4 ส.ค. 2024 เวลา 11:00 • สิ่งแวดล้อม

‘แมวน้ำ’ รับบทผู้ช่วยวิจัย ติดเซนเซอร์บนหัว พาทัวร์ สำรวจทะเลทั่วแอนตาร์กติกา

“แมวน้ำ” หลายสายพันธุ์อาศัยอยู่รอบ ๆ ในทวีปแอนตาร์กติกา มักจะดำผุดดำว่ายลึกกว่า 100 เมตร เพื่อหาอาหาร ดังนั้นแมวน้ำเหล่านี้จึงเป็นผู้เชี่ยวชาญในการว่ายฝ่ากระแสน้ำในมหาสมุทร อดทนต่อความหนาวเย็นของน้ำในมหาสมุทรได้
ดังนั้นแมวน้ำจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการเป็นผู้ช่วยนักวิจัยในการสำรวจใต้ท้องทะเล เพื่อรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ห่างไกลและมนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้
ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นักวิจัยติดแท็กไว้ที่หน้าผากของ “แมวน้ำช้าง” ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งเป็นเวลาที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลขึ้นฝั่งเพื่อพักผ่อน และแท็กจะยังคงติดอยู่หัวของแมวน้ำเป็นเวลาหนึ่งปี โดนแท็กจะหลุดออกเอง ในช่วงที่แมวน้ำลอกคราบ
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัย ระบบสังเกตการณ์ - สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในฐานะผู้เก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมมหาสมุทร หรือ SO-MEMO ที่ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส (CNRS)
แท็กจะรวบรวมข้อมูลในขณะที่แมวน้ำดำลงไปในน้ำ และส่งตำแหน่งและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กลับไปยังนักวิจัยผ่านทางดาวเทียม เมื่อแมวน้ำโผล่ขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำ
สำหรับแท็กที่ติดอยู่กับแมวน้ำจะเป็นชุดเซนเซอร์พร้อมเสาอากาศวัดความดัน อุณหภูมิ และความเค็ม เพื่อใช้ในการประเมินอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของมหาสมุทรและกระแสน้ำที่เปลี่ยนแปลงจากภาวะโลกร้อน รวมถึงยังมีคลอโรฟิลล์ฟลูออเรสเซนซ์ (Chlorophyll fluorescence) ซึ่งเป็นเซนเซอร์ที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเข้มข้นของแพลงก์ตอนพืชในน้ำได้
เซนเซอร์บนตัวแมวน้ำยังสามารถบอกนักวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นแอนตาร์กติกาได้ ในทุกปีทวีปแอนตาร์กติกาสูญเสียน้ำแข็งประมาณ 150,000 ล้านตัน ละลายจาก ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น โดยการละลายของน้ำแข็งนี้เกิดจากน้ำในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นไปกัดเซาะชั้นน้ำแข็ง
แมวน้ำมักจะดำดิ่งลงใต้น้ำแข็งในทะเล ซึ่งอยู่ใกล้กับชั้นน้ำแข็งของธารน้ำแข็ง และเดินทางออกไปยังมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ ห่างจากฝั่งแอนตาร์กติกา พื้นที่เหล่านี้ถือเป็นพื้นที่อันตราย ที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้ แมวน้ำจึงช่วยให้นักวิจัยได้ข้อมูลใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น
โฆษณา