24 พ.ค. เวลา 01:00 • การตลาด

นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมดอกโบตั๋นของเมืองเหอเจ๋อที่โลกต้องหลงรัก

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 รัฐบาลเมืองเหอเจ๋อ มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้จัดพิธีเปิดงานประชุมดอกโบตั๋นโลก ประจำปี 2567 และเทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดอกโบตั๋นนานาชาติเหอเจ๋อครั้งที่ 33 (The 2024 World Peony Conference & The 33rd Heze International Peony Cultural Tourism Festival) ในหัวข้อ ‘ให้โลกตกหลุมรักดอกโบตั๋นเหอเจ๋อ (Let the World Fall in Love with Heze Peony)’ ณ ศูนย์การประชุมเหอเจ๋อ โดยมีนายจาง หลุน เลขาธิการคณะกรรมการเทศบาลเมืองเหอเจ๋อ ให้เกียรติขึ้นกล่าวต้อนรับ
ดอกโบตั๋น (Peony) หรือ ‘หมู่ตัน’ ในภาษาจีน ได้ชื่อว่าเป็น ‘ราชาแห่งดอกไม้’ และเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของเมืองเหอเจ๋อในฐานะการเป็นแหล่งปลูกดอกโบตั๋นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน
นอกจากนี้ เมืองเหอเจ๋อยังเป็นแหล่งผลิตชุดฮั่นฟู (ชุดจีนโบราณ) และอุตสาหกรรมไม้อีกด้วย ทั้งนี้ ดอกโบตั๋นมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์จีนมายาวนานกว่า 1,500 ปี เริ่มเพาะปลูกในสมัยราชวงศ์สุย เจริญรุ่งเรืองในช่วงราชวงศ์ถังและซ่ง และเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราร่ำรวยจึงได้ชื่อว่าเป็น “ดอกไม้แห่งความมั่งคั่ง”
แม้ปัจจุบันดอกโบตั๋นยังไม่ได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติ แต่ก็ถือว่าเป็นอัตลักษณ์ของชาติจีน และมีความสำคัญยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมไม้ดอกของจีน
นโยบายการสนับสนุนของรัฐบาลจีนส่งเสริมให้อุตสาหกรรมดอกโบตั๋นได้รับการต่อยอดอย่างเข้มแข็ง จากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน โดยคณะกรรมการพรรคเทศบาลเหอเจ๋อและรัฐบาลท้องถิ่น ได้ดำเนินตามนโยบายของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในปี 2556 เพื่อการยกระดับการพัฒนาดอกโบตั๋นสู่ “อุตสาหกรรมหลักที่มีลักษณะเฉพาะ” โดยส่งเสริมการบูรณาการเชิงลึกของการปลูกดอกโบตั๋น การแปรรูปดอกโบตั๋น การค้าดอกโบตั๋น และวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวดอกโบตั๋น ดังนี้
1. การให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์
ปัจจุบันมีดอกโบตั๋นพัฒนามากถึง 9 สี รูปลักษณ์หลัก 10 แบบ และ 1,308 สายพันธุ์ (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็นจำนวน 40 สายพันธุ์) เมืองเหอเจ๋อเป็นแหล่งวิจัยและขยายการสายพันธุ์เพาะปลูกดอกโบตั๋นที่มากที่สุดในจีน และทำให้เหอเจ๋อกลายเป็นแหล่งปลูกดอกโบตั๋น เนื้อที่ 202,500 ไร่ มากที่สุดในจีน และเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์และต้นพันธุ์ที่สำคัญของจีน
1
2. ดอกโบตั๋นเป็นไม้ดอกที่สามารถสร้างมูลค่าการส่งออก
โดยเมืองเหอเจ๋อเป็นแหล่งปลูกต้นกล้าดอกโบตั๋นคิดเป็นอัตราร้อยละ 85 ทั่วประเทศจีน และมีการส่งออกดอกโบตั๋นคิดเป็นอัตราร้อยละ 90 ทั่วประเทศจีน ในปี 2566 เมืองเหอเจ๋อมีการส่งออกดอกโบตั๋นมากกว่า 3 ล้านตันไปยังกว่า 20 ประเทศ อาทิ รัสเซีย เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น
3. ห่วงโซ่อุตสาหกรรมดอกโบตั๋นสามารถต่อยอดการวิจัยและพัฒนาไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างสมบูรณ์แบบ ตามโครงการ “Peony+”
โบตั๋นทั้งต้นมีคุณประโยชน์ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่า ดอกโบตั๋นอุดมไปด้วยโปรตีน กรดอะมิโน ฟลาโวนอยด์ และสารอาหารอื่นๆ รากใช้เป็นยา เมล็ดสกัดเป็นน้ำมัน เกสรตัวเมียทำเป็นชา กลีบดอกและเมล็ดป่นเป็นอาหาร และกิ่งและใบใช้เป็นธูป
ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ยกระดับการแปรรูปดอกโบตั๋น มีการพัฒนาน้ำมันเมล็ดดอกโบตั๋น ชาดอกโบตั๋น สารสกัด และผลิตภัณฑ์ชีวการแพทย์มากกว่า 260 ชนิด ผลิตภัณฑ์แปรรูปดอกโบตั๋น เช่น สารสกัดน้ำหอม น้ำมันจากเมล็ดดอกโบตั๋น เครื่องสำอาง สกินแคร์ ยาสีฟัน ชาเกษร และยาบำรุง ฯลฯ
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกส่งออกไปยัง 30 ประเทศ ได้แก่สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น ฯลฯ มูลค่าผลผลิตรวมอยู่ที่ 10.8 พันล้านหยวน ปัจจุบันในเมืองเหอเจ๋อมีโรงงานผลิต แปรรูป และส่งออกดอกโบตั๋นประเภทต่างๆ มากกว่า 120 แห่ง “ดอกไม้แห่งความมั่งคั่ง” ได้แปรเปลี่ยนเป็น “ดอกไม้แห่งอุตสาหกรรม”
ภาพตัวอย่างผลิตภัณฑ์แปรรูปจากดอกโบตั๋นของนิคมอุตสาหกรรม           Yaoshun Peony Industrial Park
นอกจากนี้ รัฐบาลได้ออกตราสินค้าของเมือง ชื่อ “Zhong Guo Mu Dan Zhi Du ” โดยอนุญาตให้ ผลิตภัณฑ์ 34 รายการของ 18 บริษัท สามารถใช้ตราสินค้านี้ร่วมกันได้ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งให้กับแบรนด์ดอกโบตั๋น
4. ดอกโบตั๋นสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และอาหาร
อาทิ การจัดงานเทศกาลชมดอกโบตั๋น (มีหลายแห่งในจีน เช่น เมืองเหอเจ๋อ เมืองลั่วหยาง นครฉงชิ่ง) งานศิลปะภาพวาด ผ้าไหม เครื่องแต่งกาย ของตกแต่งและของที่ระลึก (เช่น ดอกโบตั๋นพอร์ซเลน ฯลฯ) และดอกโบตั๋นสามารถนำมาทำอาหารและขนม ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเมือง เป็น “ดอกไม้แห่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้คน”
ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว
อุตสาหกรรมดอกโบตั๋นของจีนประสบความสำเร็จจากการบูรณาการอย่างครบวงจรของทุกภาคส่วนอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เป็นการส่งเสริมพืชไม้ดอกที่มีเอกลักษณ์และคุณประโยชน์ โดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการวิจัยและพัฒนา และนำมา
ต่อยอดการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลาย รวมถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ทั้งด้านการสร้างแบรนด์ประเทศ การส่งออกเป็นอุตสาหกรรมหลัก และเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนและประเทศ ซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีให้กับอุตสาหกรรมการเกษตรอื่น ๆ ได้
Reference : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว
อ่านเพิ่มเติม : https://www.ditp.go.th/post/168631
โฆษณา