Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เล่าเรื่องเงิน
•
ติดตาม
23 พ.ค. 2024 เวลา 18:10 • หุ้น & เศรษฐกิจ
คนไทยมากกว่า 80% ไม่มีการออมเงิน!
โดยเฉลี่ยจะเริ่มคิดเกี่ยวกับชีวิตหลังเกษียณและค่อย ๆ ขยับตัว
เพื่อวางแผนเตรียมพร้อมรับมือกับวัยชรา ก็ต่อเมื่อ อายุ 44 ปี ขึ้นไปแล้ว...
สำหรับคนไทยทั่ว ๆ ไปนั้น เมื่อมีอายุ 40 กว่าปีถือได้ว่าอยู่ในวัยกลางคนตอนปลาย เดินไปไหนมีสิทธิ์ถูกเรียกคุณลุง - คุณป้า นั่นหมายความว่าถ้ามีลูกก็คงอยู่ในวัยกำลังโต
อาจจะอยู่ระหว่างเรียนชั้นประถมถึงมหาวิทยาลัย มีญาติผู้ใหญ่วัยชราที่ต้องอยู่ในความดูแลบ้ายช่องที่มียังคงผ่อนไม่หมด รถคันแรกที่ขับมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่มยังสาวก็กำลังผุได้ที่ และอาจจะต้องมองหาแหล่งสินเชื่อเพื่อรถคันใหม่
ข้อดีอย่างหนึ่งของคนวัยนี้คือ มีหน้าที่การงานอยู่ในช่วงยืนได้พอสมควรแล้ว แต่ถ้าไม่รุ่งเรืองได้ดีเป็นระดับผู้บริหาร ก็อาจจะเงินเดือนชนเพดานติดแป้กไม่ไปไหนอีกแล้ว
รวมทั้งคนที่หลุดวงโคจรสายอาชีพเดิม กำลังวางแผนจะออกจากงานมาทำธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ ร่อนเร่เปลี่ยนงานไปทั่ว หรือขั้นเลวร้ายคือกำลังตกงาน ฯลฯ
ในขณะที่คนไทยเพิ่งจะเริ่มวางแผนทางการเงินในวัยที่ความชรามาเยือน ข้อมุลอีกด้านจากธนาคารแห่งประเทศไทยยังบอกอีกด้วยว่า คนไทยถือว่าเป็นชาติที่คิดเรื่องนนี้ช้าจนติดอันดับบ๊วย
เมื่อเทียบกับชาติอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียที่มักจะเริ่มวางแผนทางการเงินกันตั้งแต่อายุเพียงสามสิบปีเศษ ยิ่งถ้าเป็นอาเฮียอาหมวยแถว ๆ จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือแม้เแต่พี่บังแถวอินเดียและอินโดนิเซีย ก็มักจะเริ่มวางแผนทางการเงินตั้งแต่อายุเฉลี่ยแค่เริ่มต้นเลขสามกันทั้งนั้น
เมื่อปี 2566 ธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้สำรวจพบอีกว่า "ทักษะทางการเงินของคนไทย" ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอีก 14 ประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจในครั้งนี้ ซึ่งได้แก่ แอลเบเนีย อาร์มีเนีย สาธารณรัฐเช็ก เอสโตเนีย เยอรมนี ฮังการี ไอร์แลนด์ มาเลเซีย นอร์เวย์ เปรู โปแลนด์ แอฟริกาใต้ สหราชอาณาจักร และหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน โดยคนไทยมีทักษะทางการเงินที่ได้คะแนนเพียง 58.5% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของ 14 ประเทศอยู่ที่ 62.3%
โดยปกติแล้ว ทักษะทางการเงินนั้นน่าจะมีส่วนสัมพันธ์กับฐานะรายได้ และการศึกษา คือคนที่ยิ่งมีรายได้สูง ฐานะดี ก็น่าจะมีทักษะทางการเงินที่ดีกว่าคนที่มีรายได้น้อย ฐานะไม่ดี
แต่ก็น่าแปลกใจที่สมมุติฐานนี้ใช้ไม่ได้กับคนไทยบางส่วน เพราะยังพบเห็นเป็นจำนวนมากว่า คนที่มีรายได้ดีหลายคน กลับไม่มีหรือมีทักษะทางการเงินน้อยหรือแม้กระทั่งเพิกเฉยไม่สนใจเรื่องเหล่านี้เลย
หลายคนไม่รู้จักเงินเฟ้อ ไม่เข้าใจเรื่องค่าเงินปัจจุบันและค่าเงินในอนาคต ไม่เข้าใจว่าทำไมเงิน 100 บาทในโลกที่มีอัตราเงินเฟ้อ (สมมุติว่าเป็น 3%) สินค้าราคา 100 บาทที่เคยซื้อได้ในปีนี้จะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเป็น 103 บาท ถ้าคิดจะซื้อมันในปีถัดไป
คนไทยจำนวนมากไม่เข้าใจการคำนวณดอกเบี้ย และการทบต้นของดอกเบี้ย มองไม่เห็นความมหัศจรรย์ของ "เวลา" และ "อัตราดอกเบี้ย" ที่จะทำหน้าที่ของมันอยู่ตลอดทุก ๆ วินาที
เด็กๆบ้านเราไม่เคยถูกสอนให้เข้าใจความแตกต่างของการฝากเงินระยะสั้น ระยะยาว จำนวนเงินที่มากกว่าหรือน้อยกว่า ซึ่งจะมีผลต่อยอดเงินบั้นปลายแบบน่าทึ่ง
จากภาพรวมและตัวเลขเหล่านี้ บอกได้ว่า คนไทยส่วนใหญ่กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงภัยทางการเงินขั้นรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อมองเจาะจงลงไปที่เรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากต้นทุนในการดูแลสุขภาพจะแพงขึ้นทุกปีตามอัตราเงินเฟ้อ
จากการสำรวจโรงพยาบาลระดับ 5 ดาวพบว่า ค่ารักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 15% ในทุก ๆ 4 ปี และที่แย่กว่านั้นคือ
ในปัจจุบันคนไทย ไม่คิดว่าการทำประกันสุขภาพ
เป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะมี "ความเชื่อ" ว่า "สิ่งนั้นคงไม่เกิดขึ้นกับฉัน"
ต่อให้มีโรคร้ายแรงหรืออุบัติเหตุที่ต้องรักษาตัวเป็นเวลานานเกิดขึ้นกับตนเอง
คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ยังติดอยู่กับ "ความคาดหวัง" ที่ว่า
"เดี๋ยวคนในครอบครัวก็คงช่วยเหลือดูแลเองแหละ"
อืม... บางคนอ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะมีคำถามขึ้นมาทันทีว่า แล้วไงล่ะ? ทุกวันนี้แค่จะใช้เงินเดือนให้ถึงสิ้นเดือนยังยากเลย เผลอ ๆ บางเดือนถึงขั้นต้องแลกซื้อมาม่าด้วยแสตมป์เซเว่นก็เคยมาแล้ว นับประสาอะไรจะให้วางแผนชีวิตและการเงินไปไกลเป็นห้าปีสิบปี
ไม่เป็นไร ยังไม่ต้องรีบตื่นตัวหรือสนใจเรื่องพรรค์นี้ก็ได้ เอาเป็นว่าแค่เราลองหมุนนาฬิกาให้เร็วขึ้นอีกนิด เพื่อไปดูอนาคตของคุณลุงคุณป้า ตอนที่พวกเขากลายเป็นคนชราอายุประมาณ 60 ปี ชีวิตช่วงเกษียณของพวกเขาจะเป็นอย่างไร
จากสถิติที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเก็บรวบรวมสถานะของประชากรไทยหลังวัยเกษียณพบว่า
สรุปได้ว่าในคนไทย 100 คน หลังจากทำงานหนักมาทั้งชีวิตแล้ว จะมีคนที่พอมีกินมีใช้ไม่อัตคัดในช่วงบั้นปลายชีวิตอยู่แค่ 5 คน ที่เหลืออีก 95 คน เข้าขั้นกระเสือกกระสน ต้องดิ้นรนทำงานหาเช้ากินค่ำ ในวัยที่อ่อนล้าทั้งแรงกายและแรงใจ
เรื่องเงิน ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
แต่เรื่องสำคัญส่วนใหญ่
"ต้องใช้เงิน"
การเงิน
การลงทุน
พัฒนาตัวเอง
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย