9 พ.ค. เวลา 11:33 • ประวัติศาสตร์

• ทำไมในประวัติศาสตร์การบุกรัสเซียถึงเป็นเรื่องที่ยาก (เอามากๆ)

ปี 1941 ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเยอรมันในการบุกโจมตีสหภาพโซเวียต กลายเป็นจุดพลิกผันสำคัญในสงครามโลกครั้งที่สอง
การเผชิญหน้ากับฤดูหนาวอันหฤโหด และติดแหงกในดินแดนรัสเซีย ทำให้เยอรมันไม่ต่างอะไรจากจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสที่เคยประสบพบเจอเมื่อ 129 ปีที่แล้ว
3
สำหรับรัสเซีย สงครามก็เป็นหนึ่งสิ่งที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ของพวกเขามายาวนาน ตลอดประวัติศาสตร์มีเพียงแค่ไม่กี่ครั้งที่ข้าศึกสามารถรุกคืบเข้ามาในดินแดนของรัสเซีย
จักรวรรดิมองโกลในศตวรรษที่ 13 ประสบความสำเร็จในการรุกรานบรรดานครรัฐในรัสเซียหรือที่ตอนนั้นเรียกว่า คีฟวานรุส (Kievan Rus) อย่างไรก็ตามมองในอีกมุมนึง ตอนนั้นเราอาจจะไม่นับว่านี่คือรัสเซียก็ได้
พอถึงต้นศตววรษที่ 17 เครือรัฐโปแลนด์-ลิทัวเนีย ก็เคยรุกคืบจนยึดครองมอสโกได้นานหลายปี แค่สุดท้ายก็ถูกขับไล่ไป ขณะที่จักรวรรดิสวีเดนก็ล้มเหลวในการรุกรานรัสเซียในต้นศตวรรษที่ 18 ความพ่ายแพ้ในสงครามยังทำให้สถานะจักรวรรดิของสวีเดนต้องจบลงด้วย
1
การบุกรัสเซียของฝรั่งเศสและเยอรมันคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า ความคิดที่จะบุกรัสเซียอาจจะเป็นข้อผิดพลาดครั้งที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การทำสงคราม
เริ่มต้นจากฝรั่งเศสของจักรพรรดินโปเลียน กองทัพใหญ่หรือกร็องด์อาร์เมของพระองค์ทำสถิติคว้าชัยในยุโรปภาคพื้นทวีปมาโดยตลอด อังกฤษอาจจะเป็นเป้าหมายสุดท้ายของนโปเลียนถ้าหากพระองค์ต้องการพิชิตยุโรปทั้งหมด แต่นโปเลียนก็มองว่า รัสเซียก็ขัดขวางนโยบายคว่ำบาตรอังกฤษของฝรั่งเศสอยู่
2
ดังนั้นถ้าจะเลือกว่าจะทำสงครามกับอังกฤษโดยยกทัพข้ามฟากทะเล หรือทำสงครามกับรัสเซียทางบกที่กองทัพของพระองค์ถนัด การบุกรัสเซียจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
นโปเลียนรู้ดีว่า ฤดูหนาวของรัสเซียโหดมากแค่ไหน พระองค์มีเวลาสามเดือนก่อนที่ฤดูหนาวรัสเซียจะมาถึง ดังนั้นกลยุทธ์ของพระองค์ก็คือ ยกทัพตรงดิ่งเข้าไปยึดครองเมืองหลวงอย่างมอสโก และบีบให้รัสเซียต่อสู้ในสมรภูมิกับฝรั่งเศส แน่นอนว่าด้วยความสามารถของทหารฝรั่งเศสจะสามารถเอาชนะรัสเซียได้ไม่ยาก
2
แผนการค่อนข้างดูดี แต่ถ้าข้าศึกไม่ยอมทำตามทุกอย่างก็จบเห่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คือ รัสเซียปล่อยให้ฝรั่งเศสรุกคืบเข้ามาในดินแดนและยึดครองเมืองได้ง่าย ๆ รัสเซียหลีกเลี่ยงการปะทะใหญ่กับฝรั่งเศสทุกครั้งที่มีโอกาส พวกเขายังเผาพืชพรรณและเสบียงไม่ให้ฝรั่งเศสเอาไปใช้ประโยชน์ต่อ และสุดท้ายก็คือปล่อยให้ฤดูหนาวแสนโหดของรัสเซียมาถึงและทำหน้าที่ของมัน
2
กว่านโปเลียนจะรู้ว่าฝรั่งเศสพลาดท่าให้รัสเซีย ทุกอย่างก็สายเกินแก้ กองทัพฝรั่งเศสล่าถอยออกจากรัสเซียท่ามกลางทหารจำนวนมากที่พากันล้มตาย ไม่แน่ว่าถ้านโปเลียนไปคิดบุกรัสเซีย ชะตากรรมของพระองค์และจักรวรรดิฝรั่งเศสอาจจะไม่จบลงแบบที่เรารู้
2
ข้ามมาที่ในอีกศตวรรษต่อมา เยอรมันที่กำลังยากลำบากในการข้ามช่องแคบรุกรานอังกฤษ ตัดสินใจใช้ฤดูร้อนของปี 1941 ในการโจมตีสหภาพโซเวียต ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น เยอรมันกับโซเวียตก็ลงนามสนธิสัญญาไม่รุกรานระหว่างกัน แต่ในเมื่อฝั่งหนึ่งเป็นฟาสซิสต์ อีกฝั่งเป็นคอมมิวนิสต์ ทั้งสองเลยอยู่ด้วยกันไม่ได้
2
กลยุทธ์ของเยอรมันครั้งนั้น คือยกทัพแบ่งเป็นสามส่วน เพื่อโจมตีมอสโก เลนินกราด และสตาลินกราด กองทัพเยอรมันจะไม่ล่าถอยเมื่อฤดูหนาวมาถึง แต่จะต่อสู้จนกว่าจะได้ชัยชนะ
แม้ในช่วงแรกเยอรมันจะกำชัยชนะเหนือโซเวียตอย่างเป็นรูปเป็นร่าง แต่โซเวียตก็ไม่ล่มสลายง่าย ๆ เหมือนที่เยอรมันคิด สุดท้ายเมื่อฤดูหนาวมาถึง ความประมาทของเยอรมันที่ดูแคลนฤดูหนาวของรัสเซียมากเกินไป ทำให้กองทัพเยอรมันติดแหงกในรัสเซีย เครื่องแบบทหารรวมถึงยุทธโธปกรณ์ของเยอรมันไม่พร้อมรับมือความหนาวเหน็บนี้ บวกกับขาดแคลนเสบียง เลยทำให้ทุกอย่างดูสิ้นหวัง
1
แม้ท่านผู้นำจะดื้อดึงให้ทำสงครามในรัสเซียต่อไป แต่ทุกอย่างก็มีแต่แย่ลงไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเยอรมันไม่มีทางเลือกนอกจากถอยทัพออกมาท่ามกลางทหารที่ล้มตายมหาศาล นับเป็นครั้งที่สองที่กองทัพที่พิชิตมาทั้งยุโรปต้องมาสิ้นชื่อในรัสเซีย ก่อนที่ไม่กี่ปีต่อมา รัสเซียจะเป็นฝ่ายบุกเยอรมันบ้างและเป็นผู้ปิดฉากสงครามครั้งนั้น
2
อ้างอิง
• Tom Philips (เขียน) คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ (แปล). (2022) ประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ฉบับวินาศสันตะโร. สำนักพิมพ์ Bookscape
#HistofunDeluxe
โฆษณา