2 ก.ค. 2024 เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

ช้างบอร์เนียวเหลือเพียง 1,000 ตัว เสี่ยงสูญพันธุ์เพราะเสียป่าและถูกคนล่าล้างแค้น

บัญชีแดงไอยูซีเอ็นได้เพิ่มชื่อ ‘ช้างบอร์เนียว’ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้การสูญพันธุ์ (EN - Endangered species)
จากรายงานล่าสุดระบุว่ามีช้างเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 1,000 ตัว
โดยในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนช้างลดลงไปมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์
จากที่เคยประมาณว่ามีราว 2,000 ตัว ในปี 1992
สาเหตุที่นำไปสู่การสูญพันธุ์ (ในอนาคต) เกิดจากมนุษย์เข้าไปรบกวนที่อยู่อาศัยของช้าง ผ่านการตัดไม้ทำลายป่า และการทำอุตสาหกรรมปาล์ม
ซึ่งมาเลเซียและอินโดนีเซียถือเป็นผู้จัดหาน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลก ประมาณ 87 เปอร์เซ็นต์
เป็นผลให้ในวันนี้ผืนป่าบนเกาะบอร์เนียวหายไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่
ผืนป่าที่หายไป ทำให้เกิดการตัดขาดกันของถิ่นที่อยู่อาศัย สารอาหารในระบบนิเวศลดลง
และทำให้ช้างป่าไม่มีที่อยู่อาศัยต้องระหกระเหินเร่ร่อนออกมาหากินนอกป่า เดินตามเรือกสวนไร่นา สวนปาล์มอุตสาหกรรม ตามหมู่บ้านที่คนอาศัย จนเกิดความขัดแย้งและนำไปสู่ความสูญเสีย
ในระหว่างปี 2006 - 2020 มีบันทึกความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเกิดขึ้นรวมมากถึง 9,600 ครั้ง
หนักที่สุดเกิดขึ้นในปี 2009 มีรายงานเหตุการณ์มากถึง 1,108 ครั้ง
น้อยที่สุด 327 ครั้งในปี 2016
ในระยะหลังเฉลี่ยพบเหตุการณ์ความขัดแย้งอยู่ที่ราว 400 - 500 ครั้ง
ความเจ็บปวดที่ถูกช้างเข้ามากิน เหยียบย่ำพืชผลทางการเกษตร รวมถึงเหตุช้างทำร้ายผู้คนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต นำมาสู่การแก้แค้นด้วยวิธีรุนแรงและหมายปองกันถึงชีวิต
อาทิ การลักลอบล่าสัตว์ การวางยาพิษ การวางกับดัก ซึ่งเป็นการฆ่าโดยเจตนาเพื่อแก้แค้น
นอกจากสาเหตุที่กล่าวไปแล้ว การทำเหมืองแร่ การสร้างถนนผ่ากลางป่า การล่าเพื่อเอางา การกินสารเคมีทางการเกษตรโดยไม่ได้ตั้งใจ และการถูกชนรถ ต่างล้วนเป็นปัญหาที่น่ากังวลเช่นกัน
ช้างบอร์เนียว ถูกจัดเป็นชนิดหน่อยของช้างเอเชีย คาดว่าวิวัฒนาการถูกแยกจากชนิดอื่นๆ เมื่อ 300,000 ปีก่อน
ด้วยความที่ขนาดเล็กกว่าชนิดอื่นๆ บางครั้งจึงถูกเรียกว่าช้างแคระ
เป็นสัตว์ที่ใช้เวลาตั้งท้องนาน 22 เดือน ลูกช้างจะหย่านมแม่เมื่ออายุ 4 เดือน และเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 10 ปี
การลดลงของช้างบอร์เนียวเป็นมากกว่าเรื่องที่สัตว์ชนิดของสัตว์ที่จะหายไป แต่หมายถึงความมั่นคงของระบบนิเวศ
ช้างบอร์เนียวเป็นที่รู้จักกันว่าสามารถเดินทางได้เป็นระยะทางไกล บางครั้งอาจเดินทางได้ไกลถึง 40 กิโลเมตร ต่อวัน
การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยรักษาความสมบูรณ์และความหลากหลายของระบบนิเวศ
เมื่อช้างเดินทางผ่านผืนป่า ก็ช่วยจะกระจายเมล็ดพันธุ์ผ่านมูลไปยังพื้นที่กว้างใหญ่ ส่งเสริมการการกระจายพันธุ์พืช และมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูป่า
และเพราะเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าและครอบคลุมพื้นที่จำนวนมาก จึงสร้างบริเวณโล่งและทางเดินในป่า ช่วยให้พืชมีโอกาสเจริญเติบโต
และช่วยให้สัตว์ขนาดเล็กเข้าถึงแหล่งอาหารและน้ำได้
การมีช้างอยู่ในระบบนิเวศยังส่งผลดีต่อการควบคุมสภาพอากาศได้ ป่าไม้ที่ได้รับอิทธิพลจากกิจกรรมของช้าง จะมีความหลากหลายทางชีวภาพอันส่งผลต่อไปสู่กลไกการกักเก็บคาร์บอนฯ ช่วยบรรเทาวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากฝีมือมนุษย์
สำหรับการรายงานสถานะสิ่งมีชีวิตโดยบัญชีแดงไอยูซีเอ็นประจำปีนี้ นอกจากช้างบอร์เนียวแล้ว ยังมีชนิดพันธุ์อีก 1,000 รายการ ถูกระบุสถานะว่าถูกคุกคามและสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
จากปีที่แล้วมี 4,400 ชนิดที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
ตอนนี้ปาเข้าไป 4,500 ชนิดเสียแล้ว
อ้างอิง
Bornean elephant Endangered - IUCN Red List https://shorturl.asia/amqyZ
What Causes Deforestation in Borneo and How Do We Stop It? https://shorturl.asia/7S8CW
MPOGCF Committed to Mitigating Human-Elephant Conflicts https://shorturl.asia/ulZz7
Human-Elephant Conflict in Sabah - The Greatest Threat https://shorturl.asia/6WtLy
โฆษณา