18 พ.ค. 2024 เวลา 14:35 • ความคิดเห็น

หัวใจของการสร้างทีมไร้เทียมทาน

งานแรกของผมที่เมืองไทยก็คืองานเป็นวาณิชธนากรจูเนียร์ที่บริษัทหลักทรัพย์เอกธำรง เอกธำรงเป็นเสมือนกับโรงเรียนกวดวิชาที่เข้มข้นของผมเพราะมีพี่ที่เก่งๆ มากมาย ในตอนนั้นคู่แข่งสำคัญของเอกธำรงก็คือบริษัทภัทรธนกิจที่เป็นแหล่งชุมนุมเจ้ายุทธจักรที่นำโดยพี่เตา บรรยง พงษ์พานิช
เหตุหนึ่งที่ผมตัดสินใจลาออกจากเอกธำรงก็เพราะว่าได้ไปทำเคสร่วมกับทีมงานภัทรอยู่จนดึกดื่นแล้วมองไปรอบๆก็พบว่าผมไม่น่าสู้กับคนเก่งๆ เหล่านี้ได้ ก็เลยตัดสินใจย้ายงาน
หลังจากผ่านวิกฤตลูกใหญ่อยู่หลายครั้ง บริษัทการเงินส่วนใหญ่ก็ล้มหายตายจากไปเกือบหมด ที่เหลือก็แปลงสภาพไปแทบทั้งนั้น รวมถึงเอกธำรงของผมด้วย คงเหลือไว้และแข็งแรงขึ้นจนกลายเป็นอันดับหนึ่งในปัจจุบันก็ยังคงเป็นภัทร หรือในปัจจุบันคือภัทรเกียรตินาคิน (KKP) พี่เตาก็ยังเป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณของภัทรอยู่
แต่ที่น่าทึ่งก็คือคนภัทรที่ผมเคยรู้จักหลายคนก็ยังคงอยู่ รุ่นน้องทำงานกันยี่สิบปีก็ยังไม่ไปไหน แถมรุ่นใหม่ เจนใหม่ที่มีความคิดไม่เหมือนเจนผมก็ยังอยากจะเข้า KKP กันคึกคัก ที่ฝึกงานอันดับหนึ่งของเด็กที่เรียนมหาวิทยาลัยก็ยังเป็น KKP งานด้านวาณิชธนกิจและงานด้านหลักทรัพย์ไม่ใช่งานง่าย ทำงานกันหนักมาก แรงกดดันสูง โอกาสทะเลาะกันมีง่ายมาก แต่ทำไม KKP ถึงยังรักษาทีมงานที่แข็งแกร่งเหล่านี้ไว้ได้
เอ๋ นิ้วกลม เคยไปบรรยายและมีโอกาสได้นั่งกินข้าวกับคนภัทรกลุ่มหนึ่งที่มีอายุงานเกินยี่สิบปี สรุปจากโต๊ะนั้นไว้สามข้อ ข้อแรกนั้นคนภัทรรู้สึกว่าอยู่ที่นี่แล้วได้พัฒนาตัวเอง เก่งขึ้นทุกวัน ข้อสองคือทำงานแล้วมีทีมที่ดี ทัศนคติดี เก่ง ทำงานด้วยแล้วสนุก ส่วนข้อสามคือมีรายรับที่ดี สมฝีมือ ไม่รวมถึงปาร์ตี้เฮฮาที่สนุกกันเต็มที่เสมอ
ที่สำคัญที่สุดที่พูดกันบนโต๊ะนั้นคือ กลับบ้านแล้วนอนหลับ การเมืองน้อย ต่อให้เหนื่อยก็จบสบายใจ ไม่ต้องเก็บเรื่องอื่นไปคิดตอนกลับบ้าน…
ผมได้คุยกับหนึ่ง ครรชิต บุนะจินดา อดีตลูกหม้อภัทรที่ออกมาเติบโตกลายเป็นผู้บริหารใหญ่อยู่ข้างนอก หนึ่งบอกว่าที่ภัทรมีพี่เตา บรรยง เป็นเสาหลักในการขัดเกลาวัฒนธรรมองค์กรของการทำงานเป็นทีม ตั้งแต่สัมภาษณ์ พี่เตาจะเล่ายาวมาก เป็นชั่วโมงๆ ถึงวิธีคิด ถึงเรื่องราวต่างๆให้น้องใหม่ฟัง พอเข้ามาแล้ว พี่เตาก็จะคอยสังเกต คอยตบให้บรรยากาศการทำงานเป็นทีมเข้ารูปเข้ารอย
พี่เตาเคยพูดถึงวิถีการทำงานที่ภัทร ที่เป็น checklist ของพี่เตาในการสร้างและธำรงวัฒนธรราองค์กรไว้ว่า ที่ภัทรนั้น ทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่จะต้องรู้สึกว่า “ ได้เรียน ได้ทำ ได้มันส์ ได้ภูมิใจ และได้ตังค์ “ อยู่เสมอ หนึ่งบอกว่าพี่เตาก็จะคอยจัดการมวลรวมให้เป็นแบบนั้นตลอดเวลา รวมถึงไม่ลังเลที่จะเอาคนไม่เข้าพวก ไม่ทำงานเป็นทีม หรือมีการเมืองออกอย่างเฉียบขาด
หนึ่ง ครรชิตเลยเล่าต่อถึงครั้งหนึ่งที่เคยถามเจ้าของโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งของไทยที่เติบโตเร็วมาก มีคนไข้ทั่วโลกให้ความเชื่อถือและชอบในบริการอย่างมากว่าดูแลบริหารจัดการบุคลากรทางการแพทย์อย่างไร เพราะงานดูแลคนไข้เป็นงานที่หนัก ความเครียดสูงจากทั้งคนไข้และคนทำงานที่ต้องประสานงานกันด้วยแรงกดดันที่สูง เรื่องผลตอบแทนคือหัวใจหลักรึเปล่า เจ้าของโรงพยาบาลบอกว่าเรื่องผลตอบแทนก็ส่วนหนึ่งที่ต้องทำให้รู้สึกว่ารายรับดีสมฝีมือ
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือการที่ต้องหาทางให้แต่ละทีมนั้นมีเคมีที่ตรงกัน ในแต่ละชั้นของโรงพยาบาลมี 4 วอร์ด เหมือน 4 ทีมใหญ่ที่ต้องทำงานสอดประสานกันในแต่ละทีม การที่มีเคมีตรงกันในทีมนั้น นอกจากจะทำงานด้วยกันอย่างสบายใจแล้ว พอมีปัญหาก็จะรู้ว่ามีคนช่วย ไม่ถูกทอดทิ้ง มีงานหนักก็สนุกร่วมกันกับทีม เหนื่อยเวลาบ่นก็มีคนรับฟัง
1
เป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่สุดของการให้บริการที่ดีของโรงพยาบาล
แล้วถ้าไม่สามารถมีอิสระในการจัดทีมให้มีเคมีตรงกันได้ ไม่สามารถเอาคนออกได้ตามใจนึก เราควรจะสร้างคนที่มีอยู่ให้มีความเป็น “ทีม” มากขึ้นได้อย่างไร
ผมจำได้ถึงพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ เคยเล่าถึงสมัยตอนที่อยู่ในทีมวอลเล่ย์บอลตอนเด็กๆ แล้วโค้ชวอลเล่ย์ของพี่ตุ้มจะซีเรียสกับการใช้คำสามคำนี้มาก
เวลาแข่งแล้วไม่ว่าจะได้แต้มหรือเสียแต้ม คำแรกก็คือ “เยี่ยมมาก” ถ้ามีใครทำอะไรได้ดี ไม่ว่าจะเป็นจูเนียร์แค่ไหน ทุกคนก็ต้องพูดคำนี้เพื่อให้รู้ว่าทำดี คำที่สองคือ “ขอโทษ” ถ้าใครทำผิด ไม่ว่าจะซีเนียร์แค่ไหนก็จะต้องขอโทษทั้งทีม ไม่มีระบบอาวุโสว่าคนซีเนียร์ทำอะไรก็ไม่ผิด และสุดท้ายคือถ้ามีใครทำผิดทำพลาด ทั้งทีมก็จะพูดพร้อมกันว่า “ ไม่เป็นไรเอาใหม่” เป็นกำลังใจให้เดินหน้าต่อ
ถ้าใช้สามคำนี้บ่อยๆ จนแทนคำพูดประเภทจับผิด หาแพะ โมโหโทโสใส่กัน ทีมก็จะเริ่มเป็นทีมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉพาะกับทีมวอลเล่ย์นะครับ ถ้าทีมงานไม่ว่างานอะไรก็ตาม ใช้สามคำนี้บ่อยๆ การเมืองก็จะน้อย ความเป็นทีมก็จะมากขึ้นอย่างแน่นอน...
ทีมภัทร ต่อด้วยทีมโรงพยาบาล ทีมวอลเล่ย์ของพี่ตุ้ม แล้วทีมที่ผมนึกถึงเป็นภาพสุดท้ายเวลาเขียนบทความนี้ก็คือทีมวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทยที่มีทีมเวิร์คระดับโลก ยืนระยะมาได้เป็นสิบปี ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น... สู้ไปยิ้มไปจนกลายเป็นขวัญใจคนทั้งโลกในตอนนี้
ทั้งหมดน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการไปปรับใช้กับทีมงานเล็กๆของทุกคนในวันเริ่มงานใหม่ในจันทร์ที่จะถึงนี้กันนะครับ
โฆษณา