ้น
โฆษณา