22 พ.ค. 2024 เวลา 12:02 • ท่องเที่ยว

หลุมอากาศ ‘ภัยร้าย’ แอร์ไลน์ เกิดขึ้นได้ ไร้สัญญาณเตือน

การเดินทางโดยเครื่องบิน แม้จะเป็นการเดินทางที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุต่ำสุดเมื่อเทียบกับการเดินทางประเภทอื่น แต่หากเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง มูลค่าความเสียหายหรือความสูญเสียมักจะรุนแรงกว่าการเดินทางประเภทอื่นเช่นกัน
1
หนึ่งในอุบัติเหตุที่สายการบินมักจะเจออยู่บ่อยครั้ง คือการตกหลุมอากาศ หรือ Air Turbulence ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลง ของการไหลของอากาศอย่างรุนแรงฉับพลัน เนื่องจากอากาศส่วนบนและส่วนล่างมีความเร็วในการเคลื่อนที่แตกต่างกัน หรือมีความหนาแน่นต่างกันบริเวณรอยต่อ จึงเกิดการปั่นป่วนและเคลื่อนที่คล้ายกับระลอกคลื่น เมื่อเครื่องบินผ่านเข้าสู่บริเวณดังกล่าวจึงเกิดการสั่นสะเทือน
ข้อมูลจากท่าอากาศยานขอนแก่น ในสังกัดกรมท่าอากาศยาน ระบุว่า Air Turbulence เกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น กระแสอากาศปั่นป่วนจากแรงเฉือนของลม พายุฝนฟ้าคะนอง กระแสลมพัดปะทะภูเขา หรือเกิดจากเครื่องบินลำอื่น
1
📌 ความรุนแรงของ Air Turbulence แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ
1
1.รุนแรงเล็กน้อย หรือระยะไม่เกิน 3 ฟุต โดยผู้โดยสารจะต้องรัดเข็มขัด ส่วนสิ่งของต่างๆในเครื่องบินยังคงอยู่นิ่งกับที่
2. รุนแรงปานกลาง หรือระยะไม่เกิน 20 ฟุต โดยผู้โดยสารอาจถูกโยนตัวขึ้นเป็นครั้งคราวแม้ขณะนั่งรัดเข็มขัดอยู่ และสิ่งของต่างๆในเครื่องบินสามารถเคลื่อนที่ได้
3. ระดับรุนแรงมาก หรือระยะไม่เกิน 100 ฟุต ซึ่งเป็นระดับที่นักบินไม่สามารถควบคุมเครื่องบินได้ชั่วขณะ ผู้โดยสารจะถูกโยนตัวขึ้นลงอย่างรุนแรงขณะรัดเข็มขัด และสิ่งของต่างๆ จะโยนลอยขึ้นในอากาศ
และ 4. ระดับรุนแรงมากที่สุด หรือระยะเกินกว่า 100 ฟุต โดยเครื่องบินจะถูกโยนขึ้นลงอย่างรุนแรงมาก นักบินไม่สามารถควบคุมได้ และโครงสร้างลำตัวเครื่องบินอาจได้รับความเสียหาย หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตหากผู้โดยสารไม่รัดเข็มขัด
สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 พ.ค.67 ที่เกิดขึ้นกับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ 321 เส้นทางบินจากท่าอากาศยานฮีทโธรว์ ประเทศอังกฤษ ปลายทางท่าอากาศยานชางงี ประเทศสิงคโปร์ บรรทุกผู้โดยสาร 211 คน และลูกเรือ 18 คน ประสบเหตุตกหลุมอากาศและต้องลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และความรุนแรงของการตกหลุมอากาศดังกล่าว ทำให้มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บถึง 71 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในระดับวิกฤติ 6 ราย และเสียชีวิต 1 ราย จากจำนวนผู้ที่อยู่บนเครื่องบินทั้งหมด 229 ราย
อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์แอร์ไลน์สามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยส่งทีมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องบินลำใหม่มารับผู้โดยสารทั้งหมดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสามารถนำผู้โดยสารส่วนที่เหลือเดินทางออกจากสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันพุธ 22 พ.ค. หรือภายในเวลา 8 ชั่วโมงหลังเที่ยวบิน SQ 321 ลงจอดฉุกเฉินที่สุวรรณภูมิ
ขณะเดียวกันผู้บริหารของสิงคโปร์แอร์ไลน์ Goh Choon Phong ซีอีโอของบริษัท ได้สื่อสารผ่านคลิปทาง Facebook โดยแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต พร้อมบอกรายละเอียดชัดเจนว่าบริษัทจะดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างไร และขั้นตอนจะเป็นอย่างไร
การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทั้งหมดนี้ สิงคโปร์แอร์ไลน์ดำเนินการภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังเที่ยวบิน SQ 321 เกิดเหตุฉุกเฉิน สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการให้บริการของสายการบินที่ได้รับการจัดอันดับจาก SKYTRAX ให้เป็นสายการบินที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2566
เหตุการณ์ตกหลุมอากาศครั้งล่าสุดที่มีระดับความเสียหายค่อนข้างรุนแรง ตอกย้ำว่าในการโดยสารเครื่องบินทุกครั้ง ผู้โดยสารจำเป็นต้องรัดเข็มขัดไม่ว่าจะนั่งหรือนอนราบ 180 องศาก็ตาม เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในขณะนั้นจะไม่มีพายุฝนฟ้าคะนองก็ตาม
โฆษณา