10 มิ.ย. 2024 เวลา 11:53 • ประวัติศาสตร์

บทลงโทษในสมัยญี่ปุ่นโบราณ

ในยุคโบราณที่ญี่ปุ่นยังปกครองด้วยระบอบฟิวดัล ประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่ใต้อำนาจของขุนศึกต่างๆ ทั้งโชกุน ไดเมียว และซามูไร
1
ภาพลักษณ์ที่หลายคนคิดก็คือนี่คือสังคมที่เต็มไปด้วยเกียรติยศและความกล้าหาญ หากแต่ก็แฝงด้วยความโหดร้าย
และในสมัยนั้นญี่ปุ่นมีบทลงโทษผู้กระทำผิดอย่างไรบ้าง?
เรื่องราวเป็นอย่างไร ลองมาดูกันครับ
ในขณะที่ระบอบฟิวดัลเข้าปกคลุมญี่ปุ่น องค์จักรพรรดิก็เล็งเห็นว่าอำนาจของพระองค์นั้นลดน้อยลงอย่างชัดเจน ทำให้องค์จักรพรรดิกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น
อำนาจถูกส่งต่อมายังโชกุนซึ่งควบคุมกองทัพ ทำให้องค์จักรพรรดิมีอำนาจน้อยกว่าขุนศึกเหล่านี้ซะอีก
ด้วยเหตุนี้ทำให้ชนชั้นทางสังคมแตกต่างกันอย่างชัดเจน และความแตกต่างก็หมายถึงสิทธิต่างๆ และความยุติธรรมที่ต่างกันไปด้วย
1
อาจจะเรียกได้ว่าซามูไรและโชกุนนั้นอยู่เหนือกฎหมาย เนื่องจากเป็นผู้ที่ควบคุมกระบวนการยุติธรรม ทำให้ความเท่าเทียมและยุติธรรมนั้นไม่ถูกต้องนัก ชาวบ้านและชาวไร่ชาวนาอาจจะถูกสังหารได้หากไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา
หนึ่งในวิธีการลองดาบ ลองคมดาบของซามูไร ก็คือการลองกับเป้ามีชีวิต หรือคือวิธีการที่เรียกว่า “ทสึจิงิริ (Tsujigiri)”
1
เป้ามีชีวิตที่ว่าก็คือเหล่าชาวไร่ชาวนาที่กำลังเดินกลับบ้าน หากชาวไร่ชาวนานั้นกำลังมีความสุข แต่ซามูไรกำลังหงุดหงิด ชาวไร่ผู้นั้นก็อาจจะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ได้ในทันที กลายเป็นเป้าลองดาบให้ซามูไร
1
ในสมัยศตวรรษที่ 15 โชกุนและซามูไรได้พยายามที่จะรวบอำนาจผ่านการออกกฎหมายที่เข้มงวดและแต่งตั้งซามูไรเป็นผู้พิพากษาและตำรวจ ทำให้ชีวิตของชาวนาชาวไร่ยิ่งอันตราย
1
การก่ออาชญากรรมในญี่ปุ่นในยุคนั้นจะถือว่าเป็นหนี้ที่ต้องชดใช้ หากไม่สามารถชดใช้ได้ ผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษแบบเดียวกับความผิดที่ตนก่อ คนที่เป็นผู้วางเพลิงเผาบ้านก็ต้องถูกเผาให้ตายเช่นกัน ขโมยจะถูกตัดมือ แต่หากผู้กระทำผิดเป็นสตรี ก็อาจจะมีส่วนต่างออกไป
อันที่จริง สตรีก็ต้องรับโทษหากกระทำผิดไม่ต่างจากบุรุษ แต่หากเป็นความผิดฐานคบชู้ มาตรฐานก็เริ่มจะไม่มี เนื่องจากหากผู้กระทำผิดเป็นบุรุษ ก็ไม่ต้องรับผิดอะไร แต่ถ้าผู้กระทำผิดเป็นสตรี จะถูกลงโทษด้วยการโกนผมและสามีสามารถหย่าได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู
3
สำหรับวิธีการประหารนั้น การประหารด้วยการแขวนคอนั้นถือเป็นเรื่องน่าอับอาย และวิธีการประหารก็มีหลากหลาย
การประหารนั้นมีทั้งเผา หั่นออกเป็นสองชิ้น ตัดอวัยวะต่างๆ รวมถึงการต้มทั้งเป็น
การต้มทั้งเป็นนั้นมีไว้สำหรับโทษที่ร้ายแรงเป็นพิเศษ เช่น ในเคสของ “อิชิคาวะ โกเอมอน (Ishikawa Goemon)” ซึ่งพยายามจะสังหารไดเมียวอย่าง ”โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi)” หากแต่การสังหารล้มเหลว และอิชิคาวะก็ถูกลงโทษให้ประหารด้วยการต้มทั้งเป็นพร้อมๆ กับลูกสาววัยทารกในอ่างต้มน้ำขนาดใหญ่
1
แต่น่าแปลกที่หลายคนกลับกลัวที่จะถูกแขวนคอตายมากกว่า โดยเหตุผลก็คือการแขวนคอเป็นการลงโทษที่น่าอับอายและอัปยศ
2
การประหารอิชิคาวะ โกเอมอน (Ishikawa Goemon)
นักโทษประหารจะถูกแห่ประจานไปทั่วเมืองราวกับสัตว์ และการแขวนคอก็จะกระทำในที่สาธารณะ ครอบครัวของนักโทษประหารก็จะถูกเรียกออกมา และถูกรุมประนาม
1
และภายหลังจากนักโทษประหารเสียชีวิต ศีรษะของนักโทษก็จะถูกตัดและเสียบประจาน
1
สำหรับซามูไรนั้น ถึงจะมีสิทธิและอภิสิทธิ์ต่างๆ เหนือประชาชน แต่หากกระทำผิดต่อผู้ที่อยู่ในชนชั้นเดียวกันหรือต่อรัฐ ก็จะมีบทลงโทษ
ซามูไรที่กระทำความผิดร้ายแรง จะได้รับโอกาสในการกอบกู้เกียรติยศด้วยการกระทำการฆ่าตัวตายที่เรียกว่า “เซปปุคุ (Seppuku)”
เซปปุคุ (Seppuku)
ซามูไรจะใช้กริชคว้านท้องตนเองอย่างช้าๆ จนตาย หากไม่สำเร็จ ก็จะมีผู้อยู่ด้านหลัง ใช้ดาบฟันเข้าไปที่ศีรษะของซามูไร
ความผิดร้ายแรงอีกอย่างก็คือความผิดเกี่ยวกับ “ศาสนา”
ในสังคมฟิวดัลของญี่ปุ่น ศาสนาพุทธนั้นได้รับการยอมรับในญี่ปุ่น แต่สำหรับศาสนาคริสต์ ทุกอย่างกลับต่างออกไป
ทางการนั้นไม่วางใจอิทธิพลของตะวันตก โดยโชกุนอย่าง “โทคุงาวะ อิเอมิตสุ (Tokugawa Iemitsu)” ทำถึงขนาดห้ามใครก็ตามเดินทางไปต่างประเทศ
1
โทคุงาวะ อิเอมิตสุ (Tokugawa Iemitsu)
และโชกุนก็มองว่าศาสนาคริสต์คือเครื่องมือของสเปนและโปรตุเกสซึ่งกำลังคุกคามอำนาจของพวกตน
ด้วยเหตุนี้ โชกุนและไดเมียวจึงออกไล่ล่าชาวคริสต์และสังหาร บังคับให้บอกชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด นำกำลังออกสังหารคนเหล่านั้น
1
สำหรับสตรีที่นับถือศาสนาคริสต์ บทลงโทษนั้นรุนแรงเลวร้ายอย่างมาก โดยสตรีผู้นั้นจะถูกจับแก้ผ้าและโยนลงหลุมที่เต็มไปด้วยงูพิษ
1
นี่ก็คือประวัติศาสตร์ดำมืดในอดีตของญี่ปุ่น
โฆษณา