9 มิ.ย. 2024 เวลา 16:01 • ความคิดเห็น

หลายๆ คนคงได้อ่านสรุป “โชค” ของพี่โจ้ ธนา ที่ไปพูดในงาน Creative Talk กันแล้วนะครับ

talk นี้เป็น talk ที่ดีที่สุด talk หนึ่งในงานเลยทีเดียวครับ
พี่โจ้สามารถผสานเรื่องราวของ “โชค” ที่เกิดขึ้นกับตัวเขา และคนอื่นๆ ได้อย่างดี ร้อยเรียงเรื่องต่างๆ ลื่นมากๆ ไม่ต่างกับนักพูดมืออาชีพ ด้วยข้อสรุปสั้นๆ ที่โลกไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ความสามารถ แต่ขึ้นอยู่กับ “โชค” เสียมากทีเดียว
2
งานวิจัย Talent vs Luck: the role of randomness in success and failure ที่ได้รับรางวัล Ig Nobel Prize in Economics ในปี 2022 ก็สรุปไว้อย่างนั้นเช่นกัน โดยได้ทำ simulation ให้มีโลกที่มีขนาด 201x201 และมีคนอยู่ 1,000 คนในนั้น แต่ละคนมีอายุเริ่มต้น 20 ปี และต้องเล่นเกมไปจนอายุ 60 และในเกมจะมีจุดสีเขียวแทนความโชคดี
ซึ่งมีทั้งแบบส้มหล่น (windfall) และแบบทำได้ด้วยตัวเอง (talent multiplier) ส่วนสีแดงแทนโชคร้าย ที่มีทั้งการสูญเสียทางการเงิน (losses) และอุปสรรคในชีวิต (unfortunate setback)
ผลปรากฏว่า คนที่รวยที่สุดเป็นคนที่เจอจุดสีเขียวบ่อยๆ มากกว่าการเป็นคนที่ฉลาด ในที่นี้เขามี ability index = 0.61 หรือเทียบเป็น IQ เพียง 105 เอง
2
ในขณะที่คนที่จนที่สุดมี index = 0.74 หรือเทียบ IQ = 125 แต่มีดวงเรียบๆ ตอนแรก มาเจอจุดแดง และจุดเขียว ตอนอายุ 30 ก่อนที่จะเจอจุดแดงมากมายถึง 14 ครั้งตอนอายุแถวๆ 38 ปี และโดนหนักๆ อีกหลายทีตอนอายุ 45 ปี
2
งานวิจัยนี้จึงน่าจะชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า ดวง สำคัญกว่าความสามารถ หลายๆ คนที่เชื่อใน meritocracy (ระบบสังคมที่เชื่อการสำเร็จด้วยตนเองไม่ใช้สิทธิพิเศษทางชนชั้น) มักจะเชื่อว่า ความเก่ง/ทักษะควรจะนำมาสู่ความสำเร็จ ส่วนคนไม่เก่งไม่มีทักษะก็ไม่ควรประสบความสำเร็จ
แต่อย่างที่ทราบกันดี โลกแห่งความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น มีคนจำนวนมากเก่ง และไม่รวย และมีคนอีกจำนวนมากที่รวยแต่ไม่เก่ง
1
ถ้าเราไม่เชื่อเรื่องดวง คงจะรู้สึกอิจฉา และรู้สึกว่าโลกไม่ยุติธรรม มีใครใช้อำนาจ หรืออะไรบางอย่างในทางมิชอบหรือไม่ โลกนี้ถึงได้เป็นอย่างนั้น
1
ส่วนตัวผมเห็นว่า โลกที่ความสำเร็จมาจากทั้งดวง และความสามารถ มันกลับเป็นเรื่องที่งดงามในตัวของมันเอง ถ้าให้ผมนิยามผมคงจะบอกว่า โชค คงเป็นแกนหลักในการทำให้คนประสบความสำเร็จอย่างสัมบูรณ์ (เหมือนจับเราไปโยนบนกองทอง) แต่ทักษะความสามารถเป็นเหมือนตัวขับเคลื่อนเราให้ไปอยู่ตรงไหนของกองทอง สามารถแยกแยะทองออกมาได้มากสักเพียงใด
2
โลกที่เป็นแบบนี้ทำให้คนจนคนไร้ความสามารถไม่สิ้นหวัง ในขณะที่คนเก่งแต่ไม่มีดวงยังคงเพิ่มทักษะเพิ่มความสามารถ คนที่รวยขึ้นมา ก็พยายามตอบแทนสังคม เพราะรู้ดีว่าตัวเองได้มาเพราะโชค จึงควรแบ่งปัน และท้ายที่สุด ทำให้คนทุกกลุ่มยังคงเล่นเกมแห่งชีวิตนี้กันต่อไป เพื่อหาทางให้เราไปอยู่ในจุดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
2
หากโลกนี้เป็นโลกที่ “โชค” ไม่มีจริง ทุกอย่างโดนลิขิตมาอยู่แล้วด้วย “ดวง” และ “ความสามารถ” ที่มาตั้งแต่เกิด โลกนี้คงน่าเบื่อพิลึกนะครับ
2
สรุปของพี่โจ้
โฆษณา