14 ก.ค. 2024 เวลา 06:25 • ประวัติศาสตร์

“สุนัขล่าเนื้อ” กลยุทธ์สุดโหดที่สเปนใช้โจมตีชนพื้นเมือง

หลายคนน่าจะเป็นคนรักสุนัข เห็นสุนัขน่ารักๆ ก็อดที่จะชื่นชม เข้าไปเล่นด้วยไม่ได้
แต่สุนัขนี่แหละ คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่ชาวสเปนใช้ในการโจมตีชนเผ่าพื้นเมือง สร้างความหวาดกลัวให้ชนพื้นเมืองเป็นอย่างมาก
เรื่องราวที่โหดร้ายนี้เป็นอย่างไร ลองมาดูกันครับ
ในช่วงที่ผู้รุกรานชาวสเปนรุกรานอเมริกา การใช้ “สุนัขล่าเนื้อ” เป็นกลยุทธ์สำคัญของชาวสเปน
สุนัขล่าเนื้อเป็นสิ่งที่ชนเผ่าพื้นเมืองหวาดกลัว โดยสุนัขล่าเนื้อหรือสุนัขสงครามเหล่านี้ได้สังหารชนเผ่าเป็นจำนวนมาก และก็ได้รับความดีความชอบและค่าตอบแทนไม่ต่างจากทหารที่เป็นมนุษย์ทั่วๆ ไป
อันที่จริง ชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันก็เลี้ยงสุนัขมาเป็นเวลานานแล้ว หากแต่สุนัขที่เลี้ยงก็เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก แค่เห่ายังแทบไม่ได้ โดยตัวที่โตที่สุดมีน้ำหนักเพียง 30 กิโลกรัมเท่านั้น
ชนเผ่าพื้นเมืองนั้นเลี้ยงสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงรวมถึงเป็นอาหาร โดยในงานเลี้ยงของชาวแอซเท็กนั้น อาหารที่จัดเลี้ยงจะมีไก่งวง 100 ตัว สุนัข 40 ตัว
ส่วนสุนัขของชาวสเปนนั้นจะต่างออกไป สุนัขเหล่านี้ถูกฝึกให้แยกแยะระหว่างชาวสเปนกับชนเผ่าพื้นเมือง โดยสุนัขเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นเวรยามดูแลค่ายของสเปน ออกไล่ล่าชนพื้นเมือง และสังหารศัตรูในยามสงคราม
สุนัขของสเปนสามารถมีน้ำหนักได้มากถึง 110 กิโลกรัม สามารถขยี้กระดูกมนุษย์ให้แหลกเป็นผุยผงด้วยคมเขี้ยวที่ทรงพลัง และด้วยขนาดที่ใหญ่โตกับลักษณะท่าทางน่ากลัว ทำให้ชาวเผ่าพื้นเมืองต่างหวาดกลัวสุนัขของสเปนเป็นอย่างมาก
และด้วยความหวาดกลัวนี้เอง ทำให้ชนเผ่าพื้นเมืองต่างยอมศิโรราบต่ออำนาจของสเปน
สำหรับการจัดการกับสุนัขเหล่านี้ กองทัพสเปนจะนำเนื้อจากศพของชนพื้นเมืองมาเป็นอาหารให้เหล่าสุนัขล่าเนื้อ และก่อนออกศึก ก็จะไม่ให้อาหารแก่สุนัข ปล่อยให้มันหิวอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้ในเวลาออกศึกจริงๆ สุนัขผู้หิวโหยเหล่านี้จะยิ่งดุร้าย และไล่ขย้ำชนเผ่าพื้นเมืองทุกคนที่พบเจอ
เท่านั้นยังโหดร้ายไม่พอ สุนัขเหล่านี้จะได้สวมเกราะป้องกัน รวมทั้งปลอกคอและประดับตามตัวด้วยหนามแหลมเพื่อที่จะยิ่งทำให้ชนพื้นเมืองที่ถูกโจมตีได้รับบาดเจ็บหนักยิ่งกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่นำกลยุทธ์นี้มาใช้ในอเมริกา ก็คือ “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus)” นักเดินเรือชาวอิตาลี
ในครั้งที่เดินทางมายังทวีปอเมริกาเป็นครั้งที่สอง โคลัมบัสเตรียมพร้อมป้องกันกองกำลังของตน มีการนำอาวุธมาด้วยมากมาย ซึ่งก็รวมถึงสุนัขล่าเนื้อด้วย
ในปีค.ศ.1493 (พ.ศ.2036) โคลัมบัสปล่อยสุนัขสงครามเหล่านี้โจมตีชนเผ่าบนเกาะฮิสปันโยลา และปีต่อมา ค.ศ.1494 (พ.ศ.2037) ก็ใช้สุนัขล่าเนื้อโจมตีชนเผ่าที่จาไมก้า
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus)
แต่ครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายที่สุดของสุนัขล่าเนื้อของสเปนนั้น ได้มาถึงในปีค.ศ.1495 (พ.ศ.2038) ที่ฮิสปันโยลา เมื่อโคลัมบัสนำกำลังพล 200 นาย ทหารม้า 20 นาย และสุนัขล่าเนื้อ 20 ตัว เข้าสู้รบกับชนเผ่าอาราวักจำนวน 10,000 นาย
ในช่วงที่รบกันอย่างดุเดือด ฝ่ายสเปนได้ปล่อยสุนัขล่าเนื้อออกมา และตะโกนลั่น
“โทมาลอส (Tomalos)” ซึ่งเป็นภาษาสเปน แปลได้ว่า ”จัดการมัน“
สุนัขล่าเนื้อที่หิวโหยต่างพุ่งโจมตีชนเผ่าอาราวักอย่างบ้าคลั่ง ชนเผ่าจำนวนมากถูกขย้ำที่คอและท้อง ก่อนจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ และจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของชนเผ่า
ในบรรดาสุนัขล่าเนื้อของสเปนนั้น สุนัขตัวที่โดดเด่นเหนือตัวอื่นๆ คือตัวที่ชื่อว่า “เบเซริลโล (Becerillo)”
เบเซริลโลนั้นเป็นที่หวาดกลัวในหมู่ชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมาก มากจนทำให้ฝ่ายสเปนให้ค่าเบเซริลโลว่ามีศักยภาพเทียบเท่าทหาร 50 นาย
1
ในการโจมตีครั้งหนึ่ง เบเซริลโลได้สังหารชนเผ่าไปจำนวน 33 นายเพียงเวลาไม่ถึง 30 นาที โดยผู้ที่พบเห็นเบเซริลโลนั้น พบว่าที่ปากของเบเซริลโลเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของชนเผ่า เป็นภาพที่สยดสยองสำหรับผู้พบเห็น
ด้วยความสามารถที่โดดเด่น ทำให้สเปนเลี้ยงดูเบเซริลโลอย่างดีเทียบเท่ากับทหารคนหนึ่ง มีการจัดสรรปันส่วนเสบียงให้เบเซริลโล อีกทั้งมีการจ่ายค่าตอบแทนให้อีกด้วย
เบเซริลโลถูกลูกธนูอาบยาพิษและตายในปีค.ศ.1514 (พ.ศ.2057) ซึ่งฝ่ายสเปนก็เก็บเรื่องการตายของมันเป็นความลับ ไม่ให้ล่วงรู้ไปถึงฝ่ายชนเผ่า
แต่ถึงจะตายไปแล้ว แต่สายเลือดอันโหดร้ายของเบเซริลโลยังอยู่ โดยลูกชายของเบเซริลโล นามว่า “ลีออนซิลโล (Leoncillo)” ได้สืบทอดความบ้าเลือดมาจากผู้เป็นพ่อ และได้เป็นสุนัขสงครามตามรอยพ่อ โดยในศึกหนึ่ง ลีออนซิลโลได้รับความดีความชอบ ได้รางวัลเป็นทองคำ 500 เปโซ
นี่ก็เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ที่โหดร้ายส่วนหนึ่งซึ่งแสดงถึงความดำมืดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
สั่งซื้อหนังสือ “ประวัติศาสตร์แห่งความหลอกลวง 5,000 ปีของการต้มตุ๋น ฉ้อโกง โกหก ปลอมแปลง” ได้ตามลิ้งค์นี้นะครับ
โฆษณา