3 ก.ค. 2024 เวลา 15:34 • ท่องเที่ยว

ปกติผมจะพบนกตีทอง (Coppersmith barbet) อาศัยอยู่แต่บนต้นไม้ตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายยอดเสมอ

ยิ่งช่วงที่ส่งเสียงร้องประกาศอาณาเขตจะบินไปเกาะบนกิ่งไม้สูงๆ ที่เด่นที่สุดแล้วผงกหัวสาดเสียงร้องกระจายไปทั่ว น้อยครั้งที่จะบินลงมาต่ำ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นนกตีทองลงมาบนพื้นดิน ไม่แน่ใจว่าลงมาทำอะไร เพราะปกติอาหารหลักคือผลไม้สุกที่อยู่บนต้นไม้ อาจจะมีแมลงบ้างแต่น้อยจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นอาหารเสริมด้วยซ้ำ ผมเฝ้าดูอยู่พักใหญ่ ก็เห็นแค่กระโดดไปมา ไม่เห็นจิกกินหรือคุ้ยเขี่ยหาอะไร เลยดูผิดสังเกต ผิดธรรมชาติของนกชนิดนี้
นกตีทองเป็น 1 ใน 2 ของนกในสกุลโพระดกที่ปรับตัวมาอาศัยอยู่ในเมือง อีกชนิดนึงคือนกโพระดกธรรมดา (Lineated barbet) ที่คนไทยได้ยินเสียงร้องว่า ฮ่กป๊ก ฮ่กป๊ก นั่นล่ะครับ แม้จะพบได้ในป่า แต่ดูเจ้าตีทองจะชื่นชอบชีวิตในเมืองมากกว่า เราจึงมีโอกาสเห็นทั้งโพรงรัง นกวัยอ่อน และนกตัวเต็มวัยตามต้นไม้ในสวนผลไม้ หรือสวนสาธารณะในเมืองได้ทั่วไป ตัวผู้กับตัวเมียเหมือนกันจนยากที่จะแยกออกว่าตัวไหนเพศอะไร แต่นกวัยอ่อนจะสังเกตเห็นความแตกต่างจากนกที่โตเต็มวัยอย่างชัดเจน เพราะยังไม่มีสีแดงสดตรงหน้าผาก คอ
หนังเปลือยเปล่ารอบดวงตา และแข้งขา ด้วยความที่มีสีสันจัดจ้านนี่เองที่ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งนกเมือง แต่แม้จะมีสีสันที่สวยงาม ด้วยความที่มีขนาดเล็ก และโดยรวมมีขนสีเขียว รวมทั้งมีความปราดเปรียว ทำให้มองหาตามต้นไม้ได้ยาก ยกเว้นช่วงที่ออกมาร้องประกาศอาณาเขตที่มักเลือกกิ่งไม้หรือเสาหรือสายไฟที่โดดเด่นอย่างที่เล่ามาแล้ว
นกตีทองวิวัฒนาการให้วางไข่และเลี้ยงลูกในโพรงรังตามกิ่งไม้ นิ้วเท้าจึงออกแบบมาให้สามารถเกาะต้นไม้ในแนวดิ่งและไต่ไปตามลำต้นได้เช่นเดียวกันกับนกหัวขวาน นกพรานผึ้ง และนกทูแคน เราเรียกนิ้วเท้าแบบนี้ว่า zygodactyl foot และใช้ปากที่หนาและแข็งแรง
ขุดเจาะโพรงตามกิ่งไม้แห้งที่ไม่เล็กนัก ขณะเดียวกัน นกตีทองมีปีกสั้น จึงบินได้ไม่ค่อยแข็งแรง บินได้เพียงระยะไม่ไกล นี่เองจึงเป็นอีกเหตุผลนึงที่หากเราพบนกตีทองที่ไหนก็จะพบที่เดิมตลอด ต่อไป หากได้ยินเสียงร้อง ต๊ง ต๊ง ต๊ง เป็นชุด ลองหยุดและสังเกตดีๆ อาจจะพบนกตีทองตัวป้อมๆ กำลังผงกหัวส่งเสียงร้องประกาศอาณาเขตอยู่ก็เป็นได้
ที่มาข้อมูล : หนังสือนกไทยในความทรงจำเล่มที่ 12 โดย สุธี ศุภรัฐวิกร
โฆษณา