Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BrandCase
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
29 มิ.ย. 2024 เวลา 13:34 • ธุรกิจ
สรุปแนวคิด บริหารต้นทุนการผลิต ของ NSL Foods ที่ปรับใช้ได้กับหลายธุรกิจ
ทำให้ธุรกิจเกิด Economies of scale ให้ได้ แล้วกำไรจะมา
NSL Foods คือบริษัทที่ผลิตสินค้า เช่น แซนด์วิชอบร้อน และเบเกอรีหลายรายการ ส่งให้ลูกค้าเจ้าหลักคือ 7-Eleven
โดยปีที่ผ่านมา NSL Foods มีรายได้ 4,809 ล้านบาท กำไร 333 ล้านบาท
ผู้บริหารของ NSL Foods คุณสมชาย อัศวปิยานนท์ เล่าในรายการ THE BRIEFCASE ของลงทุนแมน
มีเรื่องหนึ่งที่อาจจะเป็นเบสิกสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าอย่าง NSL Foods แต่เป็นแนวคิดที่น่าจะปรับใช้ได้กับหลายธุรกิจ
นั่นคือ การทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Economies of scale
คอนเซปต์ของ Economies of scale คืออะไร ? BrandCase อธิบายเสริมให้
-Economies of scale หรือภาษาไทยคือ การประหยัดต่อขนาด หมายถึง การที่ “ต้นทุนต่อหน่วยลดลง จากการผลิตสินค้าในสเกลที่มากขึ้น ใหญ่ขึ้น”
ตัวอย่างเช่น
-ถ้าเราผลิตขนม 100,000 ชิ้นต่อวัน มีต้นทุนรวม 300,000 บาท หมายความว่า ต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้น = 3 บาท
-ต่อมาเราผลิตเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เป็น 200,000 ชิ้นต่อวัน ทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มเป็น 500,000 บาท
หมายความว่า ต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้น = 2.5 บาท
ถ้าเราเพิ่มกำลังการผลิตแล้วต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงแบบนี้ นี่ก็คือความหมายของการเกิด Economies of Scale หรือ การประหยัดต่อขนาด..
คุณสมชายเล่าว่า การบริหารทรัพยากรในการผลิตสินค้าให้ดี ให้เหมาะกับระดับการผลิตในแต่ละช่วง คือหัวใจสำคัญ
โดยยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า
ถ้าสมมติว่ารถขนส่งสินค้า 1 คัน มีความสามารถในการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ 1,000 ยูนิต
ถ้ารถคันนี้บรรทุกสินค้าไปส่ง 100-200 ยูนิต ต้นทุนต่อหน่วยในช่วงนี้ ก็จะสูงอยู่ที่ระดับหนึ่ง
แต่ถ้าสามารถใช้รถคันนี้ส่งยูนิตได้มากขึ้น เป็นครั้งละ 700-800 ยูนิต และไปส่งในที่เดียวกัน ก็แน่นอนว่าต้นทุนในการขนส่งต่อยูนิต จะถูกลง
หมายความว่า พอสเกลระดับการผลิต หรือระดับการขนส่งได้มากไปถึงระดับหนึ่ง มันก็จะประหยัดต่อทุนต่อหน่วยได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ในมุมของการผลิตสินค้า ก็ทำนองเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น ถ้าในไลน์การผลิตขนมในสเกล 200-300 ชิ้น ต้องใช้พนักงานขั้นต่ำ 10 คน
แต่จริง ๆ แล้วพนักงาน 10 คนนี้ ผลิตได้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ในสเกลระดับ 1,000 ชิ้น
หมายความว่า ถ้ายิ่งผลิตในระดับที่เข้าใกล้สเกล 1,000 ชิ้น ก็จะยิ่งทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงได้เรื่อย ๆ
พูดง่าย ๆ ยิ่งเราทำยอดขายหรือยอดผลิตสินค้า ได้ในจุดที่เหมาะสมกับระดับกำลังการผลิต
ก็จะยิ่งเกิดสิ่งที่เรียกว่า Economies of scale ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงได้เรื่อย ๆ
นอกจากนั้น คุณสมชาย บอกว่า NSL Foods เป็นธุรกิจขนาดใหญ่แล้ว ก็เลยมีการใช้ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) หรือซอฟต์แวร์สำหรับการวางแผนจัดการ ช่วยแทร็กข้อมูลต่าง ๆ ในองค์กร เช่น ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลด้านการเงิน ข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล
ซึ่ง ERP ช่วยให้เห็นว่าส่วนไหนมีต้นทุนส่วนเกินเยอะ มีปัญหาอยู่ตรงไหน ทำให้จัดการต้นทุนในแต่ละส่วนได้ตรงจุดขึ้น
การจัดการต้นทุนทั้งหมดนี้ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อยูนิตการผลิต ถูกลงได้อีก
พอบวกกับการผลิตในระดับที่เหมาะสม ในระดับที่เกิด Economies of scale
ก็ทำให้ธุรกิจโตได้ ทั้งมุมรายได้และกำไร นั่นเอง..
และจริง ๆ แล้ว มีอีกหลายเทคนิคบริหารธุรกิจ ที่ผู้บริหาร NSL Foods เล่าในรายการ THE BRIEFCASE ตอน “NSL แซนวิชพันล้าน ส่ง 7-Eleven ไวรัลทั่วโลก ผลิตวันละเกือบ 1,000,000 ชิ้น”
ซึ่งรายการตอนนี้สนุกมาก มีพาไปดูไลน์การผลิตแซนด์วิชอบร้อนในโรงงานของ NSL ด้วย
ดูรายการนี้แบบเต็ม ๆ ได้เลยที่ลิงก์นี้
https://www.blockdit.com/posts/667eac6b6a72aeca8eca9c43
ธุรกิจ
อาหาร
หุ้น
4 บันทึก
12
5
4
12
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย