The Empire Strikes Back เมื่อ Google เตรียมกลับมาทวงบัลลังก์เจ้าพ่อ Search ตัวจริงจาก Perplexity
หลายปีที่ผ่านมาต้องบอกว่า Google ดูเหมือนเป็นเจ้าพ่อ Search Engine ที่แทบไม่มีคู่แข่งหน้าไหนกล้าเข้ามาต่อกรได้เลยแม้กระทั่งยักษ์ใหญ่ทุนหนาอย่าง Microsoft ที่ส่ง Bing มาชิงส่วนแบ่งได้แบบกระจิ๊ดริด
แต่อย่างไรก็ตามก็มีผู้ใช้บางส่วนที่มองว่าการค้นหาแบบ Google จะมีประโยชน์มากกว่า เช่นการมองหาหน้าเว็บไซต์แบบเฉพาะ หรือต้องการผลลัพธ์หลายๆ อย่าง ซึ่ง Google อาจจะตอบโจทย์กว่า
ซึ่งถ้าการเอาชนะ Google ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว เราคงได้เห็นบริษัทต่าง ๆ เข้ามาท้าชิงบัลลังก์ของ Google มาก่อนหน้านี้แล้ว การจะเอาชนะ Google ต้องทำมากกว่าสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดี จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ระยะยาวและวิธีการที่จะทำให้มันยั่งยืน
ปัญหาของ Perplexity คือการต้องยืมมือคนอื่น?
Perplexity ที่เราได้เห็นนั้นเป็นเพียงหน้าจอ UX/UI ที่ดูสวยหรู ตอบโจทย์ผู้คนที่ใช้งาน แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังเพื่อสร้างผลการค้นหานั้นพวกเขาต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจอยู่ในลักษณะของ Wrapper ไม่ว่าจะเป็น API ของ OpenAI , API Claude ของ Anthropic , การจัดอันดับผลการค้นหาของ Google และการจัดอันดับผลการค้นหาของ Bing
มันคล้าย ๆ กับหลากหลายเรื่องราวเทคโนโลยีก่อนหน้านี้ ทั้ง Facebook ที่มีปัญหากับ Google หรือ Epic Games ที่มีปัญหากับ Apple เพราะพวกเขาเหล่านี้ต้องพึ่งพา ecosystem ของบริษัทอื่นในการหายใจ
และเมื่อการค้นหาด้วย AI มีต้นทุนสูงกว่าประมาณ 10 เท่าของการค้นหาแบบดั้งเดิมที่ Google ทำ ต้นทุนจึงกลายเป็นประเด็นที่น่ากังวลสำหรับ Perplexity เป็นอย่างมาก
The Empire Strikes Back
เรียกได้ว่า AI ถือเป็น Code Red สำหรับ Google ทำให้พวกเขาได้เร่งปล่อยโมเดลของตัวเองอย่าง Gemini และเริ่มเพิ่มคุณสมบัติ AI ในผลิตภัณฑ์หลายตัวของพวกเขา
สิ่งที่ Perplexity เคยทำนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องยากเลยที่ Google จะเลียนแบบเพราะมันเป็นส่วนของ UX/UI ที่ Google พร้อมที่จะปรับตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนไป
ในงาน Google IO 2024 ภาพมันชัดเจนมาก สิ่งที่ Perplexity ทำเหมือนกำลังจะสูญเปล่า มันเหมือนเป็นสนามทดลองสำหรับผู้ใช้ว่าชอบสิ่งใด และ Google ก็ทำตามสิ่งนั้นได้แบบชิลล์ ๆ
1
AI overviews ของ Google ที่เลียนแบบมาจาก Perplexity โดยตรง (CR:engadget)
แม้ตอนนี้อาจจะยังมีความสามารถไม่เท่า Perplexity เลยซะทีเดียว เนื่องจากยังขาดความสามารถในการถามคำถามแบบต่อเนื่องและผลลัพธ์ของมันยังไม่ละเอียดเท่า Perplexity แต่ปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเบสิกมาก ๆ สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีทรัพยากรอันเหลือล้นอย่าง Google
ยังไง Google ก็สามารถที่จะกลับมาเอาชนะ Perplexity ได้แบบง่ายดาย พวกเขามีต้นทุนที่ต่ำกว่าด้วยโมเดลของตัวเอง เครื่องจักรทำเงินอันมหาศาลจากธุรกิจ Search ที่ให้พวกเขาได้เผาผลาญเงินได้อีกมากมาย แถมยังมีผลิตภัณฑ์ทำเงินอื่น ๆ ที่ทำให้ Google มีเงินสดจำนวนมหาศาล
บทสรุป
แน่นอนว่าในระยะยาวแล้วมองดูยังไง Google ก็ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาด Search อยู่ แต่บริการอาจจะเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป